๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๒
๒๓.๒๘ น.
พ่อครับ...
ผมเพิ่งกลับออกมาจากห้องนอนเล็กๆ ที่พ่อกำลังนอนเบียดกายอยู่กับเจ้าหลานรักคนเล็กภายใต้เครื่องปรับอากาศที่กำลังส่งเสียงราวกับคนละเมอยังไงยังงั้น
นี่เป็นคืนแรกในรอบหลายๆ เดือนที่พ่อแวะมาพักกับผม มันนานมากจนผมจำไม่ได้ว่าครั้งล่าสุดที่พ่อนอนค้างคืนที่นี่เกิดขึ้นเมื่อใดกันแน่
ในความเงียบสงบของการนอนหลับนั้น, ผมเห็นแววหม่นมัวส่วนหนึ่งเกาะกุมอยู่บนใบหน้าอันยับย่นของพ่อ ผมรู้ว่าพ่อเหนื่อยกายและเหนื่อยใจเป็นอย่างมากกับการต้องใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างมหาศาลเพื่อฟาดฟัน หรือทำสงครามกับความหม่นมัวเหล่านั้น และเพียงวินาทีแรกที่ผมเพ่งมองไปยังดวงหน้าที่พ่อกำลังหลับใหลอย่างเหนื่อยอ่อนนั้น ผมบอกได้เลยว่า ผมเจ็บร้าวและทุกข์ทรมานกับสิ่งที่พ่อเผชิญมาอย่างที่สุด พร้อมๆ กับปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะบ่งเบา หรือแม้แต่แบกรับเอาความหม่นมัวทั้งหมดจากพ่อมาไว้ที่ตัวเอง
พ่อครับ,ผมรู้ว่าพ่อเหนื่อย และเจ็บปวดกับมันอย่างมากโขเลยทีเดียวแหละ แต่ผมก็ยังเชื่อว่าแท้ที่จริงแล้วนั้น พ่อเข้มแข็งกว่าผมร้อยเท่าพันเท่านัก ผมเสียอีกที่ดูเหมือนจะไม่เอาถ่านเสียเลยกับเรื่องพรรค์นี้ แต่ถึงอย่างไรผมก็ต้องเข้มแข็ง-และเข้มแข็งเพื่อที่จะดูแลพ่อ ถึงแม้ว่าวันนี้เราอาจจะเริ่มต้น ณ จุดที่ต่ำกว่าศูนย์ก็เถอะ ผมก็จะพยายามและพยายามให้ถึงที่สุด, ผมสัญญา
จากลูกที่ไม่เคยบอกรักพ่อ
วันวานผ่านพ้นไปจะจดจำบันทึกที่มีค่านี้ตราบนานเท่านานครับ...รักพ่อครับ (ซึ้งใจครับ)
ผมรักพ่อครับ และนับถือความรู้สึกของความเป็นพ่อ นับตั้งแต่วันที่ลูกได้เกิดขึ้นมา
สวัสดีค่ะ อ.พนัส
อาจารย์โชคดียังมีโอกาสได้เห็นพ่อและทำในสิ่งที่อยากทำเพื่อพ่อนะคะ แต่วันนี้ namsha ไม่มีพ่อให้ได้บอกรักหรือทำอะไรเพื่อพ่อแล้ว
ปีใหม่นี้ขอให้อาจารย์มีความสุขมากๆนะคะ
รักของพ่อยิ่งใหญ่เสมอค่ะ...
สวัสดีครับ คุณวันเพ็ญ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่จะทำให้ผมทลายความเขินอายไปจากชีวิตนะครับ
ขอบคุณครับ
ทอดกายาพ่อเหนื่อยแสนเมื่อยล้า
ฉายแววตาซ่อนเร้นเห็นทุกครั้ง
อยากกราบเท้าซบตักรักพ่อจัง
เป็นพลังจากลูกพ่อแนบผูกพัน
สวัสดียามเช้าคะคุณแผ่นดิน ขอแจมเป็นกลอนนะคะ
สวัสดีครับ เสียงเล็กๆ فؤاد
จดหมายเหล่านี้ เขียนขึ้นจากบริบทความจริงที่เกิดขึ้นกับผมและพ่อ มันจะเป็นจดหมายเหตุชีวิตระหว่างผมกับพ่อ และจะผูกโยงไว้ให้ลูกๆ ได้เรียนรู้ไปในตัว...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ...ฝนแสนห่า
พ่อ-เป็นประหนึ่งสายน้ำและภูผาของผมเอง...
ขอบคุณครับ