ชีวิตแรงงานที่อพยพกันมาทั้งครอบครัว
ได้หยิบหนังสือ พม่าไม่ใช่ยาหม่อง (ไม่แสบ ไม่ร้อน เมื่อได้คบหา) ของ ท้ศนีย์ เทพวงค์ เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่ผู้เขียนๆขึ้นจากประสบการณ์ที่ได้ไปทำมาค้าขายกับชาวพม่าได้ไปรู้ไปเห็นแง่มุมของชาวพม่าที่หลายๆคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน เพื่อหวังว่าเป็นบันทึกเพื่อความเข้าใจและมิตรภาพอันดีระหว่างกัน ทำให้ฉันนึกถึงชาวพม่า และ เด็กๆลูกหลานชาวพม่าที่ได้มาทำมาหากินในบ้านเมืองของฉัน
ฉันอยู่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศพม่า และก็ยังมีโรงงานอุตสาหกรรมที่รองรับกับแรงงานเหล่านี้ด้วย ฉันมีโอกาสได้รู้ได้เห็นชีวิตของแรงงานชาวพม่าที่เข้ามาอาศัยและทำงานในต่างอำเภอของจังหวัดกาญจนบุรีแห่งนี้ บ้างพอสมควร
ชีวิตของแรงงานที่อพยพกันมาทั้งครอบครัว เพื่อมาค้าแรงงาน ต่างหอบลูกจูงหลานหวังมาขุดทองในต่างประเทศ มันคงไม่ต่างกับคนไทย ที่อยากไปค้าแรงงานใน ไต้หวัน ในญี่ปุ่น หรือประเทศที่เรามองว่าน่าจะต้องการแรงงานคนไทย เพื่อหวังขุดทองเช่นกัน
การมาค้าแรงงานต่างแดนอย่างนี้เราไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรบ้าง จะเจอพวกรีดไถ ข่มขู่ จะเจอกับการดูถูก เหยียดหยาม หรือจะเจอกับพวกมิชฉาชีพเจ้าถิ่นหรือไม่ ก็ไม่อาจรู้ได้ แต่การออกมาจากบ้านเกิดเมืองนอนที่อดอยากและไม่มีงานทำ มันก็คงจะดีเสียกว่า
ฉันเคยไปถ่ายทำสารคดี เรื่องแสนตอ เป็นสารคดีเด็กที่มีแนวคิดว่า เด็กไม่ว่าชาติใด ภาษาใด ศาสนาใดๆ ก็คือเด็ก ควรจะอยู่กันอย่าง ภารดรภาค...คืออยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง รักสามัคคีซึ่งกันและกัน และยังรวมไปถึงเรื่องราวสิทธิเด็ก
เมื่อฉันมองไปที่ชีวิตคนงาน และเด็กๆลูกแรงงานเหล่านี้ ฉันรู้สึกสงสารและเห็นใจว่า ความหวังของพวกเขาอยู่ที่ไหน ฉันเคยถามเด็กๆว่า หนูคิดว่าถ้าหนูโตขึ้น หนูอยากทำงานอะไร คำตอบออกมาทำให้ฉันอึ้งเหมือนกัน " หนูจะทำงานโรงงานสัปปะรด" ผมจะขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้างครับ "
ทำให้ฉันได้หันมามอง เด็กๆลูกหลานไทย อย่างน้อยเมื่อถามพวกเขา ก็ยังเห็นว่าชีวิตของพวกเขามีความหวัง " หนูอยากเป็นครู หนูอยากเป็นหมอ หนูจะเป็นพยาบาล ตำรวจ ทหาร ....มีใครเล่าที่บอกว่า สิ่งที่มุ่งหวังคือไปยืนปอกสัปปะรด หรือขับมอเตอร์ไซด์รับจ้าง...ฉันไม่ได้ดูถูกอาชีพ แต่สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนว่า เด็กๆคิดสิ่งที่เป็นไปได้ในชีวิตของพวกเขา...
การทำงานกับเด็กๆกลุ่มนี้ ทำให้ฉันเห็นว่า ยังมีชีวิตอีกจำนวนหนึ่งที่เป็นผลพวงมาจากการเห็นแก่ตัวของใครบางคน...ของคนบางกลุ่ม...
เด็กถือเป็นอนาคตของชาติพันธุ์...เราจึงไม่ควรปล่อยปละละเลย หรือเห็นว่า...ธุระไม่ใช่หรือไม่ใช่พวกเรา...แต่เด็กๆคือผู้ที่ได้รับการสืบทอดความคิดในการดูแล และหวงแหนทรัพยากร และ การดูแลรักษาโลกของเราไว้อย่างยั่งยืน และ สวยงาม ตลอดชั่วชาติพันธุ์
สวัสดีค่ะ ที่ระนองก็ติดประเทศพม่าค่ะ พม่าเต็มเมืองไปหมดเลย ...ตัว ตั้ว ลา ลา แนมาแล จี จี้ ...555.
แต่ชาติหน้าเราเลือกเกิดได้หากทำกรรมดีในชาตินี้นะคะ
แต่โชคร้ายที่คนไทยไม่ซื่อสัตย์คดโกงแผ่นดินจนติดอันดับ น่าอายจังค่ะ
สวัสดีค่ะป้าเหมียว
ขอขอบคุณป้าเหมียวมากน่ะค่ะ
ที่แวะมาทักทายและร่วมร้องเพลงกับครูบันเทิง
สวัสดีค่ะ...
ป้าเหมียว
ป้าเหมียวใกล้ชิดเด็กๆจะรู้ว่า ไม่ว่าเด็กชาติพันธุ์ใดเขาย่อมมีฝันของเขากันทุกคนค่ะ เพียงแต่เขาจะมีโอกาสสร้างฝันของเขาได้แค่ไหน และมีผู้หยิบยื่นโอกาสให้เขาแค่ไหนน่ะค่ะ
ขอบคุณข้อคิดดีดีอีกแง่มุมหนึ่งนะคะป้าเหมียว
สวัสดีค่ะ คุณป้าเหมียว
คุณครูบันเทิงคะ
คุณธรรมทิพย์คะ
สวัสดีคะป้าเหมียว
เลือกเกิดไม่ไดแต่เลือกเเป็นคนดีได้ เหมือนน้องซิลเวียบอกค่ะ
สิ่งแวดล้อมที่ดี นำพาเขาไปในทางที่ดีได้ค่ะ
น้องซิลเวียคะ
ป้าเหมียว ไปเมืองกาญจน์ แต่ติดต่อป้าเหมียวไม่ได้ เซ็งเป็ดเลย เคยส่งเมล์เบอร์โทรผ่าน gotoknow ไปด้วย ของพี่เอมด้วย แต่ไม่มีคนตอบแงๆๆๆ
ที่น่าเห็นใจคือเด็กที่ถูกใช้แรงงานในโรงงานบ้านเรา ค่าแรงถูก แถมหลายคนโดนนายจ้างโกงเงินด้วยครับ ป้าเหมียวสบายดีไหมครับ...
เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกดำเนินชีวิตได้นิ
คุณครูอี๊ดคะ
คุณครูอี๊ดพูดถูกต้องเด็กๆไม่ว่าชาติพันธุ์ใดก็มีฝัน แต่ฝันของเด็กๆลูกแรงงานทำเอาป้าเหมียวน้ำตาตก...ใครจะอย่างไงป้าเหมียวไม่รู้แต่ป้าเหมียวสงสารเด็กๆพวกนี้มากๆ สงสารเพราะพวกเขาเป็นเด็ก และไร้เดียงสา เวลาป้าเหมียวเห็นเขาเล่นตอนจัดกิจกรรมให้เขา เขาจะสนุกสนานกันเต็มที่มีเสียงหัวเราะ และรอยยิ้ม ป้าเหมียวแอบน้ำตาไหลทุกที...เศร้า^^
คุณณัฐพัชร์คะ
ก๊ากป้าเหมียวตอบไมทัน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
น้องพอลล่า
ท่านดร.ขจิต