ขอสวัสดีปีใหม่เพื่อนๆใน gotoknow ทุกท่านค่ะ  เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2552  เป็นการส่งท้ายปีเก่า  ต้อนรับปีใหม่ที่มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง  เพราะผู้เขียนได้รับเชิญจากหัวหน้าโครงการหมอและยาเพื่อชีวิต อาจารย์ชัยวัฒน์  หอมกลิ่นแก้ว  ให้เข้าร่วมกิจกรรมของโครงการซึ่งมาจัดที่โรงเรียนบ้านนาหนอง ต.หนองกระท้าว  อ.นครไทย  จ.พิษณุโลก

           โครงการหมอและยาเพื่อชีวิตจัดขึ้นโดยสมาคมโปคาดี้ 35 ได้รับการสนับสนุนหลักจากดร.นิกร หงษ์ศรีสุข    โดยมีนายกสมาคมคือ  พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ  ศรีวรขาน  ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 107 แล้ว  ทางผู้เขียน เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการวิชาการ  และนักศึกษาฝึกงานสถาบันวิจัยและพัฒนาได้เดินทางไปพักล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน  โดยทางสมาชิกจากกรุงเทพประมาณ 40 คนเดินทางมาถึงตอนเช้ามืดวันที่ 26 ธ.ค. 52

          เมื่อผู้เขียนเดินทางไปถึงโรงเรียนบ้านนาหนองมีนักเรียนมายืนต้อนรับตั้งแต่ประตูโรงเรียนพร้อมวงดุริยางค์บรรเลง 

 จากนั้นแต่ละฝ่ายได้แยกแยะกันไปจัดเตรียมของ   นักศึกษาฝึกงานของเราไปรวมกลุ่มกับทีมจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์เตรียมน้ำแข็งไส  ฝ่ายกองกลางเข้าไปดูแลของแจกที่ได้รับความร่วมมือจากบริษัทต่างๆสนับสนุนขนมและนม

 

          เดินไปชมมุมศิลปะมีการนำรูปปั้นปูนปลาสเตอร์มาให้เด็กๆได้ระบายสีกัน   

      ทางทีมงานโรงเรียนนิรันดร์รัตน์ให้บริการตัดผมฟรี   ซึ่งในตอนแรกชาวบ้านและนักเรียนกลัวๆกล้าๆ  มายืนสังเกตุการณ์กันก่อน  ฝ่ายนี้เริ่มงานกันตั้งแต่เช้าจนเย็นทีเดียว   เรียกได้ว่ามีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนกันไม่ได้ขาด 

          ที่ขาดไม่ได้ตามชื่อโครงการหมอและยาเพื่อชีวิตก็คือ  มุมตรวจรักษาพยาบาล  มีคุณหมอ  พยาบาล มาตรวจรักษา  โดยได้รับความร่วมมือจากทันตแพทย์ในพื้นที่มาร่วมในครั้งนี้ด้วย    มุมนี้ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุจะสนใจเป็นพิเศษ

          สำหรับมุมที่ผู้เขียนชื่นชอบและยืนสังเกตุการณ์นานเป็นพิเศษคือ มุมสินค้า 1 บาท    ชอบใจความคิดนี้เป็นอย่างมาก   สินค้าส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า   กางเกง  ตุ๊กตา ของเล่น ซึ่งอาจจะเป็นของที่ไม่มีค่าแล้วสำหรับหลายๆคน  แต่สำหรับในวันนั้นเป็นที่สนใจของทุกคน   สินค้าทุกชิ้นไม่ได้แจกฟรี  แต่ทุกอย่างชิ้นละ 1 บาท  โดยเงินรายได้ทั้งหมดจะมอบให้กับโรงเรียน

          เด็กๆที่ได้ตุ๊กตาและของเล่นได้ยืนกอดอย่างหวงแหน   ส่วนสาวๆได้เข้าไปเลือกเสื้อสวยๆ กางเกง กันอย่างสนุกสนาน บางรายเลือกกางเกงขาสั้นผู้ชายมาหลายตัวบอกว่าจะเอาไปให้พ่อใส่ทำนา   แต่มีเรื่องขำๆคือ...มีบางรายดึงเอาผ้าปูโต๊ะสีแดงที่ทางโรงเรียนนำมาปูโต๊ะไปด้วย   จนทางโรงเรียนต้องประกาศให้นำมาคืนก็ไม่ทราบว่าได้คืนหรือเปล่า

         ผู้เขียนกลับมาร่วมพิธีเปิดโดยมีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานมากมาย  เป็นผู้นำท้องถิ่นในเขตนั้น   ส่วนผู้เขียนถือเป็นตัวแทนจากสถาบันการศึกษา  ทางสมาคมโปคาดี้ 35  มีการมอบของให้กับตัวแทนชาวบ้านเป็นพิธีในช่วงเช้า

         จากนั้นกลุ่มผู้นำท้องถิ่นได้แยกเข้ากลุ่มพูดคุยกันในหลายๆด้านกับทางสมาคมโปคาดี้ฯ  เสียดายที่ผู้เขียนไม่ได้ไปร่วมฟังด้วย

        และแล้วเวทีก็กลายเป็นลานเยาวชน    ทางนักศึกษาฝึกงานถูกชวนมาร่วมจัดกิจกรรมการละเล่นให้กับเด็กๆ   ในช่วงแรกก็ค่อนข้างขลุกขลักเพราะทีมงานจริงๆของสมาคมฯติดงานกันหมด   แต่สักพักก็เริ่มลื่นไหลเพราะได้รับความร่วมมือจากน้องๆนักเรียนเป็นอย่างดี   ทางทีมงานมีขนมมาแจกกันตลอดเวลา  ผู้เขียนนั่งสังเกตุการณ์ก็เห็นนิสัยของเด็กๆบางคนที่แอบจิ๊กขนมไว้มากกว่าหนึ่งชิ้น  แต่เมื่อเขาเห็นสายตาเรามอง  เขาก็ยิ้มๆ แล้วก็หยิบส่งคืนให้   คราวนี้ตากล้องทีมงานของผู้เขียนก็เกิดสนุกเข้าไปร่วมตีกลอง  ทำให้โชเฟอร์รถตู้เราเปลี่ยนมาช่วยถ่ายรูปแทน

        ทางผู้เขียนได้รับมอบหมายให้ช่วยเป็นผู้ตัดสินประกวดเรียงความของนักเรียนสามช่วงชั้นคือ ป.1 - ป.3 , ป.4 - ป.6  และ ม.1 - ม.3    ในหัวข้อชุมชนในฝัน, โรงเรียนที่ฉันอยากเรียน  และทำอย่างไรให้ห่างไกลยาเสพติด  เด็กๆน่ารักกันมากทีเดียว  ยังดูใสซื่อ  อดไม่ได้ดึงมากอดเสียหลายคนตามประสาคนไม่มีลูก

 

         กิจกรรมลานเยาวชนมีทั้งช่วงเช้าและบ่าย  เด็กๆไม่ยอมลุกไปไหนเลย   ผู้เขียนก็เลยปักหลักตรงนี้ซะเลย 

         ต้องขอบคุณทางบริษัทหลายแห่งที่สนับสนุนนมถั่วเหลือง ขนม ให้กับเด็กๆ  ทราบว่าทางสมาคมฯเข้าไปขอการสนับสนุนและก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี   ใครทำดีก็ต้องชื่นชมนะคะที่มีส่วนร่วมปันน้ำใจในครั้งนี้

         จากนั้นก็ประกาศผลรางวัลชนะเลิศประกวดเรียงความ  มอบเงินรางวัลและตุ๊กตาน่ารักมาก(อยากได้จริงๆเลย)

         ช่วงต่อไปเป็นการแจกถุงยังชีพและผ้าห่มให้กับชาวบ้านทุกคน 

 

            ในขณะที่สนามฟุตบอลก็มีการแข่งบอลกันระหว่างโรงเรียนบ้านนาหนองกับโรงเรียนหนองกระท้าว และรายการสุดท้ายคือฟุตบอลระหว่างทีมงานสมาคมฯและชาวบ้านนาหนอง  ผู้เขียนก็ไปรวมกลุ่มกะบรรดาแม่บ้าน ส่งเสียงเชียร์กันสนุกสนานทีเดียว   ก็รู้สึกชื่นชมทางทีมงานที่เดินทางกันมาแต่เช้า ทำกิจกรรมทั้งวันแล้วยังต้องมาเตะบอลกันอีก

          แล้วที่ไม่ทราบมาก่อนคือ พอแข่งบอลเสร็จแล้ว  ทางบ้านนาหนองได้แปลงสนามบอลกลายเป็นเวทีในพริบตา  ทั้งปูเสื่อและนั่งโต๊ะ  ซึ่งผู้เขียนขอเลือกนั่งเสื่อดีกว่า  สบายๆ  แต่ละฝ่ายสลับกันขึ้นเวทีร้องเพลง แล้วก็แดนซ์กันกระจาย  บางกลุ่มก็เลือกที่จะนั่งคุยกันตามอัธยาศัย  และแล้วทางเราก็ขอตัวกลับกันก่อน...

          ทางชาวบ้านได้เดินตามมาส่งกันกอดแล้วกอดอีก   บางรายก็จะขอนักศึกษาฝึกงานเราไปเป็นสะใภ้สองคน   ทุกคนตามมาส่งถึงรถ ยืนรอส่งกันจนกระทั่งพวกเรากลับกัน 

          ความทรงจำดีๆจากการปันน้ำใจส่งท้ายปีเก่า  ต้อนรับปีใหม่... เป็นความประทับใจเล็กๆที่อยากนำมาแบ่งปันกับทุกคนค่ะ  เชื่อว่าทุกท่านก็สามารถทำกันได้ช่วยกันคนละเล็กละน้อยนะคะ  โครงการนี้ปกติจะทำกิจกรรมกันประมาณเดือนละครั้ง  เดินทางเย็นวันศุกร์  กลับวันอาทิตย์   ท่านใดสนใจอยากมีส่วนร่วมในโครงการนี้ลองติดตามได้จากที่นี่ค่ะ

           http://www.polcady35.org/index.php

           สวัสดีปีใหม่ค่ะ...