จ๋า 

               จ๋าเป็นผู้หญิงสวยแบบไร้เดียงสาครับอย่าพึ่งงงคือผมนิยามของผมเอง คือจ๋านี่แตกต่างกับ เชงคนละขั้วเลยครับ เชง สูงโปร่ง  จ๋าตัวเล็กกะทัดรัด แต่มีส่วนเว้าโค้งที่ควรจะมี เหมือนกันที่ตรงผมยาวสลวย  ดวงตาเชงดูลึกลับแต่ดวงตาจ๋าใส่ซื่อแทบจะมองออกมาเป็นคำพูดได้และจ๋าเป็นที่เขาเรียกกันว่า ”ผู้หญิงบริการ”

              เฮียต้อยเป็นรุ่นพี่ที่ผมสนิทด้วย เปลือกนอกเฮียต้อยดูขรึม รักครอบครัว ทุ่มเททำงานไม่สุงสิงกับใครแต่กับผมเฮียต้อยคือนักเที่ยวขั้นเทพที่วงการรู้จักกันดี

                    “ขอร้องว๊ะบอย  ไปเที่ยวกับเฮียเถอะ“  เฮียต้อยรู้จักกับผมได้ประมาณ 3 ปี แล้วแกก็เริ่มชวนผมเที่ยวแต่ผมปฏิเสธทุกครั้ง ไม่ใช่อะไรหรอกผมไม่ชอบกินเหล้าในห้องแอร์

                    “โธ่ จะเล่นตัวไปถึงไหนนะเอ็ง”  

                   “เฮีย ก็ชวนเพื่อนเฮียไปสิ”

                    “ไม่เอา พวกนั้นมันหื่น ทำกับผู้หญิงเหมือนไม่ใช่คน” นี่แหละที่ผมรักน้ำใจเฮียต้อย เฮียเล่าให้ฟังว่าเคยพาเพื่อนไปแล้วก็เข็ดมาตั้งแต่นั้น เฮียเปรียบเพื่อนเฮียแบบเห็นภาพ “พวกมันทำตัวกันอย่างสุนัขเดือนสิบสอง” แหมช่างเปรียบจริง

                  “ ไปก็ไป เฮียเลี้ยงผมนะ “

                 “ เออ  ไอ้เวรเอ๊ยกว่าจะชวนได้ “  เฮียต้อยด่าผมด้วยเสียงหัวเราะสมใจ

               ผมเดินคู่กับเฮีย  เมื่อปรับตากับความสลัวของห้องได้แล้วผมก็ยืนยันกับตัวเองว่าเฮียเซียนจริง  ตั้งแต่เด็กหน้าประตู  น้องๆ ในห้องยกมือไหว้เฮียกันอย่างเต็มใจ  เฮียพาผมไปนั่งอย่างคุ้นชิน  อืดใจเดียวก็มีหญิงสาวในชุดรัดรูปสีดำซึ่งบอกได้ว่าหุ่นดีมาก  ใบหน้าเรียวเฉี่ยวคมด้วยการแต่งหน้าเป็นเข้ามายกมือไหว้แล้วนั่งเบียดข้างเฮีย  เซียนสมเซียนจริงๆ เฮียเรา

                 “ ไปหาเพื่อนให้พี่บอย  อย่าให้ด้อยกว่าแอน ”  ผมมองตามแอนไปแอบลุ้นว่าจะด้อยหรือเหนือกว่า  น้องที่เดินตามแอนมาเตี้ยกว่าแต่รูปร่างสุสีกันจะเด่นกว่าก็ดวงตาเธอนี่แหละ  ไร้เดียงสาเหลือเกิน

               “ สวัสดีค่ะ “ ผมเผลอยิ้ม เสียงแหบ ๆ  ของเธอโคตรเซ็กซี่เป็นบ้าเลย   เรานั่งดื่มกันโดยมีเฮียต้อยซูโรง  มุขของเฮียต้อยแต่ละเม็ดระดับปริญญา  ไม่หยาบโลนแต่ประเทืองปัญญาและซ่อนคิดไว้สองถึงสามชั้น  เฮียต้อยไปเอามุขนี้มาจากไหนนะอยากรู้จัง

               “ คิดอะไรอยู่เหรอ “   เสียแหบ ๆ ถามเบา ๆ อยู่ข้างหูผมเผลอเกร็งตัว  เสียจ๋าเซ็กซี่ชะมัด

                 “ อยากไปดื่มเหล้ากับจ๋าที่ทะเลครับ “  เอาแล้วตาสวยไร้เดียงสาของจ๋ากำลังพูดกับผม  แปลความหมายประมาณว่าเธอก็อยากไปกับผมเช่นกัน  ผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ

                “ ไปข้างบนกัน “ เฮียต้อยรู้จังหวะว่าถึงเวลาแล้วที่จะขึ้นไปเปิดห้องข้างบน  เราสี่คนลุกขึ้นพร้อม ๆ กันผมกระซิบบอกจ๋า

 “ ให้ใครช่วยยกเหล้าขึ้นไปบนห้องเราด้วยนะครับ “ ผมเกร็งตัวอีกครั้งเมื่อหลุดคำพูด” ห้องเรา”  เมื่อเหล้าถูกยกเข้ามาในห้องเรียบร้อยจ๋าปิดประตูเดินไปหยิบผ้าขนหนูให้

“ ไม่เอาครับมาทานเหล้ากับพี่ดีกว่า” จ๋าชงักตัวนิดนึงแต่ผมสังเกตเห็น

“ พี่ถ้าพี่คิดแต่กินเหล้าไม่ต้องมาถึงที่นี้หรอกปู่เสื่อกินอยู่กับบ้านก็ได้” จ๋าประชดผมทำไม ผมไม่เข้าใจยังไงจ๋าก็ได้ค่าตัวอยู่แล้ว

“ งอแงอะไรพี่ครับ”

“ ก็ผู้ชายเค้าเลือกจะกินเหล้าแทนเอาผู้หญิงอย่างพี่เหรอหรือว่าเป็นเกย์” ผมโกรธนะที่จ๋าพูดกับผมแบบนี้แต่พยายามคิดว่าจ๋าเป็นอะไร

“ พี่ไม่ได้เป็นเกย์แต่จ๋าครับนี่เราพึ่งเจอกันครั้งแรกได้ประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วจ๋าจะให้พี่เอาจ๋าเลยเหรอครับ”

“ โถพระเอก” ผมเลิกใจเย็นลุกขึ้นจะเดินออกไป”

“พี่บอย” จ๋านั่งก้มหน้าเรียกผมจ๋ากำลังพยายามกั้นน้ำตาแต่ทำไม่ได้จ๋าทะลายความเจ็บช้ำออกมาอย่างหมดสิ้นผมนั่งลงข้างๆ ดึงจ๋ามากอดหลวมๆ ฟังจ๋าจนจบจ๋าเอนตัวออกจากแขนผมป้ายน้ำตาหยาดสุดท้าย

“ขอโทษค่ะ พี่แล้วก็ขอบคุณพี่เหลือเกิน” ผม มองจ๋าเต็มตาจ๋าสวยจริงๆ แหละ

“ขออะไรอย่างได้ไม๊ครับ” ผมเห็นแว็บความดูถูกในตาของจ๋า ผมหัวเราะ

“ไม่ใช่อย่างนั้น”ผมยังหัวเราะอยู่ขณะพูด

“แล้วอะไร” ทั้งสายตาและคำพูดเค้นถามผม

“มาพูดกูมึงกันเถอะ” ตาจ๋าวิบวับอย่างสนุกสนาน

“เอางั้นเหรอ”

“เอาไม๊ล่ะ” แล้วห้องทั้งห้องก็สว่างโร่ขึ้นมาด้วยเสียงหัวเราะและสัตว์เลื้อยคลานที่วิ่งกันยั้วเยี้ยเต็มห้องแต่เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เชื่องที่สุดในโลก ผมกับจ๋าอยู่กันในนั้น กว่าสี่ซม.น่าจะเป็นสถิติที่ยังไม่มีใครลบได้สำหรับผู้ที่ไปเปิดห้องเพื่อสมสู่กันชั่วคราว

“เป็นไงติดใจจ๋าแล้วล่ะสิ” เฮียต้อยทักผมด้วยรอยยิ้ม ผมซึ้งเฮียต้อย เฮียยิ้มดีใจที่เห็นผมมีความสุข

“รู้อย่างนี้มาตั้งนานแล้วใช่ไม๊ บอกแล้วไม่เชื่อมือข้านี่หว่า” เฮียต้อยยังเกทับผมต่อ

“ติดใจใคร ไอ้เหี้ยจ๋าเนี้ยะเหรอแม่งพูดมากชิบหายเอ้าชงเหล้าให้กู” ผมยื่นแก้วให้

“โธ่! ยังกับมึงพูดน้อยนักนี่ไอ้ห่า” จ๋ารับแก้วจากผม ผู้อ่านครับ วันนั้นผมอายุย่าง สี่สิบสี่แต่จ๋ายังไม่เต็มยี่สิบเลยนะครับ ก็สมควรแล้วที่เฮียต้อยกับแอนต้องช็อกนั่งอ้าปากค้างแล้วก็ครางออกมา

“มันขึ้นไปทำอะไรของมันว๊ะ” ผมกับจ๋ามองเฮียต้อยกับแอนแล้วก็หัวเราะขึ้นพร้อมกันเสียงดังจนคนทั้งห้องหันมาดู

ผมไปหาจ๋าที่ร้านเดือนละ สอง สาม ครั้งจ๋าจะทิ้งแขกทันทีเพื่อมานั่งกับผม ผมอยู่กับจ๋าไม่เกินสองชั่วโมงก็จะกลับ ผมไม่อยากให้จ๋าเสียเวลาหาเงิน นับจากวันที่ผมเจอกับจ๋าได้หกเดือน จ๋าก็ออกมาเปิดร้านเสริมสวยซึ่งผมขออนุญาตไม่เล่าให้อ่านกันแต่ผมบอกได้ว่าสิ่งที่จ๋าได้ทำเพื่อพาตัวเองออกมาจากวงการโลกีย์นี้ได้ไม่มีไม่มีชายอกสามศอกคนไหนทำได้แม้แต่ผมเองก็ตาม

“เป็นไร” ผมมองห้องเล็กชั้นเดียวที่มีอุปกรณ์แค่พอสำหรับเสริมสวยให้ลูกค้าทีละคนเท่านั้น ห้องนี้ดีตรงมีห้องน้าให้ด้วย

“กลางวันเสริมสวย กลางคืนนอนในห้องนี้แหละ” คนอื่นอาจจะมองน่าเวทนาแต่สำหรับผมห้องเสริมสวยเล็กๆของจ๋าโคตรยิ่งใหญ่เลย

“มึงบอกกูสิว่ามึงรู้สึกยังไงกูอยากรู้” จ๋ารบเร้าผม ผมจ้องมองลึกเข้าไปในตาของจ๋าพยายามมองไปให้เห็นหัวใจของผู้หญิงตัวนิดเดียวคนนี้

 “หัวใจมึงทำด้วยอะไรจ๋า กูโคตรจะนับถือหัวใจของมึงเลย” ผมตระโกนลั่นอยู่กับหัวใจตัวเอง