“การเรียนรู้สู่สันติสุข” สัตยาไส-รุ่งอรุณ
ประเทศไทยกับการจัดการศึกษาที่ล้มเหลวเรื่อยมา เพราะเรามุ่งเน้นคนเก่ง ระบบการศึกษาตามแนวทางตะวันตกต่อท่อมาให้เราได้ใช้รูปแบบที่คล้ายกัน เน้นการให้ความรู้วิชาการ เน้นการพัฒนาสมองเป็นหลัก ใช้วิธีการคิดวิเคราะห์ ในที่สุดคนเก่งเหล่านี้ก็เข้าสู่สนามแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย ผู้ชนะสามารถเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นโอกาสของชีวิตของผู้ชนะ เด็กที่อยู่ในเมืองหลวงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการกวดวิชา แต่เด็กๆในชนบทแทบจะไม่ได้สัมผัสการกวดวิชาเหมือนเด็กในเมือง เมื่อพูดเรื่องการสอบแข่งขัน เด็กชนบทก็แพ้ตั้งแต่คิดแล้ว
ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ได้เน้นย้ำให้เห็นความล้มเหลว และความเจ็บปวดของระบบการศึกษาที่แบ่งแยกคนอย่างไม่เป็นธรรม ดร.อาจอง ได้บอกต่อว่าระบบการศึกษาแบบเดิมความเครียดสูง เลยต้องเปลี่ยนวิธีคิด เน้น “ความดี” ก่อน คนดีจะไม่คิดแบบคนเก่ง คนดีจะคิดถึงส่วนรวมก่อนตนเอง เมื่อสร้างคนดีแล้วเชื่อว่าคนจะเก่งขึ้นมาเอง

อ้างอิงภาพจาก http://www.hotelier.in.th/fwmail/fwmailview.php?showmaster=1&fwid=100
โรงเรียนสัตยาไส ไม่เน้นวิชาการแต่ให้ความสำคัญกับความสุข กระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กมีความสุข “เมื่อเขาสุขแล้ว จะเก่งขึ้นมาเอง” ผลสัมฤทธิ์การเรียนของสัตยาไส นักเรียนชั้น ม.ปลาย สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ๑๐๐ %
....
มีคำถามว่า ทำไมถึงมาทำงานด้านการศึกษา?
รศ.ประภาภัทร ท่านตอบว่า “เพราะไม่รู้ว่ามันยากไง”
รศ.ประภาภัทร นิยม อดีตอาจารย์จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และต่อมาท่านได้ออกมาทำโรงเรียน ทำงานด้านการศึกษาระดับพื้นฐาน จึงพบว่าการทำงานด้านการให้การศึกษานั้น ยากและท้าทาย กว่าที่คิดไว้
เราหลับกันมานาน เราทำอย่างที่เคยทำ รู้เท่าที่รู้ สอนเท่าที่มีในหนังสือ ตำรา รูปแบบการจัดการศึกษาของเราแบบนี้นี่เอง ทำให้ระบบการศึกษาตอบโจทย์สังคมใหม่ๆไม่ได้ ในขณะเดียวกันก็แปลกแยกออกไปจากวิถีชีวิตทุกขณะ
คนทำงานด้านการศึกษาในความคิดของ รศ.ประภาภัทร ท่านบอกว่า ต้องมี ๓ประเด็นนี้ คือ
๑. ต้องเคลื่อนไหวระดับจิตวิญญาณ
๒. ตื่นพอที่จะมองเห็น เห็นทั้งตัวเองและสังคม
๓. ตระหนักว่า ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง ไม่หยุดนิ่ง
ทำไมการศึกษาไม่ทำให้เรา “รู้” ตรงนี้สำคัญ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในสังคม การศึกษาไม่ได้ทำให้เราเข้าใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้เลย ณ ถึงวันนี้เราต้องคิดไปข้างหน้าแล้วว่า เราจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างไร? เราตื่นพอที่จะรู้ว่า สิ่งที่เราสอนอยู่ ว่า “มันไม่ใช่” การศึกษาทางเลือกจะกระตุ้นให้คนได้ตื่น เรียนรู้กับการเปลี่ยนแปลงนั้น
การจัดการศึกษาที่โรงเรียนร่งอรุณพยายามทำใน ๓ อย่าง
๑. เปลี่ยนที่ตัวเราเอง (ครู) สร้างวิธีการเรียนรู้ให้ลึกซึ้ง ทั้งด้านวิธีคิด กระบวนทัศน์ การบ่มเพาะให้เข้าใจ ทัศนคติ มองเห็นความเชื่อมโยง หน้าที่ของนักการศึกษาคือ การบ่มเพาะการเรียนรู้ ประเทศไทยมีทุนด้านศาสนาที่มีพุทธศานาเป็นศาสนาประจำชาติ คุณค่า หรือทุนตรงนี้เป็นทุนที่เอื้อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านจิตวิญญา
๒. ความรู้ที่เกิดจากสถานการณ์จริง ด้วยวิธีคิดที่ว่า เราจะเติบโตอย่างไร? เราจะอยู่กับคนอื่นอย่างไร? รู้เท่าทันอย่างไร? โรงเรียนรุ่งอรุณ จึงพานักเรียนออกไปเรียนรู้ การจัดการหลักสูตรทุก Domain อยู่ในทุกวิชา ที่เราเรียกว่า “บูรณาการ” สอนการดูแลโลก สอนให้ลึกซึ้งถึงวิธีคิด
๓. การสื่อสารที่เป็นสาระ โรงเรียนรุ่งอรุณใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบ การแลกเปลี่ยนความรู้ เรียนรู้จากผู้อื่น เรียนรู้จากการสนทนา เป็นการสื่อสารที่มีสาระ นำความรู้ฝังลึกออกมานำเสนอ สร้างความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้นตลอดเวลา
ทางออก ทางรอดการศึกษา
ดร.อาจอง ฝากในช่วงท้ายบอกว่า เราต้องช่วยกันตั้งแต่ ระดับอนุบาล – อุดมศึกษา สร้างคนดีตั้งแต่ระดับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานป้อนเข้าสู่มหาวิทยาลัย หากทำเช่นนี้จะช่วยลดภาระมหาวิทยาลัยมากในการเริ่มต้นสร้างคน
ปัจจัย ๒ อย่างที่สัตยาไสให้ความสำคัญ ก็คือ การมีครูที่ดี ครูที่พูดทุกอย่างออกมาจากใจ (ภาษาใจ) สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ฟัง การฝึกสมาธิให้แก่เด็ก การทำสมาธิยกระดับจิตใจเด็กให้สูง รร.สัตยาไสให้เด็กนั่งสมาธิ ๙ ครั้งต่อวัน
รศ.ประภาภัทร ให้ข้อคิดเห็นในมุมของนโยบาย ท่านบอกว่า ต้องมาจากนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการต้องเปลี่ยนแปลงระดับนโยบาย หากไม่มีคนเล็กคนน้อยก็เหนื่อยกันต่อไป
คุยเรื่องเเนวคิด แล้วลงสู่การปฏิบัติเป็นไปได้หรือ?
ที่โต๊ะอาหารกลางวันของงานสัมมนาในวันนั้น ผมนั่งพูดคุยประเด็นนี้ต่อกับ ผู้อำนวยการโรงเรียน ๔ – ๕ ท่านที่เข้ามาร่วมรับฟัง ทุกท่านเห็นด้วยและเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ในความเป็นจริงนั้น การขับเคลื่อนการจัดการศึกษาที่เน้นการสร้างมนุษย์ “สุข ดี เก่ง” ปัจจัยไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนแต่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ผู้ปกครองด้วย(ทั้งค่านิยม,ความเชื่อ,ทัศนคติของสังคม) นโยบายก็มีส่วนอย่างมาก โรงเรียนของท่านก็ต้องฝ่ากระแสเหล่านี้ไปให้ได้ หากมองภาพใหญ่ในขณะนี้ก็ตีบตันไปหมด...คิดได้ แต่ ทำยากจัง
ผมก็คิดว่า เราก็ยังไม่สิ้นหวังกันหรอก ในเมื่อเราทำในภาพใหญ่ของโรงเรียนทั้งหมดไม่ได้ แต่การปรับเปลี่ยนวิธีคิดของครูเกี่ยวกับการให้ความรู้ เป็นการสร้างความรู้ การบูรณาการสิ่งเหล่านี้เข้าไปในหลักสูตร-รายวิชา ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำได้ ท่ามกลางความไม่พร้อม ไม่เอื้อด้วยประการทั้งปวงของระบบการจัดการศึกษาของเราในขณะนี้
ผมคิดว่าเราทำได้ และในหลายๆโรงเรียนที่ผมได้ร่วมเรียนรู้ด้วยในเวทีต่างๆ ก็เห็นได้ว่า มีครูเพื่อศิษย์คิดนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆเป็นลักษณะ Best Practice ขึ้นมา เพื่อมุ่งไปข้างหน้าสร้างคน “สุข ดี เก่ง” อยู่แล้ว (มีมากมายด้วย)
คิดต่อว่า เราจะให้สิ่งดีๆที่เราเรียกว่านวัตกรรมการเรียนรู้เหล่านี้ สื่อสารต่อสาธารณะได้อย่างไร? เราจะสร้างพื้นที่นี้อย่างไร? เราจะให้กำลังใจครูดีเหล่านี้ได้อย่างไร?
โจทย์นี้สามารถทำได้เลย แต่ผู้มีส่วนรับผิดชอบของประเทศต้องให้ความสำคัญด้วย
Panel Discussion on “learning for Peace”
Seminar –cum – Workshop on Transformative Learning : Higher Education Reform
At Siam City Hotel,Bangkok
16th December 2009
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ศาลายา
๒๐ ธค.๕๒
"คนดีจะไม่คิดแบบคนเก่ง คนดีจะคิดถึงส่วนรวมก่อนตนเอง เมื่อสร้างคนดีแล้วเชื่อว่าคนจะเก่งขึ้นมาเอง"
นักวิทยาศาสตร์สายบริสุทธิ์-สายนามธรรม เน้มความรัก ความเมตตา ความสุข ความดี
ได้ยินมานานมากวิทยาศาสตร์ต้องพิสูจน์ได้จับต้องได้ นอกนั้นเป็นอะไรไม่รู้
ปลูกฝังความเชื่อนี้จนลืมตัวเองปลูกฝังแต่การเอาชนะคนอื่นคือความดี
นมัสการครับ พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
ในช่วงหลังมีคิด คุย เรื่องของ เครือข่ายโยงใย ที่ไม่สามารถอธิบายได้โดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาอธิบาย
อ.ดร.อาจอง ท่านก็เป็นผลผลิตของระบบการศึกษาที่เน้นความเก่ง เเต่บังเอิญท่านรู้จัก Meditation ก่อน เเละปฏิบัติสม่ำเสมอ กลับกลายเป็นส่งผลดีต่อตัวท่านเอง
โรงเรียนวิถีพุทธ เป็นกระบวนการพัฒนาหนึ่งของระบบการศึกษาไทย มีที่ทำถูกทางบ้าง ทำไปเรื่อยๆบ้าง ขึ้นป้ายแบบนั้นเองบ้าง ...
"ครู" จึงเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญมากในการเปลี่ยนแปลงในประเด็นเหล่านี้ครับ
ผมชอบบันทึกนี้ ;)...
ขอบคุณ คุณ บุษรา มากครับ สำหรับคำอวยพร ขอให้สิ่งดีๆนั้นกลับคืนสู่คุณบุษราเช่นกันครับผม :)
เป็นกำลังใจที่ดีครับ อ. Wasawat Deemarn :)
ได้อ่านหนังสือของดร.อาจอง เรื่อง "เปิดความคิด ชีวิตอัจฉริยะ."แล้วรู้สึกชื่นชมแนวทางการจัดการศึกษาของท่านมาก..เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการลงมือสร้างโรงเรียนตามแนวคิดของการพัฒนาคนให้สมบูรณ์ด้วยจิตวิญญาณที่ดี..
มีความหวังที่จะไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนของท่าน..ได้ข่าวว่ากำลังพัฒนาไปในระดับอุดมศึกษาด้วยยิ่งน่าสนใจ..ในการพัฒนาคนระยะยาว..น่าสนใจและน่าศึกษามากค่ะ..
..ขอบคุณบทความดีๆและเป็นกำลังใจให้กับการสร้างคนดี..ที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ค่ะ..
(..คุณเอก..สบายดี..มีพลังเสมอนะคะ..)
^^
ชอบครับชัดเจนในการศึกษาที่ควรจะเป็นดี...ต้องปรับตั้งแต่อนุบาลครับ
ชื่นชมมานาน ครับ ดร.อาจอง
เชื่อครับ ว่าคนดี ที่เข้มแข็ง ในที่สุดแล้ว
จะเก่งขึ้นมาจนได้ครับ ช้านิด แต่ยั่งยืนครับ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ สำหรับวิ่งดีๆ ที่นำมาเสนอ
แวะมาส่งภาพ "ดอกทิวลิปบาน" 1 ภาพ ตามคำขอเมื่อวานครับ ;)
จาก http://gotoknow.org/journals/wasawatdeemarn/entries/55229
จากงาน 40 ปีโครงการหลวง เชียงใหม่ ... ได้แค่นี้จริง ๆ ครับ ;)
สวัสดีครับ อ.เอก
สวัสดีปีใหม่ครับอาจารย์เอกขอให้มีความสุขตลอดไปนะครับแวะมาอ่านบันทึกดี ๆครับขอบคุณมากครับที่ให้โอกาสสำหรับผมท่ามกลางคนดีคนที่ไม่ดีจะเป็นคนดีได้ครับ
แด่ พี่เอก
ต้องเคลื่อนไหวระดับจิตวิญญาณ
คืออะไร รบกวนพี่ ขยายความหน่อยครับ