8 ชม. 14 กม. กับการเดินขึ้นสรังก๊อตพร้อมหนุ่มน้อยหน้ามลชาวเนปาลี...ไม่หวั่นไหวให้มันรู้ไป

เป้าหมายวันนี้คือการไปนอนรอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สรังก๊อต ที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เพราะไม่ไกลจากโพคารา ประมาณ 14 กม. เอง

เวลา 05.30 ณ โต๊ะอาหาร Oke  inn hotel ย่าน Lake side (แต่ไม่ติดทะเลสาบเฟวา) "พจน์" กล่าวอรุณสวัสดิ์ พร้อมกับแจ้งว่า ข่าวร้ายที่แจ้งเมื่อวานนี้ไม่เป็นจริง ...เย้เย้...

ที่จริงที่สุดของข่าว คือ "มีประกาศปิดถนน วันนี้ไม่มีรถวิ่ง  ต้องเดินกันนะฮะ"

 "ฮ่ะ" ... คงไม่มีคำตอบใดที่ดีกว่านี้

และเราก็ออกเดินพร้อมกระเป๋าสีชมพูในนาม Miss Lady's PinK

 

 Binhdabasani temple

ในกำหนดการ TKT แจ้งชัดเจนแล้วว่าให้แยกชุด 1 คืน สำหรับการไปค้างบนเขา โดยเราจะ Trek ผ่านหมู่บ้านที่มีร้านขายของและทุ่งมัสตาร์ด เดินชิลด์ชิลด์ ก็เพียง 2 กม. เท่านั้น โดยรถจะจอดส่งในหมู่บ้าน ใช้เวลาไม่น่าเกิน 2  ชม

แล้วไปกินข้าวเที่ยงที่โรงแรมในหมู่บ้านสรังก๊อต พร้อมกับพักผ่อนตามอัธยาศัย ชมเทือกเขา Machapuchare โดยมี higtligt ที่ยอดเขาหางปลา หรือ Fish tail หมู่บ้านสลังก๊อตนี้สูงประมาณ 1,600 จากระดับน้ำทะเล ที่นี่เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวในการมาชมพระอาทิตย์ขึ้น...

 Bindhabasani Temple

        

ออกจากโรงแรมได้ประมาณ 2.5 กม. มั้ง  ชาวคณะแวะที่วัด Bindhabasani เป็นวัดฮินดู ตั้งอยู่บนเนิน เป็นวัดที่รวมเทพทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นพระวิษณุ พระกฤษณะ พระพิฆเณศ และนางอุมาหรือเจ้าแม่กาลี  เป็นที่ศรัทธาของชาวเนปาลีมาก เพราะร้อยละ 90 นับถือศาสนาฮินดู ระยะทางจาก Oke inn hotel มาถึงที่นี่ก็หวั่นไหวแล้ว เพราะระหว่างทางมองเห็นภูเขาซ้อนกันอยู่หลายลูก โดยมีเทือกเขา Machapuchare  เป็นฉากหลัง ไหนสรังก๊อต คำตอบของ Bikaram  น้องไกด์ชาวเนปาลี ตอบว่า Behind the mountain นั่นคือสรังก๊อต โอ แม่เจ้า

และเราก็ได้คุ้นเคยกับเจ้า Bik มากขึ้น จนได้เป็นถูกแต่งตั้งเป็น My Mom เราเริ่มหวั่นไหวกับการเดินขึ้นเขาแล้ว ไม่หวั่นไหวยังงัยไหว...นี่ผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้วหล่ะ ยังไม่เห็นวี่แววโรงแรมของเราเลย

หวั่นไหวมากขึ้นเมื่อเพื่อนๆ ร่วมทริปหายลับไป โดยเฉพาะแก๊งค์คุณกาจ น้องแอน น้องแป๋ว น่องอึ่ง และน้องพจน์หลังจากที่พยายามถ่ายรูปรอแล้วรออีก

 

  • สัมผัสเทือกเขา Machapuchare อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะยอดเขาหางปลา

 

กลายเป็นว่า Bik เป็น Staff ที่ต้องอยู่ดูแล The last person ทั้ง 3 คน ตัวก็เล็กกว่าป้า เปรียบไปก็คนละรุ่น แถมหน้าน้องไกด์ชักยิ้มไม่ออกแล้ว นี่แหละสาเหตุที่ทำให้หวั่นไหว...

ปาย ป๊าย...เรว เร๊ว เป็นคำพูดไทยไม่ชัดจากปากเจ้า Bik ได้ยินบ่อยขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป 4 ชั่วโมง

แถมไม่รั้งท้ายปล่าว ป้ายังหิ้วกระเป๋าสีชมพูสดตามสมญาที่ว่า Miss Lady's Pink เหมือนจะไปช้อปปิ้งยังไงยังงั้น  กระเป๋ามีตั้งเยอะ ท้ำไม้ ทำไม หล่อนหอบใบนี้มา...คงเป็นที่ขัดหูขัดตาของผู้พบเห็นพิลึก

 

ก็ใครบอกเค้าว่าเดิน 2 กม....ของแถมแบบนี้ไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก...แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ที่เนปาล

เที่ยวสนุกซะอย่าง..ดังนั้น Bik อาจจะแปลกใจที่คนไทย 3 คนที่ดูล้าสุดๆ แต่ก็ยังหัวเราะลั่นก้องภูเขา ร้องเพลงตาม mP3 และถ่ายรูปแก้เหนื่อยได้ตลอดทาง รวมถึงนอนแผ่หมดแรง ไม่ยอมเดินเอาดื้อๆซะงั้น...เอากะหล่อนสิ

แต่การเดินครั้งนี้หากไม่นับความล้าในการยกขาที่เกิดจากร่างกายที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายแล้ว ทิวทัศน์ ร้านจำหน่ายสินค้าในหมู่บ้าน และผู้คน ทำให้เราพูดได้ว่า ถึงสรังก็อตจริงๆ

  •  ดอกพญาเสือโคร่งบานตลอดเขาระหว่างทางสู่สรังก๊อต

ประมาณ 15.20 น. เราสามคนและน้องไกด์ Bik ก็ถึงโรงแรมเชอปา...พร้อมเสียงทักทายถามไถ่จากเพื่อนร่วมทริปที่มาถึงก่อน...เดี๋ยวค่อยเม้าท์ต่อนะ งานนี้ขอเอเวอเรสต์แก้เหนื่อย...ขวด