ค่าแห่งน้ำใจ
คนเราจะดีนั้น จะต้องรู้จักหารู้จักใช้ ถ้าไม่รู้จักหาทรัพย์ก็เป็นคนเสียทรัพย์หรือมีทรัพย์แล้วไม่รู้จักใช้ทรัพย์ก็เสียทรัพย์เหมือนกัน กินแล้วไม่ขับถ่ายหรือขับถ่ายแล้วไม่กินก็มีหวังตายด้วยกันทั้งนั้น
การเสียสละ เมื่อดูเผินๆ น่าจะเป็นการเสียเปรียบ เพราะให้ไปย่อมหมดไป แต่ถ้ามองให้ซึ้งจะเห็นว่า ได้เปรียบมาก เหมือนลงแรงบำรุงต้นไม้ขั้นสุดท้ายก็ได้รับผลจากต้นไม้นั่นเอง ฉะนั้นนักปราชญ์จึงสอนไว้ว่า "คนโง่ไม่บริจาคเพราะกลัวจน แต่เพราะกลัวจนคนฉลาดจึงบริจาค" การบริจาคนี้มีผลน่าอัศจรรย์ สร้างเสน่ห์ก็ได้ สร้างความสามัคคีก็ได้ วิธีสร้างเสน่หืที่ศักดิ์สิทธิ์นั้น อะไรก็ไม่ดีเท่ากับการเสียสละดั่งมีคติพจน์อ้างว่า
ความรักมาเพราะน้ำใจมี ความรักหนีเพราะน้ำใจหมด ความรักลดเพราะน้ำใจแห้ง ฉะนั้นถ้าใครอยากได้ความรักก็จงสร้างน้ำใจ เปรียบเหมือนรักจะปลูกต้นไม้งามๆก็ต้องหมั่นรดน้ำ ถ้าไม่มีน้ำจะรดก็ป่วยการปลูก น้ำในที่นี้ก็คือน้ำใจเสียสละนั่นเอง
อนึ่งความปลอดภัยจากศัตรู ก็อาศัยการเสียสละเหมือนกัน ศาสตราอาวุธก็ดี รั้วรอบขอบชิดก็ดี ถึงจะกันภัยได้ก้ยังไม่เท่าการเสียสละ จงดูตัวอย่างที่เกิดขึ้นในวัดอภัยคีรีวิหารประเทศศรีลังกาเถิด ตามเรื่องมีว่า มีโจรคณะหนึ่งวางแผนจะเข้าปล้นวัดขณะที่กำลังประชุมรอฤกษ์อยู่นั่นเอง พระติสสเถระเจ้าอาวาสทราบเข้า ท่านจึงวางอุบายใช้วิธีใจดีสู้โจร ให้คนจัดอาหารรสเลิศไปเลี้ยงพวกโจร ผลก็คือ วัดนี้ปลอดภัยไม่ถูกปล้น เพราะอาหารเหล่านั้นออกฤทธิ์เข้าไปดลจิตดลใจให้พวกโจรใจอ่อน
เป็นที่น่าอัศจรรย์ว่า ของที่ได้มาด้วยน้ำใจไมตรีย่อมมีฤทธิ์ ผิดจากของที่ได้มาจากด้วยการซื้อ ซื้อแล้วก็แล้วกันไป แต่ถ้าเป็นของที่เขาให้ด้วยน้ำใจไมตรีจะรู้สึกว่ามีค่ามาก เพียงน้ำแก้วเดียวเท่านั้นช่างมีรสชาดชุ่มชื่นจริงๆ เพราะไม่ได้ดื่มน้ำเพียงอย่างเดียวแต่เราดื่มเอาน้ำใจของเขาเข้าไปด้วย ฉะนั้นท่านจึงกล่าวไว้ว่า "น้ำบ่อน้ำคลองเป็นรองน้ำใจ น้ำที่ไหนๆก็สู้น้ำใจไม่ได้" น้ำที่มีค่ามากก็คือน้ำใจนี่เอง
2 มกราคม 2553
ขอบคุณน้ำใจจากคุณในการเสนอบันทึกนี้ครับ