ได้โปรดอย่าจากกันไป ทีม
เมื่อวานหลังจากพูดคุยกับทีมงานจัดการความรู้ มมส. ซึ่งบรรยายกาศการพบปะกัน จากครั้งแรก เมื่อสองสามเดือนก่อนแตกต่างกัน หน้ามือเป็นหลังมือ คือ ครั้งแรกที่คุยกับ จะเกร็ง มีคำถามตลอด แต่เมื่อวาน บรรยากาศเปลี่ยนไป คือ ช่วยกัน หัวเราะ สนุกสนาน แบบเป็นกันเอง
คำถามหมดไป ความสงสัยหมดไป มีแต่คำแนะนำ และเต็มใจช่วยเหลือเพื่อพัฒนา
หลังเสร็จการประชุมพูดคุยหารือกัน เรื่อง สมรรถนะ ฅน มมส ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปปฏิบัติหน้าที่หลักกันต่อ
คงเหลือแต่ ผศ.ดร.สมเกียรติ (อ.หอย) คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคม ที่ยังนั่งอยู่คนสุดท้าย และผมก็นั่งคุยกันนอกรอบ เหลืออยู่สองคนในห้องประชุม
ด้วยความที่สนิทกัน และทำงานร่วมกันมาพอสมควร ท่านเป็นคนจิตอาสา พัฒนา และเปิดใจ ให้ปรึกษามาโดยตลอด
ผมคุยกับท่าน...ผมสนุกกับงาน เพราะมีเพื่อนๆน้องๆร่วมงานที่ขยันเต็มที่เต็มใจ ทั้งที่เป็นงานหลักหรืองานรอง ในปัจจุบันขณะนี้
แต่ก็ไม่รู้ว่าวันนี้ วันพรุ่ง ทีมงานของเราจะเคลื่อนย้ายถ่ายเท ไปที่ต่างๆในสถานการณ์ที่ไม่มีอัตรา ไม่มีความมั่นคงในการทำงาน น่าเสียดายถ้า มมส ต้องเสียคนกลุ่มนี้คนที่เริ่มมีความเชี่ยวชาญ ฅนที่เสียสละเพื่อ มมส.
น่าเสียดายถ้าบุคลากรที่มีคุณค่าต้องจากไปจาก มมส.
ท่าน อ.หอย ให้กำลังใจ “จงทำงานให้สนุก สุขกับงาน ทำไปจนให้รู้ว่าเมื่อไม่มีคนอย่างพวกเรา ใครก็ทำไม่ได้” หมายความว่า ให้องค์กรเห็นความสำคัญของพวกเรา
ผมเข้าใจความรู้สึกว่า ไม่มีใครจะอยู่ในที่ชีวิตการทำงานที่ไม่มั่นคง ไปจนตลอดชีวิต เพราะทุกช่วงเวลาที่มีโอกาสที่ดีกว่า ก็ต้องเลือกสิ่งนั้น ผมเข้าใจและไม่เคยน้อยใจ (แต่ใจหาย) ในทางกลับกันคือ ยินดีด้วยอย่างยิ่ง
หลายคนทำงานดี หลายคนที่เสียสละ หลายคนที่เต็มที่เต็มใจในการทำงาน แม้เขาเหล่านั้นจะอยู่สถานะภาพที่ไม่มั่นคง ที่ความก้าวหน้าไม่ชัดเจน อยู่ในความรู้สึกเปรียบเทียบกับคนนั้น คนนี้ จนเขาเหล่านั้นรู้สึก “ท้อแท้” และเกิดคำถามว่า “ทำไม?”
จนเกิดความระแวง และ เบื่อหน่าย ไม่ไปสอบที่ไหน เพราะ “เสียค่าสมัครเปล่าๆ เพราะเค้ามีเด็กอยู่แล้ว”
แต่ยังงัยๆ ไม่ว่าใคร ระดับไหน อายุเท่าไร คุณค่า คือ การทำงาน และทำให้เกิดคุณค่าต่อการพัฒนา เพราะชีวิตหนึ่ง นั้น เราๆก็ไม่เกินกัน ก็คงไปที่ชอบที่ชอบ
จงทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ไม่อยู่แบบวันต่อวัน อยู่แบบ วันพรุ่งนี้คิดว่าจะทำอะไรต่อ
อยากตื่นเช้า ไปทำงาน อยากกลับค่ำ เพราะยังมันส์กับงาน
ร่วมกู่สร้างสรรค์ พัฒนา
ลาก่อนปีเก่า 52 และสวัสดีปีใหม่ 53
เคยคุยกับอาจารย์จิตเจริญ(JJ) กับคำว่า "ไปเงียบ" พูดถึงใครที่ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยบ่นกับการทำงาน ไม่แสดงออกถึงความเบื่อ ไม่ระบายให้ใครฟัง
คนแบบนี้ จะไปโดยไม่บอกให้เรารู้ล่วงหน้า จะบอกเราก็ต่อเมื่อเขาค้นหา เขาเลือก เขามีที่ไปแล้ว ในเวลากระชัดชิด แบบที่เราไม่ได้ตั้งตัว
คนที่เขาให้ความสำคัญอย่างเรามาก เราจึงจะเป็นคนสุดท้ายที่เขาจะบอก
สำหรับผม ไม่มีที่ไหนจะมีความสุขเหมือนอีสานบ้านเรา มีคำถามกับตัวเองเหมือนกันว่า "ทำไมชีวิตคนเราต้องดิ้นรนมากมาย"
ทำไมถึงเลือกที่จะต้องไปที่อื่น โดยเฉพาะ "กรุงเทพฯ"
ทำไปจนให้รู้ว่าเมื่อไม่มีคนอย่างพวกเรา ใครก็ทำไม่ได้
ชอบมากครับ
ส่งกำลังใจ ให้พี่ชาย น้องคิดว่าทุกคนที่ต้องการความมั่นคงในชีวิต ในช่วงที่รอบางคนหรือหลายคนเค้าก็ทุ่มเทกับงานของเค้าที่ทำอยู่ ทำหน้าที่ของเค้าในปัจจุบันอย่างดีที่สุด ตามกำลังที่เค้าเหลืออยู่ หรือที่มีอยู่นะคะ ร่วมสร้างสรรค์พัฒนา ทุกวินาทีที่เหลืออยู่มีคุณค่า ทำตัวให้มีค่า เวลาจะมีค่า องค์กรก็มีการพัฒนาค้า
ส่งกำลังใจมาให้
ทุกคนมีสิทธิ และมีทางเลือกของตนเอง และในที่สุด คือ ธรรมะ จัดสรร..
มาให้กำลังใจ น้องชาย ร่วมอุดมการณ์ เพื่อนร่วมกู่สร้างสรรค์ สักวัน พระอาทิตย์ จะต้องขึ้น ครับ