HemoCheck-S
ตรวจวัดคราบเลือดตกค้าง
แนะนำเบื้องต้น
HemoCheck-S เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ตรวจจับคราบเลือดตกค้างบนอุปกรณ์เครื่องมือ รูท่อต่างๆ หรือพื้นผิวอื่นๆ ที่มีการสัมผัสกับเลือดก่อนการทำความสะอาด คราบเลือดจะถูกตรวจจับได้ด้วยปฏิกิริยาจากเอนไซม์ เนื่องจากประกอบด้วย Peroxidases ปริมาณมาก สีที่เปลี่ยนแปลงของ Guajac Resin หรือ Benzidin จะให้ผลบวกเมื่อมีคราบเลือดปนเปื้อนที่ระดับ 1 ต่อ 1 ล้าน (Lit. 1) ซึ่งสามารถอธิบายตามทฤษฎีของ Kastle-Meyer-Test (Lit. 2) ได้เช่นกัน สาร Peroxidases ในเลือดจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาใน Leuco-Compounds ในรูปแบบของ Hydrogen Peroxide ทำให้เกิดเม็ดสีขึ้น ซึ่งง่ายต่อการตรวจจับ ซึ่งจะทำให้คราบเลือดตกค้างเกิดสีน้ำเงินขึ้นบนพื้นผิว หรือสารละลาย ทั้งนี้ Peroxidases ในเลือดจะยังคงแสดงคุณสมบัติแม้ผ่านกระบวนการที่ต้องเผชิญกับความร้อน ความเป็นด่าง หรือสารเคมีกลุ่มอัลดีไฮส์
ขั้นตอนการทดสอบ
เช็ดถูพื้นผิว หรือรูท่อที่ต้องการทดสอบด้วยแปรงเก็บตัวอย่าง หากใช้แปรงเก็บตัวอย่างอื่นที่ไม่ได้มาพร้อมผลิตภัณฑ์ ควรยืนยันการไม่เกิดปฏิกิริยากับสารทดสอบด้วยการทดลองแบบไม่มีคราบปนเปื้อน (Blind Control) ถ้าพื้นผิวแห้ง ควรทำแปรงเก็บตัวอย่างให้ชื้นด้วยน้ำที่ปราศจากคลอรีน (Non Chlorinated Water) จากนั้น หย่อนแปรงเก็บตัวอย่างลงในสารทดสอบที่กระตุ้นแล้ว ซึ่งคราบเลือดตกค้างจะแสดงผลเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินภายในเวลาไม่กี่วินาที ผลิตภัณฑ์ HemoCheck-S สามารถตรวจจับคราบเลือดตกค้าง ณ ระดับการปนเปื้อนเพียง 0.1 µg ได้อย่างชัดเจน แม้คราบเลือดดังกล่าวจะมีการแปรสภาพจากความร้อนแล้วก็ตาม
ข้อควรระวัง HemoCheck-S สามารถตรวจจับคราบเลือดตกค้าง หรือสารตกค้างจากเลือด หรือฮีโมโกรบิน อย่างไรก็ตามคราบเลือดตกค้างที่ผ่านการฟอกสี (เช่น สัมผัสกับกรดเพอราเซติก หรือ Hydrogenperoxide) จะไม่สามารถตรวจจับได้ เนื่องจากโครงสร้างของ Peroxidases ได้ถูกทำลายแล้ว
การยืนยันขอบเขตประสิทธิภาพการตรวจจับคราบลือดของ HemoCheck-S
เลือดสดปริมาณ 100 µl ไว้ในตู้อบเป็นเวลา 2 ชั่วโมง การตรวจวัดมวลด้วยระบบ Gravimetric Measurement ได้ผลว่าเลือดสด 100 µl มีเนื้อมวล 26.5 มิลลิกรัม เลือดบริสุทธิ์ของมนุษย์ถูกทำละลายในน้ำปราศจากแร่ธาตุด้วยอัตราส่วน 1:10, 1:100, 1: 1000 และ 1:10.000 สารละลาย 3.8 µl ของทั้ง 4 ความเข้มข้น จะให้คราบเลือดแห้งขนาด 100 µg, 10 µg, 1 µg และ 0.1 µg ตามลำดับ (รูป 1)
|
รูป 2 ผลการทดสอบด้วย HemoCheck-S ที่ระดับการปนเปื้อน 100 µg, 10 µg, 1 µg, 0.1 µg และตัวอย่างควบคุม (Blind Control) จากซ้ายไปขวาตามลำดับ |
|
รูป 1 คราบเลือดตกค้าง 100 µg, 10 µg, 1 µg และ 0.1 µg จากซ้ายไปขวา ตามลำดับ |
สารละลายของเลือดถูกหยดลงบนแผ่นสแตนเลสที่อุณหภูมิ 90ºC เพื่อจำลองคราบเลือดตกค้างแปรสภาพหลังผ่านขั้นตอนการทำลายเชื้อในเครื่องทำความสะอาด และทำลายเชื้ออัตโนมัติ (WD) ตัวอย่างคราบเลือดตกค้างบนแผ่นสแตนเลสจะถูกเก็บด้วยแปรงเก็บตัวอย่าง เพื่อทำการทดสอบขอบเขตของ HemoCheck-S ในการตรวจจับคราบเลือดตกค้างบนพื้นผิว
ผลการทดลอง
รูป 2 แสดงตัวอย่างที่ทดสอบด้วย HemoCheck-S ซึ่ง Peroxidases ให้ผลอย่างรวดเร็ว ทุกตัวอย่างให้ผลบวกโดยเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ยกเว้นตัวอย่างควบคุม คราบเลือดตกค้างระดับสูง (100 µg กับ 10 µg) ทำให้สารทดสอบทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน การทดสอบเพิ่มเติมที่สารละลายเลือดบริสุทธิ์ 1:100.000 หรือจำลองคราบปนเปื้อน 0.01 µg แต่ให้ผลเป็นลบ
สรุป จากหลักการทำงานของระบบเอนไซม์ Peroxide ทำให้ HemoCheck-S สามารถตรวจจับคราบเลือดตกค้างได้ในระดับต่ำกว่าการทดสอบคราบโปรตีนตามหลักการ Biuret Reaction และ Ninhyrin Reaction จุดเด่นอีกประการหนึ่งคือความไวต่อคราบเลือดที่นิยมใช้ในนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสำคัญทางการแพทย์ คราบปนเปื้อนที่ไม่เป็นอันตรายเช่นรอยนิ้วมือจะไม่ให้ผลบวก การไม่ต้องใช้เวลานาน และไม่ต้องใช้อุณหภูมิสูง ทำให้ HemoCheck-S ใช้งานสะดวก และให้ผลในทันที นอกจากนี้ HemoCheck-S ยังสามารถใช้งานได้ทันทีที่เกิดความสงสัยถึงคราบปนเปื้อนทั้งบนอุปกรณ์เครื่องมือ หรือพื้นผิวใดๆ ที่อาจเกิดจากปัญหาการทำงาน หรือกระบวนการทำงาน
เอกสารอ้างอิง
- G. Schrader, G. Görisch: The Limitations of Instrument Cleaning Based on Data Collected on vCJD-Risks Posed by Medical Instrument. Hygiene & Medizin August 2003, 28. Jahrgang S. 306-309
- Louise M. Edmunds, Andrew Rawlinson: The effect of cleaning on blood contamination in the dental surgery following periodontal procedures. Australian Dental Journal 1998; 43 (5): 349-353
ข้อมูลความปลอดภัยในการใช้งาน
- สารละลายใน HemoCheck-S มีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ และอาจเกิดอาการระคายเคือง
- สามารถกำจัด HemoCheck-S โดยจัดเป็นขยะไร้พิษ
