หน้าที่ของครูที่ปรึกษาคือการดูแลนักเรียนในทุกๆ เรื่องทั้งทางด้านการเรียน สุขภาพ ความประพฤติและการปลูกฝังค่านิยมต่างๆ

"สมาชิกที่พร้อมหน้าพร้อมตาของ 5/1" 

       หลังสอบกลางภาคเสร็จวิชาสุดท้ายครูนกขอเจอนักเรียนที่ปรึกษาทั้งห้อง ขณะที่นัดหมายกันมีลูกชายหลายคนออกตัวเลยว่า “ครูครับผมไม่เกี่ยว” ทั้งนี้เพราะเมื่อวันพุธที่ผ่านมากลุ่มลูกชายครูนกไปสร้างวีรกรรมหลังสอบเสร็จคือ ช่วงบ่ายโมงตนเองสอบเสร็จลงไปเตะฟุตบอลที่สนามส่งเสียงรบกวนมายังผู้ที่กำลังสอบช่วงบ่ายทำให้อาจารย์ท่านหนึ่งต้องเข้าไปตักเตือน  ทำให้เป็นประเด็นที่นักเรียนคาดว่าครูนกจะต้องสัมมนาเรื่องนี้ก่อนจะแยกย้ายไปในวันศุกร์ที่ผ่านมา  ซึ่งก็ใช่แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักเพราะครูนกมีเรื่องต้องพูดคุยและขอความร่วมมือจากเด็กๆ  3 ประเด็นดังนี้

        เรื่องแรกคือ การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นวัน Open House ของโรงเรียนเรา ครูนกต้องรับผิดชอบสามงานในวันเวลาเดียวกัน คนที่จะช่วยครูนกได้ดีคือ ลูกๆ ทั้ง 39 คน งานแรกคือ การแข่งขันตอบปัญหาพืชสมุนไพรในท้องถิ่นภาคใต้ สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย ซึ่งปีที่แล้วจัดแข่งขันเป็นที่สนุกสนาน ปีนี้งานวิชาการของกลุ่มสาระฯ เลยเรียกร้องให้จัดอีก ครูนกแจ้งให้นักเรียนที่สนใจร่วมทีมงานสมัครมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม ปรากฏว่า ได้สมาชิกครบ 10 คนแต่เป็นชายล้วน  ครูนกย้ำกับเด็กๆ ว่า ลูกมั่นใจนะว่าจะไม่ทำให้น้องๆ รู้สึกว่ากำลังอยู่ในโรงเรียนชาย  เขามั่นใจในการสมัครมาซึ่งทีมนี้ครูนกมอบหมายให้ท่านผู้นำของห้องคือวิศรุตเป็นแกนนำ  ต่อมากิจกรรมที่สองคือ สาธิตการทดลองในนามงานโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ซึ่งจะสาธิตการทดลองด้านชีววิทยา เคมี และฟิสิกส์ ซึ่งครูนกได้ทำแบบฟอร์มให้นักเรียนแจ้งรายละเอียดและสาระที่เกี่ยวข้องกับการสาธิตการทดลองเพื่อความสะดวกในการจัดเตรียมและดูแลซึ่งงานนี้นักวิชาการของห้องคือ ฟ้าใส และมีทีมงานทั้งหมดรวมแล้ว 20 คน เป็นแกนนำ ต่อมางานที่สามคือ ในฐานะที่กลุ่มพวกเราไปทัศนศึกษาต่างประเทศ คือ ปักกิ่ง ประเทศจีน งานโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์จึงมอบหมายให้ครูนกและนร.5/1 นำเสนอผลการศึกษาดูงาน ซึ่งผู้มีอารมณ์สนุกสนานประจำห้องรับไปคือ เจ้าสุดารัตน์ เมื่อรวมกับทีมงานที่สมัครตามความชอบใจได้ทั้งหมด 9 คน ทุกอย่างลงตัวเรามีเวลาเตรียมงานร่วมกันมากกว่า 20 วัน (งานนี้เตรียมกันข้ามปี)

        เรื่องที่สองคือ พฤติกรรมทั้งทางด้านการเรียน และอื่นๆ ของนักเรียนห้องเรา เนื่องจากเมื่อสอบกลางภาคคะแนนวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ตลอดจนวิชาต่างๆ จะทราบผล เพื่อนครูก็จะบอกเล่าผลงานของลูกๆ ครูนก ซึ่งมีกรณีต้องติดตามให้คำแนะนำใกล้ชิดจำนวน 3 ราย ก็ได้แจ้งโดยตรงกับทั้งสามคนให้ทราบถึงความเป็นห่วงของคุณครูในแต่ละรายวิชา และแนวทางในการพัฒนาตน ส่วนพฤติกรรมอื่นๆ ครูนกขอร้องไปสองเรื่อง การพูดคุยในช่วงทำกิจกรรมหน้าเสาธงคือ ขอให้เป็นผู้ฟังที่ดี อย่าคุยแข่งกับครูพิธีการประจำวัน และเรื่องการประพฤติตนเป็นแบบอย่างแก่รุ่นน้องในโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ซึ่งหลายๆฝ่ายจะมองนักเรียนกลุ่มนี้เป็นพิเศษด้วยความคาดหวังในความพิเศษของโครงการ ซึ่งครูนกเข้าใจทั้งในมุมมองนักเรียนว่า “ทำไมใครๆต้องคาดหวังพวกเขาสูง” และเข้าใจมุมมองของเพื่อนครูที่มีต่อนักเรียนกลุ่มนี้ว่าคาดหวังผลทุกๆอย่างไว้สูง จนบางทีครูนกยังเหนื่อยกับความคาดหวัง  แต่ ครูนกเลยแนะนำเขาว่า วิธีการที่ง่ายที่สุดคือทำหน้าที่นักเรียนให้ดีที่สุด อยู่ในกฏ ระเบียบ แล้วจะส่งผลเชิงบวกกับเราด้วยประการทั้งปวง

...จากแม่ฮ่องสอน

...จากเชียงใหม่

 

...จากปายแม่ฮ่องสอน

 

        เรื่องที่สามคือ “อวยพรปีใหม่พร้อมมอบขวัญเล็กน้อยๆ” ที่ครูได้จัดเตรียมตอนไป
ทัศนศึกษาดูงานในภาคเหนือ  ซึ่งพวกเด็กๆ บางคนมีแอบถามตั้งแต่ครูนกกลับจากภาคเหนือเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมถึงของฝาก แต่ครูนกแกล้งทำเฉยๆ เพราะตั้งใจไว้แล้วละฝากแน่แต่ขอมอบในเทศกาลเหมาะๆ และเป็นขวัญกำลังใจในการสอบเสร็จ พร้อมกับอวยพรให้ทุกคนเป็นเด็กดี ประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งมั่น (งานนี้มีหลายคนไม่เห่อเท่าไร...ให้ของขวัญปุบ...นำมาใช้ให้ครูนกเห็นเลยค่ะ) ตอนที่ซื้อของฝากครูนกก็ต้องวางแผนว่าจะซื้ออะไรสำหรับนร.ชายจำนวน 19 คน และลูกสาวอีก 20 คน ซึ่งของฝากนี้สะสมตั้งแต่แม่ฮ่องสอน เชียงราย และเชียงใหม่เลยค่ะ

        เมื่อจัดการภารกิจเสร็จไประดับหนึ่งทั้ง 3 เรื่องครูนกก็สบายใจที่ได้ทำบทบาทหน้าที่ครูในจังหวะและช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะครูที่ปรึกษาซึ่งเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง และกัลยาณมิตรที่ดีของศิษย์ พรุ่งนี้จะไปอย่างไรก็ต้องลุ้นกันไปแต่วันนี้ครูได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว