การทำซาลาเปาสำหรับฉันแล้วเมื่อก่อนก็ทำปีละครั้งสองครั้ง ทำสำหรับใช้ไหว้วันตรุษจีนวันเช้งเม้ง เพราะพี่ๆน้องๆและคนในครอบครัวนั้นชอบซาลาเปา
เรื่องซาลาเปาฉันเคยเขียนบันทึกลงในบล๊อกนี้แล้วเมื่อครั้งฉันเพิ่งหัดเขียนใหม่ๆและก็เป็นบันทึกเรื่องแรกใน gotoknow blog ของฉัน
การทำแป้งที่นี่ > http://gotoknow.org/blog/naree-food/204671
ส่วนไส้ก็ที่นี่ > http://gotoknow.org/blog/naree-food/205165
การฝึกทำซาลาเปาของฉันนั้นทำรับประทานกันเองที่บ้านบ้าง ทำแจกเพื่อนๆบ้าง รับประทานกันแล้วให้ช่วยกันติชมกันด้วยน่ะค่ะ ปรับปรุงรสชาติให้ได้ตามความชอบของสมาชิก ส่วนตัวฉันก็เป็นR&Dอยู่แล้ว (วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร) จึงไม่ลืมที่จะบันทึกข้อมูลส่วนผสมต่างๆเก็บเอาไว้ เมื่อก่อนนานๆทำสักครั้งหนึ่ง แม้จะจดไว้ก็มีเพี้ยนๆบ้างเหมือนกันค่ะ
ตั้งแต่ลาออกจากงานประจำ ฉันมาเป็นลูกจ้างของตัวเอง ฉันตื่นนอนตั้งแต่ตีสาม (ขี้เกียจไม่ได้เดี๋ยวจะไม่มีเงินเดือนจ่ายให้น่ะตัวเอง)
ตอนนี้ก็ทำซาลาเปาเกือบทุกวันเริ่มจะเข้าที่เข้ามือแล้ว นี่ก็เกือบปีแล้วน่ะค่ะที่ฉันทำซาลาเปาแบบจริงๆ ขายจริงๆลูกละสิบบาทขาดตัว ทำเอง แล้วจ้างเด็กขาย(หลานสาว)ค่าขาย 20% ซึ่งจะทำวันละ 70 ลูกต่อวันใช้เวลาในการทำประมาณ 3-4 ชั่วโมงจากตีสามถึงหกโมงครึ่งก็นำออกไปขายตามบ้าน "Delivery " ค่ะ ใช้เวลาขายหนึ่งชั่วโมงกว่าๆก็ขายหมดแล้ว
วันนี้อยากเล่าให้ท่านที่สนใจได้ลองทำดู แต่คุณต้องฝึกฝนก่อนเพื่อเพิ่มทักษะน่ะค่ะสำหรับคนที่ไม่เคยทำอาหารหรือขนมมาก่อน ฝึกทำเล่นๆแล้วคุณจะทำได้ค่ะไม่ยากเลย หน้าตาขนมไม่ต้องสวยงามมากให้รสชาติอร่อยแป้งนุ่มๆผู้บริโภคก็ชอบแล้ว
ฉันอยากจะบันทึกสูตรนี้ไว้ให้ตัวเองกันลืมและจัดเก็บไว้ที่นี่เผื่อจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆบ้างดีกว่าเก็บไว้คนเดียวร่วมด้วยช่วยกันแบ่งปันเพื่อโลกของเราจะได้สดใสค่ะ
ลองดูสูตรแป้งนิ่มสูตรนี้ค่ะ ส่วนประกอบ สำหรับ ซาลาเปา 70 ลูก
แป้งส่วนที่1...ประกอบด้วย: แป้งสาลี (สำหรับทำซาลาเปา) 1 กิโลกรัม, ยีสต์ 5 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 350 กรัม, เกลือป่น 1 ½ช้อนชา, น้ำอุ่น 800 กรัม
ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้ววางพักไว้จนขึ้นฟูเป็น2เท่า (ประมาณ 30 นาที)
เมื่อแป้งส่วนที่หนึ่งขึ้นได้ที่แล้วนำแป้งส่วนที่2...ลงนวดผสมซึ่งจะประกอบด้วย: แป้งสาลี (สำหรับทำซาลาเปา) 450 กรัม, ผงฟู 2 ช้อนโต๊ะและน้ำมันพืช140กรัม
ผสมแป้งกับผงฟูก่อนแล้วผสมลงแป้งส่วนที่1.ที่ขึ้นขึ้นฟูแล้วนวดให้พอเข้ากัน จากนั้นค่อยเติมน้ำมันพืชลงไป นวดต่อจนกระทั่งแป้งเนียนนุ่มไม่ติดมือ (นวดด้วยมือน่ะค่ะ) ใช้เวลานวดประมาณ 10 นาที
**การนวดแป้งซาลาเปาอย่านวดแรงและอย่านวดนานน่ะค่ะเพราะจะทำให้ซาลาเปาแข็งเหนียวเกินไปแป้งไม่นุ่ม
เมื่อเราผสมแป้งได้ที่แล้ว ก็ตัดแบ่งก้อนแป้งเป็นก้อนๆก้อนละ 400 กรัมจะได้ 7ก้อนใหญ่(เพื่อความรวดเร็วฉันไม่ต้องชั่งทั้งหมด 70 ลูกไงค่ะ) แต่ละก้อนฉันจะแบ่งออกเป็น 10 ส่วนเท่าๆกัน นำมาคลึงจนแป้งเนียนเรียบจนครบ 70 ลูก ย้อนกลับมายังลูกที่หนึ่ง เริ่มรีดให้แป้งแผ่ออกเรียงลำดับไว้หมดแล้ว ห่อไส้ได้เลย
เริ่มจากไส้หวานเป็นถั่วดำก่อน ปั้นเป็นรูปรีๆ
(ปั้นให้แตกต่างกันน่ะค่ะจะได้แยกได้ถูกเมื่อส่งขนมไปขาย)ไส้ถั่วดำไม่ต้องทำมาก ฉันทำเพียง 10 -12ลูก
“บ้านเราชอบไส้ถั่วดำ 3 คน พี่ใจ พี่จาม และจี๊แมว ต้องเก็บไว้ก่อน 3 ลูก”
•สูตรไส้ถั่วดำ : ถั่วดำ 125 กรัม ต้มจากสุกนิ่ม, กะทิคั้นจากมะพร้าว 400 กรัม ให้
ได้น้ำกะทิ½ ลิตร, น้ำตาลทราย 350 กรัม, แป้งสาลี50กรัม, เกลือป่น ½ ช้อนชา
ผสมรวมกันแล้วปั่นจนละเอียด กวนจนข้นแห้งไม่ต้องแห้งมากน่ะค่ะ
เมื่อเย็นลงจะแห้งพอปั้นได้ก็พอแล้ว
(ส่วนนี้หลังกวนได้น้ำหนักถั่วกวนประมาณ 1 กิโลกรัม)
ต่อไปก็ไส้สังขยาใบเตย จะห่อกลมๆ
แต้มจุดเขียวเล็กๆตรงกลาง ทำ 10 -12 ลูกเช่นกันค่ะ
ไส้สังขยาเด็กๆชอบโดยเฉพาะน้องกิ๊ป แต่เรียกผิดเป็นสังขยาใบตอง บอกว่า “จะขอกินแบบฟรีๆได้มั๊ยก็เราเป็นญาติกันไง...”
•สูตรไส้สังขยาใบเตย : ไข่ไก่ 3 ฟอง, น้ำตาลทราย 300 กรัม,
กะทิคั้นจากมะพร้าว 400 กรัม ให้ได้ น้ำกะทิ½ ลิตร,
แป้งสาลีเอนกประสงค์ 125 กรัม, เกลือป่น ½ ช้อนชา
และน้ำใบเตยคั้นข้นๆ 150 กรัม
ผสมทุกอย่างรวมกันยกเว้นน้ำใบเตยใส่ในโถปั่นจนเข้ากันดี
เทใส่กระทะกวนจนข้นจากนั้นก็เติมน้ำใบเตยลงไป กวนต่อจนข้นมากๆ
(ทั้งไส้ถั่วและไส้สังขยาต้องเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้า ไส้ต้องเย็นสนิทก่อนห่อแป้งน่ะค่ะ)
เมื่อทำไส้หวานเสร็จก็ต่อด้วยไส้หมูแดงและไส้หมูสับ ไส้หมูแดงนั้นทำ12-15 ลูกส่วนที่เหลือก็เป็นไส้หมูสับทั้งหมด
“แม่ชอบไส้หมูสับ เก็บไว้อีกหนึ่ง ส่วนตัวฉันกินบ้างไม่กินบ้าง และก็เก็บไว้ใส่บาตรอีกหนึ่งไส้อะไรก็ได้เปลี่ยนๆกันไป”
•สูตรไส้หมูแดง :
หมูเนื้อแดงล้วนๆ สับหยาบๆ 1 กิโลกรัม,
กระเทียมสับและหอมแดงสับอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ,ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ,
พริกไทยป่น 2 ช้อนชา ,เกลือป่น 1ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 70 กรัม,ซีอิ๊วดำ 50 กรัม,น้ำตาลทราย 100 กรัม ,
แป้งข้าวโพด 50 กรัม ,แป้งสาลีเอนกประสงค์ 50 กรัม ,
หัวหอมใหญ่หั่นเล็กๆ 500 กรัม,ผักชีหั่น 1-2 ต้น
และน้ำมันพืชสำหรับผัดเล็กน้อย
วิธีทำยุ่งยากเล็กน้อยแต่เราไม่ต้องทำทุกวัน
ผัดไว้ครั้งละหนึ่งกิโลเก็บเข้าตู้เย็นใช้ได้ 3-4 วัน
เริ่มจาก 1.นำหมูแดง+กระเทียม+หอมแดง+ ผงพะโล้+
พริกไทย+เกลือป่นใส่กระทะเติมน้ำนิดหนึ่ง ต้มให้หมูสุกน้ำเกือบๆแห้ง
2.ผัดหอมใหญ่กับน้ำมันจนหัวหอมสุกใสเติมเครื่องปรุงทั้งหมดลงไปผัดให้หอม
ละลายแป้ง2อย่างกับน้ำเปล่าให้พอคนได้ แล้วเติมลงไปคนจนเข้ากัน
เติมหมูแดงที่ต้มไว้ผัดให้เข้ากันจนข้นๆ ตักขึ้นตักขึ้นใส่กล่องไว้
ไส้หมูแดงเราจะแต้มจุดแดงเป็นสัญลักษณ์ค่ะ
"ไส้หมูแดงนี้พี่ชายฉันชอบกินแต่เธออยู่กทม. อันนี่รอดตัวไปอีกหนึ่งจะได้เอาไปขาย...”
•สูตรไส้หมูสับ :
หมูติดมันบด 1 กิโลกรัม, รากผักชีกระเทียมพริกไทยโขลกรวมกัน 1 ช้อนโต๊ะ,
เกลือป่น 2 ½ ช้อนชา, ซีอิ๊วขาว 70 กรัม, ซอสหอยนางรม 30 กรัม,
ซีอิ๊วดำ 50 กรัม, น้ำตาลทราย 50 กรัม, แป้งข้าวโพด 100 กรัม,
มันแกว หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ 550 กรัม, ต้นหอมผักชีหั่น 70 กรัม
หรือถ้าไม่ชอบกลิ่นต้นหอมผักชี
จะใช้เป็นหอมหัวใหญ่สับละเอียดแทนในปริมาณที่เท่ากันได้
วิธีทำ...
ผสมหมูบดกับรากผักชีกระเทียมพริกไทยและเกลือป่นเข้าด้วยกัน
เติมเครื่องปรุงต่างๆผสมจนเข้ากัน เติมมันแกวต้นหอมผักชีและแป้งข้าวโพด
ผสมพอเข้ากัน ใส่กล่องเก็บเข้าตู้เย็น ...
ให้เตรียมก่อนล่วงหน้าซึ่งก็จะเป็นการหมักส่วนผสมไส้นั่นเอง..
แต่อย่าลืมต้องเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา ไส้หมูสับก็จะเก็บไว้ได้ 2 -3 วัน
“ข้อควรระวัง: ถ้าความเย็นไม่พอส่วนผสมจะไม่อร่อยน่ะค่ะ ออกเปรี้ยวๆ”
การห่อไส้ต้องรีดแป้งแล้วพักไว้ก่อนน่ะค่ะ
ถ้ารีดแล้วห่อทันที แป้งจะไม่ยืดหยุ่น เมื่อขึ้นฟูแล้วปากจะอ้าๆ
ในขณะห่อระวังอย่าให้แป้งขาดหรือติดมือน่ะค่ะ ลักษณะขนมหลังนึ่งก็จะไม่สวย
หลังห่อไส้ต้องพักแป้งไว้ให้ขึ้นเป็นสองเท่า
ถ้าขึ้นมากไป จำทำให้ซาลาเปาของเรานั้นแบนๆจีบลายหายไปหมด
สำหรับรอยจีบนั้นถ้าแป้งนิ่มจีบจะไม่ชัดเจนไม่ตั้งสวยนัก
แต่ถึงแม้จะไม่ค่อยสวยรับรองความนุ่มของแป้งได้ค่ะว่านุ่มนานเกิน 12 ชั่วโมงแน่นอน
แต่ถ้าเราเห็นจีบสวยตั้งๆ เมื่อซาลาเปาเย็นก็จะแข็งๆ
เมื่อพักได้ที่แล้วก็นำไปนึ่งในรังถึงที่น้ำเดือดพล่านๆ
•นึ่งนาน 15 นาที
ครบเวลายกลงพักบนตะแกรงก่อนสักครู่แล้วจัดใส่ภาชนะเพื่อนำออกขายได้แล้ว
เหนื่อยจัง!บันทึกนี้ยาวมาก ทำกับมือ ง่ายกว่าเขียนบรรยายเป็นไหนๆน่ะค่ะนี่
*การใช้สูตรแบบชั่งน้ำหนักจะมีข้อดีค่ะ จะไม่ค่อยมีความผิดพลาดในการเตรียมส่วนผสมไม่เหมือนการเตรียมแบบตวง(ถ้วยตวง) เพราะฉันเองก็ถนัดแบบชั่งน้ำหนักมากกว่า มีเพื่อนๆหลายคนที่อยากจะเรียนทำอาหารขนม เธอจะบอกฉันเสมอว่าเธอไม่ถนัดในการอ่านตาชั่งเลย ชอบตวงมากกว่าแต่ฉันไม่ค่อยมีสูตรแบบตวง จึงต้องปรับเปลี่ยนให้เธอใหม่มาโดยตลอด การปรับเปลี่ยนหน่วยชั่งตวงค่ะ
ที่นี่> http://gotoknow.org/blog/nananooree/239150
♥เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะซาลาเปา 4 ไส้ สูตรทำค้าทำขายพอเพียง ♥♥
เป็นความรู้เล็กๆน้อยที่พอจะมี นำมาแบ่งปันสู่สังคมไทยค่ะ ♥♥
มอบให้ไว้เป็นของขวัญปีใหม่ 2553 แด่ทุกท่านน่ะค่ะ ♥
♥ขอให้ทุกท่านมีความสุขน่ะค่ะ ♥ สวัสดีค่ะ ^_^
* เพิ่มเติมใหม่สนใจอ่านได้ที่นี่ค่ะ >>
ซาลาเปา...Delivery แบบพอเพียง เจ้าเก่า ภาค 2.แนะนำตัวช่วย (มือนวด)ชั้นยอด
ซาลาเปาไส้หนูรี เอ๊ย!ซาลาเปาหนูรี
น่ากินจังเลย พี่เป็นลูกค้า 7-eleven
มันลูกใหญ่..ไส้แข็งโป๊ก
สวัสดีครับ
อยากกินซาลาเปา แต่ไม่อยากทำ อิๆ
เคยซื้อบางร้าน ไส้จิ๊ดเดียว บางทีก็เผ็ด(พริกไทย)มากไปหน่อย
หาที่ถูกใจไม่ค่อยได้
บางแห่ง ลูกใหญ่เกือบฝ่ามือ แต่ก็ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่
บางทีไส้หมู แต่ใส่มันเยอะไป
(อิๆ คนกินเรื่องมาก)
สวัสดีครับ คุณหนูรี
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมโลกของคนรักเห็ดครับ
เห็ดหวายกินปีละหน แต่ซาลาเปากินได้ทุกวัน
มาให้กำลังใจค่ะหนูรี
แม่ก็เคยสอนทำซาลาเปา เคยช่วยแม่ทำขายค่ะ
ตอนนี้แม่ไม่ได้ขายแล้วค่ะ เพราะว่าลูกๆทำงานกันทุกคนแล้วค่ะ
หนูรีค่ะ ทำซาลาเปารูปทรงรีรี (ไส้หนูรี...เข้าใจคิดดีนะคะ)แล้วโปรโมท (ไส้)หนูรีดิลิเวอรี่ ขายดีแน่ๆ เลยค่ะ
สวัสดีครับน้องหนูรี เหนือฟ้า ยังมีฟ้า เหนือกระดาษยัมีซาลาเปา แต่ซาลาเปาที่อรอยต้องของน้องหรูรี
แต่ว่าทำปรือ อิ้ได้ชิมอิอิ
สวัสดีครับ
มีวิธีชงชาอินเดียไหมครับ
สวัสดีค่ะคุณธ.วั ช ชั ย
•การชงชา...ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลค่ะ ยังไม่ได้ศึกษา...แต่มีคนรู้จัก เคยอยู่ประเทศอินเดีย เดี๋ยวถ้ามีโอกาศจะไปหาข้อมูลมาลงให้น่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
หลานม่อนชอบกินซาลาเปา ครับ
สุขสมหวังจงมีแด่ท่านในปีใหม่
สวัสดีคะ พี่หนูรี
หิว....จินตนาการถึงความหอมนุ่ม อร่อย เอิ๊กซ์ อยากทานสักลูกแล้วค่ะ อิอิ
พอลล่าขอไส้ถั่วแดงค่ะ ชอบมากๆค่ะ
เห็นอาหารพื้นเมืองปักษ์ใต้ที่ไร
เป็นต้องคิดถึงหนูรีทุกทีซิน่า...คิดถึงค่ะ