เราจะแสดงน้ำใจให้แก่ใคร สาระสำคัญไม่ใช่อยู่ที่วัตถุที่ยื่นให้แล้วจบลงตรงนั้นเพียงอย่างเดียว แต่ควรเป็นการหยิบยื่นให้จากใจที่ปรารถนาดีจริง ๆ

          


ภาพขงจื้อ

                                       

                  ขงจื้อมหาปราชญ์แห่งเมืองจีน   มีหลานชายผู้เปรื่องปราดไม่ต่างจากเขานามว่า "เค"   ซึ่งเป็นหลานโดยกำเนิดจากลูกชายของเขานามว่า  "เล"   ต่อมาไม่นาน  เลผู้เป็นลูกชายคนเดียวก็ได้เสียชีวิตลงในขณะที่ขงจื้ออายุได้ ๗๐  ปี

                  ก่อนที่ขงจื้อจะเสียชีวิต   เขาได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับหลานรักอย่างสุดภูมิรู้   จนทำให้   "เค"  มีความคิดที่เป็นอยู่ด้วยอุดมการณ์อย่างเช่นปู่ขงจื้อของเขา

                  เมื่อสิ้นขงจื้อ   เคจึงได้รวบรวมคำสอนของปู่  และได้รับจ้างสอนหนังสือเด็ก ๆ เพื่อหารายได้ในการยังชีพตัวเองด้วย   เมื่อลูกศิษย์เห็นอาจารย์แต่งกายมอซอ   จึงถามด้วยความสงสัย

                             "อาจารย์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าดี ๆ  กินอาหารดี ๆ เหมือนอาจารย์คนอื่นล่ะครับ ?"  เคก็มักให้คำตอบในทำนองที่ว่า

                             "ปู่ขงจื้อของอาจารย์สอนไว้ว่า  ถ้านักศึกษาคนใดสนใจศึกษาหลักความจริงของชีวิต   เพียงเพราะเห็นรูปกายภายนอกของคนอื่น   บุคคลนั้นไม่เหมาะที่เราจะสนทนาด้วย"   ลูกศิษย์ก็ได้แต่พยักหน้ารับรู้สิ่งที่อาจารย์ชี้แจงให้ทราบ

                   ต่อมามีเศรษฐีท่านหนึ่งทราบข่าว   จึงให้คนใช้นำเสื้อผ้าและอาหารไปให้เค  พร้อมกล่าวสำทับว่า

                              "เมื่อฉันให้สิ่งใดแก่ใคร   ฉันคิดว่าเหมือนกำลังโยนของเสียทิ้งลงไปในท้องร่องเท่านั้น"

                   พอเวลาผ่านไปสักครู่หนึ่ง   ปรากฏว่า คนใช้ได้นำเสื้อผ้าและอาหารกลับมาเหมือนเดิม   เศรษฐีจึงถามว่า

                              "อ้าว   ทำไมนำของกลับมาล่ะ ?"
                              "เค   เขาไม่ยอมรับครับนายท่าน"

                   เศรษฐีรับทราบดังนั้นแล้ว   ก็เกิดความสงสัยยิ่งนัก   จึงเดินทางไปสอบถามว่าทำไมจึงปฏิเสธความหวังดีของเขา   คำตอบที่ได้รับจากเคก็คือ

                            "ท่านให้ทานแก่ข้าพเจ้า   เหมือนว่าโยนของเสียทิ้งลงในท้องร่อง  แต่ท่านไม่เคยถามข้าพเจ้าเลยว่า  จะยอมเป็นท้องร่องให้ท่านทิ้งของเสียลงหรือไม่"

                   เหตุผลที่เคกล่าวดังนั้น    ก็เพื่อให้เศรษฐีได้ตระหนักถึงความสำคัญของการให้ว่า  ควรมีวิธีการปฏิบัติเช่นไร   การให้จึงจะเป็นความถูกต้องดีงาม   ไม่ใช่ว่าให้แล้วก็แล้วไปโดยไม่มีการใส่ใจต่อผู้รับแต่ประการใด...

ข้อคิด
               เราจะแสดงน้ำใจให้แก่ใคร   สาระสำคัญไม่ใช่อยู่ที่วัตถุที่ยื่นให้แล้วจบลงตรงนั้นเพียงอย่างเดียว    แต่ควรเป็นการหยิบยื่นให้จากใจที่ปรารถนาดีจริง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในการส่งผลให้ผู้รับมีความรู้สึกดีที่จะช่วยต่อยอดสิ่งดี ๆ ด้วยตัวของเขาเอง   ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดด้วยการลุกขึ้นสู้ใหม่   เพราะได้กำลังใจจากเรา   หรือการมีชีวิตอยู่ให้ได้เพราะได้รับความเอื้ออารีจากคนที่หยิบยื่นสิ่งดี ๆ มอบให้มา    เมื่อทำได้เช่นนี้  การให้ที่เราเสียสละไป   จึงจะชื่อว่าเป็นผลิตผลที่ทรงคุณค่าอย่างแท้จริง

ที่มา   นิทานธรรมะสอนศิลปะ....การใช้ชีวิต ของ  ชุติปัญโญ   หน้า ๗๗ - ๘๐
ภาพ  จากhttp://filipspagnoli.files.wordpress.com/2008/08/confucius2.jpg 
             http://www.tourthai.com/picture/images012/sun_rise_koh4_3.jpg