หมอครับ ผมไม่ยังไม่อยากใส่ท่อช่วยหายใจ

กลางดึกของการขึ้นเวรวันหนึ่ง ฉันและน้องๆที่ขึ้นเวรด้วยกัน ก็ได้รายงานแพทย์มาดูอาการคนไข้ เด็กชายอายุ15 ปี เป็นโรคหัวใจล้มเหลวอย่างรุนแรง และมีกระดูกสันหลังคด ทำให้การขยายตัวของปอดไม่ดี ต้องให้ยากระตุ้นการทำงานของหัวใจ และให้ออกชิเจนช่วย

เริ่มตั้งแต่ตี5 คนไข้บอกว่า ไม่ไหวแล้วแม่ วันนี้เหนื่อยที่สุดๆเลย หายใจไม่อิ่ม แน่นหน้าอก และเริ่มไอมากขึ้น ไม่มีแรงแม้จะไอ พยาบาลรีบติดเครื่อง monitor การทำงานของหัวใจ วัดสัญญาณชีพ

แพทย์ถูกตามมาดูเป็นระยะ

จนกระทั่ง ตี 5กว่าๆ คนไข้เริ่มหอบมากขึ้น หัวใจเต้นแรงเร็ว หมอที่อยู่เวร มีทั้ง แพทย์ฝึกหัด และแพทย์ประจำบ้าน มากันเต็ม

คนไข้ไม่ไหวแล้ว เตรียมใส่ท่อช่วยหายใจ...เสียงบอกของแพทย์ senior...

คนไข้คนนี้ใส่ท่อยากมากๆ....

หมอครับ...ผมขอหายใจเองก่อน...ไม่อยากใส่ท่อ...

ขณะนั้นคนไข้ให้ออกซิเจนแบบครอบจมูกไว้...แต่ดูแล้วคนไข้ไม่มีที่ท่าว่าจะดีขึ้นเลย...

เริ่มซีด...กระสับกระส่าย...หัวใจเต้นตุบๆ

คุณพ่อ คุณแม่คะ หมอจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจนะคะ...น้องไม่ไหวแล้ว

ครับ...ก็คงสุดแต่คุณหมอ...

การใส่ท่อช่วยหายใจโดยแพทย์ที่อาวุโสสุด เป็นไปด้วยความยากลำบาก

ขณะนั้น เครื่องที่ monitor บอกว่า ออกซิเจนในเลือดเริ่มต่ำลง...

หมออีกคน จับชีพจรไม่ได้...ฟัง หัวใจไม่ได้ยินเสียง....

คนไข้หัวใจหยุดเต้น.... ขอยา adrenalin 1 ต่อ 10000 3 ซีซี...

หมออีกคนก็ปั๊มหัวใจ ....พยาบาลก็บีบหน้ากากช่วยหายใจ...

ในขณะที่แพทย์อีกคน ก็รายงาน อาจารย์แพทย์...

ในขณะที่เหตุการณ์กำลังอยู่ในนาทีชีวิต แม่กับพ่อที่ดูอยู่ห่างๆ...น้ำตาไหลริน...ทำอะไรไม่ถูก ...ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...

หมออีกคนไปให้ข้อมูล และ ดูแลด้านจิตใจ...

จนกระทั่งเวลาผ่านไป....

 พอเถอะหมอ  ผมไม่อยากให้ลูกทรมาน...ขณะนั้นเป็นเวลา 7 โมงเช้าพอดี...

ทีมหมอก็ยุติการช่วยชีวิต...ตามคำขอของพ่อและแม่

ทีมพยาบาลได้ดูแลเช็ดตัว และขอเสื้อผ้าคนไข้มาเปลี่ยนให้

ฉันกับหมออีกคนเดินไปหาพ่อกับแม่...ที่กำลังยืนกอดกันร้องไห้อยู่ไม่ไกลจากเตียงคนไข้มากนัก....

หมอเสียใจด้วยนะคะ ...พยายามกันอย่างเต็มที่แล้ว ...ฉันจับมือแม่เบาๆ เสียใจด้วยจริงๆค่ะ พ่อกับแม่ดูแลลูกอย่างดีที่สุดแล้ว น้องไม่ทรมาน...อีกแล้ว

แม่กับพ่อจะเข้าไปร่ำลาลูกเป็นครั้งสุดท้ายไหมคะ...แม่บอกว่า ยังทำใจไม่ได้...แล้วก็ร้องไห้ต่อ...

อีกสักพัก อาจารย์แพทย์ที่ดูแลก็มาถึง รีบเข้าไป นั่งคุย...

เป็นภาพที่ฉันประทับใจในตัวอาจารย์ท่านนี้มาก

แม่คนไข้นั่งบนเก้าอี้...มีพ่อยืนกอดอยู่ข้าง...อาจารย์ท่านนี้นั่งคุกเข่า กอดคุณแม่ไว้...

แล้วก็เรียกพยาบาล...พ่อแม่อยากให้พระมาสวด ช่วยจัดการให้ด้วยครับ

ฉันจึงโทรประสาน กับตึกสงฆ์ที่อยู่สูงขึ้นไปอีกสองชั้น...

เจอพยาบาลใจดีรับสาย...ได้ครับ เดี๋ยวผมเป็นธุระให้....

พระท่านมาสวดทำพีธีให้...แล้วก็ให้แง่คิดเรื่องการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์ ทั้งนั้น

ความตายก็มาถึงแล้ว การที่จะเอาศพออกจากรพ. การแจ้งตาย ทำอย่างไร...

พยาบาลที่จะให้ข้อมูล ต้องประเมิน...พ่อแม่...ดูแล้วไม่พร้อมที่จะรับข้อมูล ...ต้องเป็นญาติ...คนใดคนหนึ่ง...

 

การดูแล...หลังเสียชีวิตในรพ....

1. ให้ข้อมูลแก่พ่อแม่ ดูแลด้านจิตใจ

2. ดูแลความเรียบร้อย เปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดโปรดของคนไข้

3. ให้โอกาสพ่อแม่ร่ำลาลูก...เก็บศพไว้บนตึก 2 ชม.

4 ให้แพทย์ออกใบมรณบัตร

4. พยาบาลโทรแจ้งเวชระเบียน ขอเลขที่ใบมรณบัตร โดยให้รายละเอียดการตาย เลขที่รพ. ที่อยู่

5.แจ้งญาติเรื่องการแจ้งตายภายใน 24 ชม. ที่เทศบาล ให้แจ้งเลย ไม่ต้องกลับไปกลับมา เนื่องจากคนไข้ อยู่ต่างจว.

6.คิดเงินค่ารักษา

7.สอบถามญาติว่าจะฉีดศพไหม...

8.พยาบาลกรอกข้อมูลใบรับศพ

9. ประสานงานกับ จนท. ห้องศพ ให้มารับศพ

.......

ขอให้น้องหลับให้สบายนะครับ