มีเพื่อนรักมากคนหนึ่งที่เมื่อเพื่อนหรือใครมีเรื่องเดือดร้อน เธอพร้อมจะช่วยเหลือเสมอไม่ว่าจะลำบากยากเย็นขนาดไหน แต่เธอไม่เคยยอมให้ใครได้ช่วยเหลือเธอเลย...เรารู้สึกเกรงใจ ลำบากใจและน้อยใจเล็กๆว่าเธอเห็นว่าเราไม่ใช่เพื่อนพิเศษสำหรับเธอ นี่คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของผู้ให้ที่ไม่ยอมเป็นผู้รับ ทำให้ความดีงามที่ส่งถึงกันมีเพียงทางเดียว ความสุขเกิดได้ไม่เต็มที่ในทั้งสองฝ่าย

ได้อ่านพบและจากประสบการณ์ของตัวเองพบว่า คนที่เป็นผู้รับที่ดีนั้น จึงจะเป็นผู้ให้ที่ดีด้วย และพยายามฝึกฝนตนเองให้เป็นเช่นนั้น ลองสำรวจตัวเองกันดูนะคะว่า เราเป็นแบบไหน เราเป็นผู้รับที่ดีหรือไม่ หรือเป็นแต่ผู้ให้ฝ่ายเดียว

ถ้ามีเพื่อนเสนอจะเลี้ยงข้าวเรา เรารับข้อเสนออย่างนุ่มนวลและชื่นชม หรือบอกเพื่อนว่า ไว้คราวหน้าชั้นจ่ายให้เธอละกันที่ทำให้การให้ครั้งนี้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนการจ่ายเงินกันเท่านั้น

ถ้ามีเพื่อนชวนขึ้นรถไปด้วยกัน เราลดคุณค่าการชวนของเพื่อนด้วยคำพูดว่า ถ้าเธอไปทางเดียวกัน ชั้นไปด้วยก็ได้ หรือเปล่า

ถ้ามีใครให้ของขวัญขอบคุณเรา เรารับอย่างขอบคุณและชื่นชม หรือเราตอบไปว่า โอย..รับไม่ได้หรอก หรือ คุณไม่น่าจะเอามาให้เลย...

ถ้าพบเหรียญบาทหล่นอยู่ที่พื้น เราหยิบขึ้นมาแล้วรู้สึกขอบคุณที่เจอมันหรือมองอย่างไม่สนใจแล้วคิดว่า ก็แค่เหรียญบาท

เมื่อมีใครขอบคุณที่เราทำอะไรให้เขาแล้ว เรารับคำขอบคุณของเขาอย่างเห็นคุณค่าหรือตอบไปแค่ว่า เรื่องเล็กน้อยไม่เป็นไรหรอก

หากเราเป็นผู้รับด้วย วิธีการปฏิเสธการให้ ลดคุณค่าของการให้ ขัดขวางการให้หรือทำให้การให้เป็นแค่การแลกเปลี่ยนธรรมดา ขอให้นึกด้วยนะคะว่า เรากำลังลดความสุขของผู้ที่กำลังให้เรา ถ้าเราเรียนรู้การเป็นผู้รับที่ดี รู้จักรับอย่างเห็นคุณค่าและชื่นชมการให้ที่มีคนหยิบยื่นให้เรา จะได้พบว่า เราจะให้ได้ง่ายขึ้นและรู้สึกอิ่มใจต่อการให้ของเราได้มากขึ้น เขาว่ากันว่านี่คือส่วนหนึ่งของการ พัฒนาตัวเอง เป็นการเติบโตจากภายในของเรา

เขียนเรื่องนี้เพราะ เคยอ่านเจอเรื่องนี้แล้วก็เห็นด้วยและพยายามเรียนรู้ที่จะเป็นผู้รับที่ดีเสมอ แล้วก็ได้พบจริงๆว่า เมื่อเรารู้จักรับ รู้จักทำให้ผู้ที่เขาให้เรามีความสุข เราก็จะมีโอกาสได้เป็นผู้ให้ที่มีความสุขได้อย่างง่ายดายเช่นเดียวกัน