๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๒
๒๒.๕๑ น.

 

พ่อครับ...

 

ผมเพิ่งกลับจากอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย  รู้ทั้งรู้ว่าพ่อหลับแล้ว  ถึงกระนั้นผมก็ไม่วายที่จะค่อยๆ ย่างกรายเบาๆ เข้าสู่ห้องนอนอันแคบเล็กนั้นไม่ได้  ด้วยหวังว่าจะมองพ่ออีกครั้ง หลังจากไม่มีโอกาสได้พบและคุยกับพ่อมาทั้งวัน


พ่อหลับสงบราวกับคนเหนื่อยล้ามาจากสงครามเลยทีเดียวแหละ  ผ้าห่มผืนเล็กๆ คลุมศีรษะพ่อเสียมิดจนมองไม่เห็นใบหน้าของพ่อเหมือนเฉกเช่นคืนที่ผ่านมา  ถึงกระนั้นก็เถอะ ผมก็ไม่ลังเลสักนิดกับการต้องดุ่มเดินอย่างเบาๆ เพื่อคว้าเอาผ้าห่มอีกผืนมาห่มทับผืนแรกที่อยู่บนตัวพ่อ และมันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้ทำสิ่งนี้ให้กับพ่อ

 

พ่อครับ, สามสี่วันให้หลังมานี้เราสองคนคุยกันบ่อยขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และดูเหมือนจะคุยกันได้นานอย่างแทบไม่น่าเชื่อ  จนผมอดที่จะโบยตีตัวเองไม่ได้ว่าเหตุใดที่ผ่านมาถึงละเลยในสิ่งเหล่านี้ไปได้

 

แรกเช้าของวันนี้  พ่อยังคงตื่นเช้าเหมือนอยู่ที่บ้าน  ตรงกันข้ามด้วยผลพวงของการอดหลับอดนอนมาร่วมสัปดาห์  ส่งผลให้ผมยังคงนอนโทรมทรุดอยู่หน้าจอทีวีราวกับคนกำลังฟื้นตัวจากการเจ็บไข้- อิดโรยและไร้แม้กระทั่งเรี่ยวแรงที่จะเปิดเปลือกตาตัวเองก็ไม่ปาน จึงได้แต่นอนเงี่ยหูฟังสิ่งที่พ่อพูดกับหลานๆ แสนรักทั้งสองคน

 

พ่อครับ, สิ่งที่พ่อพูดหรือสื่อสารกับเจ้าตัวเล็กทั้งสองนั้นเต็มไปด้วยความรักความเมตตาอย่างมหาศาล  มันไพเราะชวนฟังกว่าที่ผมพูดกับลูกๆ ร้อยเท่าพันเท่าอย่างไม่ต้องสงสัย  และดูเหมือนว่าเจ้าตัวเล็กทั้งสองจะสดชื่นตื่นตัวไปตามถ้อยคำของพ่อมากเป็นพิเศษ  ดูอย่างแต่ละคนกระตือรือร้นที่จะจัดการกับตัวเองในเช้าอันเร่งรีบนั้นอย่างไม่งอแง  และเพียงชั่วอึดใจเดียว ทั้งสองก็อยู่ในชุดนักเรียนที่สดใสชวนกอดอย่างมหัศจรรย์  มิหนำซ้ำพ่อยังอาสาพาหลานๆ ลงไปรอรถตู้รับส่งด้วยตัวเองอีกต่างหาก  ตรงกันข้ามกับผมที่มักให้พวกเขาเดินลงบันไดไปเอง  ด้วยคิดเองว่า นั่นคืออีกวิธีการหนึ่งของการสอนให้ลูกได้เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือตัวเอง โดยลืมไปว่าบางทีพวกเขาก็ยังเล็กเกินไป อีกทั้งส่วนหนึ่งมันก็เป็นหน้าที่ที่ผมไม่ควรละเลยด้วยเหมือนกัน

 

พ่อครับ, พ่อได้ยินใช่ไหมในห้วงที่เจ้าหลานรักกำลังจะผลักประตูห้องออกไปนั้น  เขาบอกกับพ่อว่าเย็นนี้เขาจะรีบกลับบ้านมาหาพ่อ โดยจะไม่ลงรถที่ทำงานของผมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา  พร้อมๆ กับย้ำให้พ่อรับรู้ว่าเย็นนี้พวกเขาทั้งสองจะพาพ่อเดินเล่นและเล่นกีฬากันที่สนามเด็กเล่นนั่นแหละ  ฟังดูน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและมีชีวิตชีวาอย่างแทบไม่น่าเชื่อ  จนผมอดที่จะตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งไม่ได้ว่าที่ผ่านมานั้น ผมได้ทำหน้าที่ของความเป็นพ่อดีแล้วหรือยัง

 

ขอบคุณนะครับพ่อที่ทำให้ผมได้ทบทวนตัวเองขนานใหญ่ 

 

๒๓.๔๐ น.

จากลูกที่เพิ่งเคยห่มผ้าให้พ่อในคืนหนาว