ทำบุญรับโชคปีใหม่ที่หอสงฆ์อาพาธ

 

     เมื่อวานนี้เป็นวันเเรกของปีใหม่ 2553 ฉันทำหน้าที่พยาบาลเวรดึกเพียงคนเดียว เนื่องจากคนไข้มี 7 คน จากยอดทั้งหมด 30 คน น้องๆที่ไม่ใช่คิวหยุดจึงได้หยุดกัน ส่วนฉันเเละพี่เเดง น้องยา น้องเจี๊ยบ ก็ต้องขึ้นเวรเพราะเป็นพี่ใหญ่ เช้าตรู่จึงชวนคนไข้มะเร็ง น้องเเท๊ตไปทำบุญตักบาตร ที่หอสงฆ์อาพาธ ซึ่งอยู่ในอาคาร 19 ชั้นเเต่เป็นชั้นที่ 10 (ที่ทำงานอยู่ชั้น 8)ขณะเดินกลับจึงชวนเเท๊ตว่าช่วงบ่ายเราไปทำสังฆทานกันมั๊ย เเท๊ตกับเเม่ไม่ปฏิเสธคำชวนของฉัน "เเต่พี่ขอลงไปนอนก่อนนะ  บ่ายเจอกัน" ฉันบอกเเท๊ตเเละเเม่

           บ่ายสามโมงกว่าๆ หลังทานข้าวเเล้วจึงเเวะไปซื้อสังฆทานอันประกอบด้วย ธูป เทียน กระดาษทิชชู น้ำ เเละไม่ลืมที่จะชวนพ่อบ้านไปด้วยเพราะอยากให้ไปฟังเทศน์พระอาจารย์ด้วย เมื่อไปถึงพระอาจารย์อยู่ในห้องพิเศษ จึงขออนุญาตเข้าไปถวายสังฆทาน

            วันนี้ก่อนถวายทาน ท่านสอนเรื่องการไม่ยึดมั่นถือมั่น ความไม่มีตัวตน ธาตุ 4 ขันธ์ 5 เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมา ตั้งอยู่ เเล้วก็ดับสลาย สกลกายเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน ตายเเล้วก็ถูกเผาใหม้เหลือเพียงกระดูก เพราะฉะนั้น การห่วงหาอาวรณ์ ยึดถือว่าเป็นเราเป็นของเราจึงไม่มีประโยชน์ ท่านบอกเเท๊ตว่าให้ตั้งจิตภาวนาทุกขณะจิตให้ท่องคำว่าพุทธโธ  หายใจเข้าให้ท่องพุทธ หายใจออกให้ท่องโธไม่ต้องไปนึกถึงความเจ็บไข้ของเรา เพราะนี่เป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ซึ่งได้รู้เเจ้งเห็นจริง พระธรรมคำสอนของพระองค์ เปรียบได้กับถนนที่ท่านได้ถากถางป่าเเล้ว เท่านั้นไม่พอยังลาดยางมะตอย เท่านั้นไม่พอยังปูคอนกรีต ปูพรมเเดง โรยด้วยกลีบกุหลาบ เราซึ่งเป็นคนได้เกิดมาในร่มเงาของพระพุทธศาสนา เราก็ควรจะเดินตามท่าน ไม่ควรเดินเข้าป่าเข้าดง เพราะไม่งั้นก็จะโดนหนามทิ่มตำ

           หลังจากนั่งให้ท่านได้กล่อมเกลาจิตใจ จึงได้ถวายสังฆทานให้เป็นของสงฆ์ ท่านเป็นตัวเเทนรับ จึงขอลากลับ

 

วันนี้จึงเป็นโอกาสหนึ่งที่ได้ทำบุญใหญ่สังฆทานเเละยังได้มีโอกาสพาคนอื่นร่วมบุญด้วยก่อนกลับเเม่เเท๊ตจะเอาตังค์ให้ ฉันจึงบอกว่ามีกองทุนผู้ป่วยเด็กมะเร็งสนับสนุนงบประมาณเเละได้รับบริจาคจากพี่คิมมาด้วยส่วนหนึ่ง เเม่ลูกยิ้มเเละกล่าวขอบคุณ