ความหมายของ KM มีค่ามากกว่าเนื้อหาที่เห็น เพราะภาพที่ปรากฎคือกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ทรงพลัง สะท้อนถึงการดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้เพื่อส่งเสริมทีมงาน...เหลือเชื่อว่าไม่มีใครขัดแย้งใคร มีแต่แต่งแต้มระบายสีเสมือนไปนั่งอยู่ในใจกันและกันโดยไม่ต้องมอบหมายหรือแบ่งงานอย่างเป็นทางการ...มันเป็นอัตโนมัติ พูดไม่กี่คำ มองตาไม่กี่ครั้ง ก็ส่งพลังถึงกันต่อไปเป็นทอด ๆ

จากบันทึกที่แล้ว "กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากภายในสู่ภายนอก" http://gotoknow.org/blog/sophiaenneagram/321112 สู่บันทึกนี้ ขอนำเสนอภาพบรรยากาศกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของ พอช. ที่ภูเขางามรีสอร์ท จังหวัดนครนายก ซึ่งมีภาพแห่งความประทับใจมากมาย ขอไล่เรียงดังต่อไปนี้ค่ะ

 

          พี่ประยงค์ชวนคุยหยอกล้อกันก่อนเริ่มกระบวนการ

หลังจากผ่านการเลือกลักษณ์    และพูดคุยเจาะลึกเกี่ยวกับลักษณ์ให้ย้อนกลับมาทบทวนตัวเองแล้ว ก็ให้เข้าศูนย์ ๓ ศูนย์  ได้แก่ ศูนย์หัว ศูนย์ท้อง ศูนย์หัวใจค่ะ

                      ศูนย์หัวใช้สมอง วิเคราะห์ภาพ

    หลังคิดตาม   ศูนย์หัวก็เครื่องติด  เริ่มขำกันบ้างแล้วค่ะ  

                          ศูนย์ท้องอธิบายเห็นภาพ

       ฮาจากความไร้เดียงสาของศูนย์ท้อง  มันส์ในอารมณ์จริง ๆ

  

                            ศูนย์ใจพูดอะไรก็เร้าหัวใจทุกเรื่อง

        

 

                        ศูนย์ใจมีคุณเอกคอยให้กำลังใจอยู่ใกล้ ๆ

         

                            เล่าเรื่องผ่านความคิดและจินตนาการตามศูนย์     

         

          

          

                       ช่วงทำ BAR ความคาดหวังของศูนย์

                                                 

          

           

           

     

      

       

      

                                    KM ในความหมายของกลุ่ม

ความหมายของ KM มีค่ามากกว่าเนื้อหาที่เห็น เพราะภาพที่ปรากฎคือกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ทรงพลัง สะท้อนถึงการดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้เพื่อส่งเสริมทีมงาน...เหลือเชื่อว่าไม่มีใครขัดแย้งใคร มีแต่แต่งแต้มระบายสีเสมือนไปนั่งอยู่ในใจกันและกันโดยไม่ต้องมอบหมายหรือแบ่งงานอย่างเป็นทางการ...มันเป็นอัตโนมัติ พูดไม่กี่คำ มองตาไม่กี่ครั้ง ก็ส่งพลังถึงกันต่อไปเป็นทอด ๆ

            

            

           

             

           พี่สุเทพของพวกเรา มีความสุขกับการเก็บภาพบรรยากาศค่ะ

             

            

         

               

 

คุณหนานเกียรติยืนชมผลงานกลุ่มหนึ่งอย่างพินิจพิเคราะห์ ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งมุงเขียนอย่างสนุกสนาน

 

  

  

 

 

 ทำไม "รู้งาน" กันได้ขนาดนี้ หากไม่เริ่มจากความรู้สึกว่าเราเป็นพวกเดียวกัน

หรือการเปิดใจเข้าหากันและกันโดยปราศจากกำแพงมาขวางกั้น

 

                         การนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ของทีม

               

            

                 

                 

              

           ผลงานอันเป็นบันทึกประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของพี่น้องชาว พอช.

             

            

               

จะปิดท้ายด้วยอะไรดีล่ะคะ นอกจากความภาคภูมิใจในบรรยากาศที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีฉัน ไม่มีเธอ  มีแต่เราหนึ่งเดียว