พจนานุกรมเล่มนี้ นอกจากจะให้ความหมายคำศัพท์สันสกฤตแล้ว ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของภาษาไทยในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี เพราะมีการใช้คำศัพท์สำนวนเก่าในสมัยเมื่อเกือบร้อยปีที่ผ่านมา นักประพันธ์หรือผู้ที่ต้องการตั้งชื่อบุคคลแปลกๆ เก๋ๆ ก็ค้นหาจากหนังสือเล่มนี้ได้ นอกจากนี้แล้ว ยังมีเกร็ดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับศัพท์แต่ละคำ โดยเฉพาะวิสามานยนาม ตัวพวกชื่อตัวละครต่างๆ
เมื่อไม่กี่วันมานี้
ผมได้พจนานุกรมสันสกฤตมาเล่มหนึ่ง ดีอกดีใจ เพราะรูปเล่มสวยงาม น่าใช้
(หนาไปนิด) และที่สำคัญ เป็นพจนานุกรมภาษาสันสกฤต-ไทย
เล่มแรกด้วย
พจนานุกรมเล่มนี้ไม่ใช่แค่แปลสันสกฤตเป็นไทย
แต่แปลเป็นอังกฤษด้วย คือ พจนานุกรม 3 ภาษา
(แต่ไม่มีการแปลกลับ)
ชื่อเต็มๆ ไม่ใช่พจนานุกรม แต่เป็น
อภิธาน ท่านใช้คำว่า “สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน” พิมพ์ครั้งแรก
โดยโรงพิมพ์ไท เมื่อ พ.ศ. 2469 ขนาด 8 หน้ายก (ประมาณกระดาษ A4)
ความหนาถึง 1,360 หน้า ปกแข็ง (เฉพาะศัพท์อย่างเดียว 1,343
หน้า)

แน่นอนว่า
ผมไม่ได้หนังสือฉบับพิมพ์ครั้งแรก แต่ได้ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4 (กันยายน
2552) โดยสำนักพิมพ์แสงดาว เรียกว่า เพิ่งพิมพ์มาสดๆ ร้อนๆ เล่มนี้
พิมพ์โดยวิธีถ่ายมาโดยตรง เพื่อรักษาต้นฉบับ (ถูกตามต้นฉบับ
ผิดก็ตามต้นฉบับ) และขนาดก็ย่อลงเป็นพ็อกเก็ตบุ๊ก (1/4 จากของเดิม)
แต่จำนวนหน้ายังเท่าเดิม ทำให้กะทัดรัด พกพาสะดวกขึ้น
ชำแหละพจนานุกรม

อย่างที่บอกแล้ว พจนานุกรมเล่มนี้
แปลจากภาษาสันสกฤต เป็นภาษาไทย และอังกฤษ ภาษาสันสกฤตนั้น
ใช้ตัวหนังสือไทยเขียน ทำให้คนทั่วไปอ่านได้
ไม่เหมือนพจนานุกรมสันสกฤตส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช้อักษรโรมัน
ก็อักษรเทวนาครี คนที่ไม่เคยเรียนสันสกฤตมาก่อน จะอ่านไม่ออก
หรืออ่านยาก
การลำดับศัพท์
เรียงตามธรรมเนียมนิยมของภาษาอินเดียทั่วไป คือ เริ่มจากสระก่อน อ อา
อิ อี อุ อู ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ เอ ไอ โอ เอา แล้วจึงขึ้น “ก ข ค ฆ ง”
จนจบที่ “ห” (ภาษาสันสกฤต ไม่มี อ อ่าง หรือ ฮ นกฮูก ครับ)
คำควบกล้ำ อยู่หลังจากคำที่ประสมสระ เช่น กุ (kai) มาก่อน กฺรม
(krama)
ดูตัวอย่างกันสักหน่อย
ตาลเวจนกม ตาลเรจนก. น. นางระบำ; นรรตกม ผู้เต้น, ผู้เต้นรำทำเพลง,
นักฟ้อน, ตัวลร; a female dancer; a dancer or actor.

จำนวนศัพท์ในพจนานุกรมเล่มนี้มีเท่าใด ไม่ได้บอกไว้
สุ่มนับดูได้ราวสองหมื่นศัพท์ นับว่ามากพอสมควรสำหรับพจนานุกรมทั่วไป
แต่พจนานุกรมสันสกฤต ศัพท์ยิ่งมากยิ่งดี
ผู้ที่ต้องการทราบความหมายของคำ
ก็สามารถเปิดค้นหาได้เลย แต่สำหรับการใช้งานนั้น
อาจยังไม่คล่องตัวนักสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ภาษาสันสกฤตจริงๆ เพราะว่า
ยังขาดรายละเอียดที่สำคัญ คือ เพศของคำ (คำนามในภาษาสันสกฤตมีสามเพศ
คือ ชาย, หญิง และกลาง) กับหมวดของธาตุหรือกริยา (มีด้วยกัน 10 หมวด)
เช่น เปิดคำว่า ชิ แปลว่า น. เวตาล ไม่รู้ว่าเป็นเพศอะไร
ทำให้แจกรูปไม่ถูก เป็นต้น
นอกจากนี้
ทราบมาว่าพจนานุกรมที่พิมพ์ครั้งก่อนมีใบแก้คำผิด
แต่ฉบับนี้ไม่ทราบว่ามีหรือเปล่า ถ้าจัดพิมพ์แบบเรียงพิมพ์ใหม่
น่าจะดีกว่า จะได้แก้คำผิดไว้ด้วย
หากมีการจัดพิมพ์ครั้งต่อไป
น่าจะเรียงพิมพ์ใหม่ ปรับปรุง เพิ่มเติมส่วนที่จำเป็น
ส่วนศัพท์ภาษาอังกฤษนั้น หากตัดออกเสีย ก็ไม่เสียหลาย
แล้วเพิ่มศัพท์ไทย-สันสกฤต ก็จะได้พจนานุกรมสันสกฤตไทย-ไทยสันสกฤต
ที่มีขนาดกะทัดรัด เหมาะมือ
และใช้งานประโยชน์ได้มากขึ้นอีก
ประวัติการพิมพ์
ครั้งแรก 1 เมษายน พ.ศ. 2469
ครั้งที่สอง กระทรวงศึกษาธิการ จัดพิมพ์ 6 สิงหาคม
พ.ศ. 2507 (ย่อส่วนลง ?)
ครั้งที่สาม กระทรวงศึกษาธิการ จัดพิมพ์ 29 มีนาคม
พ.ศ. 2507 (เหมือนครั้งที่สอง)
ครั้งที่สี่ สำนักพิมพ์แสงดาว กันยายน พ.ศ. 2552
(คงจะเหมือนครั้งที่สาม) เพิ่มสารบัญตามตัวอักษร และประวัติการพิมพ์
พร้อมประวัติผู้แต่งท้ายเล่ม รวม 1400 หน้า ราคา 480 บาท

ผู้แต่ง
เล่ามาพักหนึ่งแล้ว ยังไม่ได้บอกว่าผู้แต่งพจนานุกรมนี้เป็นใคร
ชื่อบนปก บอกว่า ร้อยเอก หลวงบวรบรรณรักษ์ (นิยม
รักไทย) คนทั่วไปคนไม่คุ้นชื่อ แต่นักเลงหนังสือรุ่นก่อนๆ
น่าจะคุ้นกันดี เพราะท่านผู้นี้แต่งและแปลหนังสือเอาไว้หลายเล่ม
นายร้อยเอก หลวงบวรบรรณรักษ์เป็นลูกครึ่งฝรั่งไทย
เดิมชื่อ John Jam บิดาเป็นชาวสก็อต มารับราชการในเมืองไทย
สมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อสำรวจแหล่งทองคำ มารดาเป็นคนไทย ท่านเกิด (10
มกราคม 2419) ท่านเข้าเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ
เมื่อเรียนจบ
ท่านได้สอนหนังสือที่โรงเรียนอัสสัมชัน
ซึ่งได้สอนภาษาอังกฤษชั้นประถมแก่พระยาอนุมานราชธนด้วย
นอกจากนี้ยังสอนที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก
และโรงเรียนสวนกุหลาบอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นเข้ารับราชการที่กรมตำรา
ในภายหลังได้แต่ง และแปลหนังสือหลายเรื่อง เช่น
มหาภารตยุทธ์, บันเทิงทศวาร (The
Decameron), ชาฎกบางเรื่องไตรพากย์, ชัยมงคลคาถาไตรพากย์,
ขงจื้อมหาคุรุ, อาหรับราตรี เป็นต้น
หลวงบวรบรรณรักษ์ผู้นี้แหละ
เป็นครูสอนภาษาสันสกฤตแก่นายผี (อัศนี พลจันทร์) นักเขียน
นักคิดคนสำคัญของไทยในสมัยหนึ่ง และมีผลงานการแปลวรรณคดีสันสกฤต เช่น
ภควัทคีตา และแต่งเพลงเดือนเพ็ญ อันลือลั่น
ท่านได้สมรสกับคุณเสริม เลขยานนท์
มีบุตรธิดา 3 คน ถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2489 สิริอายุ 70
ปี

ท่านผู้แต่งพจนานุกรม นายร้อยเอก หลวงบวรบรรณรักษ์
คงมีผลงานการเขียนไม่น้อย
เพราะอยู่ในกลุ่มปัญญาชนนักคิดนักเขียนในเวลานั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป
ชื่อและผลงานก็เริ่มเลือนหายไป คนรุ่นใหม่ๆ
ย่อมไม่รู้จักเป็นธรรมดา
เราไม่ทราบว่า ท่านเรียนสันสกฤตมาจากไหน
แต่การแต่งพจนานุกรมสันสกฤต ถือว่า ต้องมีความสนใจ อดทน มุ่งมั่น
และมีภูมิในทางนี้อย่างยอด
จะว่าไปแล้ว ในยุคสมัยนั้น มีฝรั่งหลายคน
ที่เก่งภาษาไทย ชอบภาษาไทย และเขียน แต่งหนังสือไทย ไม่ว่าจะเป็น
หมอบลัดเลย์ หรือ ยอร์ช เซเดส์ เป็นอาทิ กรณีของหลวงบวรฯ ก็เช่นกัน
ท่านศึกษาภาษาไทยอย่างแตกฉาน ดูคำนำจากอภิธานเล่มนี้ก็ได้
ท่านใช้คำว่า มุขพันธ์ และเนื่องจากอาจหาอ่านได้ยาก
จึงขอคัดลอกมาทั้งหมด
เจอะภาษายากๆ ไม่ต้องแปลกใจครับ
หลายศัพท์ที่อ่านยากเข้าใจยาก คงไม่ใช่ศัพท์ที่ใช้ทั่วไป ท่านผู้เขียน
(ครันถการ) อาจประดิษฐ์ขึ้นเอง จึงได้ใส่คำในวงเล็บเอาไว้ด้วย จากคำนำ
หรือ มุขพันธ์ นี้ พบว่าท่านอ้างพจนานุกรมสันสกฤตไว้สองเล่ม คือ
ของบัณฑิต ราม ชาสัน (Pandit Ram Jason) และวามัน ศิวราม อาปเต
(Va man Shivaram Apte)
ซึ่งเป็นนักปราชญ์ทางภาษาสันสกฤต
ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันดีแม้ในปัจจุบัน
มุขพันธ์ ของ ครันถการ
ภาษาสันสกฤตเปนศัพทาศรัยอันทรงไว้ซึ่งคำทุกหมวดวิทยา,
และปราชญ์หนังสือทุกภาษายอมรับว่า
‘สันสกฤตอุดมด้วยคำใช้ทุกประเภทวิชชา;’ เพราะเหตุนี้,
ปราชญ์ทุกชาติทุกภาษา
จึงได้บำเพ็ญเวลาของตนต้อการศึกษามตฤกาสำคัญของภาษาทั้งหลาย.
แท้จริงในการบรรยายปาริภาษิกศัพท์
หรือคำศาสตรบัญญัติทั้งหลายกับคำใช้ในกายพคดีทุกประเภท,
เท่าที่ปราชญ์วรรณคดีทุกประเทศได้พิจารณาแล้วโดยถ้วนถี่,
ย่อมไม่มีภาษาใดล่วงวิษัยพากย์สันสกฤตได้.
แม้กฤตวิทย์ในภาษาไทยก็นิยมใช้ศัพท์สันสกฤต ทั้งโดยตรงและโดยแผลง
โดยอเนกปริมาณ; เพราะมีความเห็นร่วมกันว่า
‘สันสกฤตเปนพจนาลังการแก่วรรณคดีของเรา,
และเปนคำใช้อันไพเราะสละสลวยสมภูมิ์ฐานแก่ภาษาผู้ดีทุกสมัย’
กาพยคดีในภาษาไทยแทบทุกเรื่อง ย่อมบันจุศัพท์สันสกฤตลงไว้เปนส่วนใหญ่,
เพราะเหตุว่านักปราชญ์ไทยยกย่องว่าเพราะพร้อง
และนับถือเปนแบบแผนเรื่อยมาจนทุกวันนี้.
แต่ยังไม่มีตำราเปนหลักฐาน
สำหรับค้นหาคำแปลศัพท์สันสกฤตทั้งหลาย
ให้ได้ความชัดเจนเปนคำไทยและอังกฤษ, เพื่อเปนสมบัติของประเภทตำราไทย.
กฤตวิทย์ไทยเราพากันกล่าวคำอภิโยคอันเจือด้วยโศกว่า
‘เมื่อไรชาวเราจะได้เห็นสันสกฤตมูลครันถ์, อภิธาน, และสารสงเคราะห์
พิมพ์จำหน่ายในเมืองไทย ? เมื่อไรชาวเราจะได้ใช้ ‘นิยมาภิธานภาษาไทย’
( a standard dictionary of the Siamese language )
อันสมบูรณ์พร้อมด้วยปาริภาษิกศัพท์ที่เรานิยมใช้มานานแล้ว ?
ตราบใดชาวเรายังบกพร่องในมูลครันถ์ ( text-books )
อันได้ผ่านตาของนิรุกติสภามาแล้ว,
ตราบนั้นลิปีการของเราก็ยังได้ชื่อว่า
เกยแห้งในการแต่งหนังสืออยู่เรื่อยไป.
เปนความจริงอันน่าอัศจรรย์ใจที่ไม่มีท่านผู้ใดเคยได้ลิขิตสันสกฤตอภิธานขึ้นไว้ในภาษาไทย.
เมื่อไรชาวเราจะได้สมมโนรถของเราหนอ ?
ศัพทาภิโยคเหล่ารนี้มีเดชพอที่จะกระตุ้นลิปีการ
และโกศการสมัยปัตยุบันให้ช่วยกันเขียนเรื่องที่เหมาะแก่ภูมิ์รู้ของตนขึ้นไว้ในเวลาว่างซึ่งตนย่อมมี.
ทั้งนี้ก็โดยความยินดีอย่างยิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับคำขอร้องของ
“ขุนโสภิตอักษรการ” เจ้าของโรงพิมพ์ไทให้เขียน สํสกฤต-ไทย-อังกฤษ
อภิธาน เล่มนี้ ขึ้นไว้เปนนิษฐสมบัติส่วนหนึ่งในภาษาไทยสมัยนี้;
เพราะว่าการรับปากคำว่า จะทำให้สำเร็จเปนเล่ม
ดุจเล่มอันพิมพ์แล้วบัดนี้เปนอาทิ
ได้ประจักษ์แจ้งแก่มติของข้าพเจ้าเปนโอกาสอันดีวิเศษสำหรับ
‘ก่อคฤหมูลแห่งวิทยาขึ้นไว้ให้ศิษย์และประศิษย์ (ศิษย์ของศิษย์)
รุ่นหลังสร้างเหนือมูลนี้ต่อไป,’
และสำหรับต่อการเล่าเรียนภาษาซึ่งได้หลั่งความติดใจลงไว้ในตัวข้าพเจ้าเรื่อยมาจนทุกวันนี้.
ผลอันดีที่การนี้จะอนุเคราะห์ข้าพเจ้าต่อไปข้างน่านั้น คือ
‘ความรู้ซึ้งในศัพทารถภาษาไทย,’
ซึ่งข้าพเจ้าตั้งใจจะเขียนให้สำเร็จเปนเล่มดุจอภิธานเล่มนี้ (
ถ้ามีเวลาพอทำได้ตามมโนรถ ).
ในการลิขิตอภิธานเล่มนี้
โกศการได้หารือโกศครันถ์ของบัณฑิตรามชาสัน
และโกศครันถ์ของวามันษิวรามอัปเต อันเปนหมวดสารสงเคราะห์ที่ไว้ใจได้
และเหมาะสำหรับเราชาวไทย
หวังใจว่า นิทรรศน์ของครันถการอภิธานเล่มนี้
คงเปนที่ไว้ใจเช่นเดียวกันกับสูตร์ของครันถการบัณฑิตทั้งสองท่าน
อันกล่าวนามแล้วโดยฉเพาะ, และเชื่อมั่นว่า
คงได้รับความสมเคราะห์แห่งนักปราชญ์ทั่วไป
เพื่อแนะนำให้ดรุณชนชาวไทยใช้โกศครันถ์เล่มนี้เปนสมุดคู่มือทันสมัย.
นายร้อยเอก หลวงบวรบรรณรักษ์ ( นิยม รักไทย )
วันที่ ๑ เมษายน พ. ศ. ๒๔๖๙
ถนนรองเมือง, จังหวัดพระนคร
แน่ นอนว่า
ผมไม่ได้หนังสือฉบับพิมพ์ครั้งแรก แต่ได้ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4 (กันยายน
2552) โดยสำนักพิมพ์แสงดาว เรียกว่า เพิ่งพิมพ์มาสดๆ ร้อนๆ เล่มนี้
พิมพ์โดยวิธีถ่ายมาโดยตรง เพื่อรักษาต้นฉบับ (ถูกตามต้นฉบับ
ผิดก็ตามต้นฉบับ) และขนาดก็ย่อลงเป็นพ็อกเก็ตบุ๊ก (1/4 จากของเดิม)
แต่จำนวนหน้ายังเท่าเดิม ทำให้กะทัดรัด พกพาสะดวกขึ้น
ดีจังเลยครับ ชอบที่มีภาษาอังกษด้วยจะได้เปรียบเทียบได้ สบายดีไหมครับอาจารย์หมู
สวัสดีค่ะ
เป็นบันทึกยาว ๆ ที่อ่านได้อย่างเพลิดเพลินค่ะ
อ่านจนจบ เลยได้ความรู้คำศัพท์อีกหลายคำ ไม่น่าเชื่อว่าอ่านหนังสือภาษาไทยก็ว่ามาก แต่ภาษาไทยบางคำ กลับไม่ค่อยรู้จัก เช่นคำว่า "มุขพันธ์"
ยิ่งภาษาสันสกฤตยิ่งรู้น้อยไปอีก เพิ่งรู้ว่ามี "เพศ"ด้วย
ทำให้รู้ว่าตัวเองมีความรู้ด้านภาษาน้อยจริง ๆ สักแต่อ่าน ๆ ไม่ค่อยรู้รากของภาษา แล้วยังเข้าใจว่าตัวเองอ่านมากด้วย...ฮา...เชื่อเลย
เป็นหนังสือที่น่าซื้อมาใช้ สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ค่ะ ส่วนตัวกำลังคิดว่าซื้อมาแล้วนอกจากเก็บไว้เป็นหนังสือเก่าหายากแล้ว จะใช้ทำอะไรดี
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
ขอบคุณมากครับ จะต้องไปหาซื้อมาบ้างแล้ว พอดีแฟนเรียนภาษาศาสตร์
บก.หมู หายไปนาน กลับมาพร้อมสาระที่อัดแน่นเหมือนเคยค่ะ การเขียนในสมัยก่อนนึกเองว่าอ่านยาก ลองอ่าน เอ๊ะ ก็อ่านง่าย พอเข้าใจความหมายคำศัพท์นะคะ (อย่างที่คุณน้องคนไม่มีรากเขียนว่าอ่านเพลิน) ห้องสมุดมีหรือยังน้อ....
ราชทินนาม หลวงบวรบรรณรักษ์ น่าไปสืบเสาะค้นหากันต่อนะคะ ว่า คำ บรรณรักษ์ มีมาแต่หนใด....เอาลงวิกิด้วยนะคะ จะติดตามอ่านค่ะ
พบ blogger ..อาจารย์ธ.วัชชัย
-ขอบคุณที่มาเยือนค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะอาจารย์พี่ชาย
(^___^)
สวัสดีปีใหม่ค่ะ ท่านบก. สบายดีนะคะ
ห่างหายแต่ยังระลึกถึงนะคะ ขอบคุณที่แวะไปย้ำเตือนค่ะ แหม ตะลอนๆ ...
ปีนี้ไม่ค่อยได้ตะลอนคะ เดินทางผ่านภาพและตัวอักษรแทนค่ะ
อยากได้กระจกร้าวจังค่ะ จะได้ไปชมความสามารถท่านหลวงบวรบรรณรักษ์ผู้นี้ ...
สวัสดีค่ะคุณครูธ. วัชชัย
ระลึกถึงเสมอค่ะ...พี่เหมียว
ขอให้สุข สดชื่น สมหวังนะคะ
วันที่อาจารย์แวะไปขอนแก่น พี่แก้วชวนไปต้อนรับ แต่ติดประชุมเที่ยงค่ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายด้วยความระลึกถึงอาจารย์ค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะ คุณ ธ.วั ช ชั ย
ขอให้มีความสุขมากๆ ค่ะ
ซื้อที่ไหนอ่ะ ศูนย์หนังสือจุฬาก็ไม่มี บอกหน่อยจิ๊
ตากำลังจะปิดแล้ว มาทายทักท่านบก.ก่อน
ขอตัวไปเข้าเฝ้าท่านหลวงฯ แล้ว ฝันดีนะคะ ;)
ตอนนี้ มีความรู้สึกอยากเขียนหนังสือท้องถิ่นให้กับบ้านเกิดสักเล่ม..จังเลยครับ เช่น ประวัติการก่อตั้งหมู่บ้าน สถานที่สำคัญๆ ประเพณี ภูมิปัญญา ผญาและคำกลอน คำสอนที่ใช้ในชุมชนจากอดีตถึงปัจจุบัน เสร็จแล้วก็มอบให้โรงเรียน, วัด และชุมชน บางทียังอยากทำเป็นภาคการ์ตูน ด้วย...
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
มาขอบคุณอาจารย์ที่ไปเยี่ยมในบล็อกค่ะ