Appreciative Inquiry และความชรา

ผมคงเหมือนหลายบ้านที่เห็นพ่อแม่เริ่มมีสุขภาพไม่ดี และก็พยายามบอก (บอกแล้วบอก   อีก จนกลายเป็นเซ้าซี้ กดดัน) ทำอย่างไรพ่อกับแม่ก็ไม่ลุกมาออกกำลังการซักกะที ยังไม่พอปีก่อนทำ Thesis หนักไปหน่อยเลยป่วยเองซะเลย แต่ปีนั้นการป่วยของผมกลับให้อะไรใหม่ๆกับครอบครัวผม (ผมอ้วนกว่า 96 กก ค่าตับสูงครับ) เลยเริ่มลดน้ำหนัก เริ่มหาทางออกกำลังกาย ทั้งโยคะ ว่ายน้ำ วิ่ง แต่ที่ได้ลองแล้วชอบคือชี่กง ผมเล่นชี่กงทุกเข้าครับ ช่วงนั้นคุณพอ่กับคุณแม่มาเยี่ยมหลานที่บ้าน ก็ตื่นเช้าทุกวัน มาดูหมูตอนอย่างผมเล่นชี่กง อีกหลายเดือนต่อมาท่านมาเจอผม ผมก็ยังเล่นชี่กง บวกกันการกินอาหารอย่างมีเหตุผล นำหนักลดลงเหลือ 84 กก ภายในไม่กี่เดือน

พ่อกับแม่ก็ชมครับ แล้วแม่ก็ลองเล่นชี่กงบ้าง ท่านก็ว่าดั ส่วนคุณพ่อก็นอนเฉยๆ ต่อไป (ไม่เคยมีใครชวนท่านสำเร็จครับ) แม่ก็เล่นไปเรื่อย มีวันหนึ่งพ่อก็ลองมาเล่นตามบ้าง ปรากฏว่าท่านชอบครับ ปัจจุบันทั้งพ่อ แม่ ป้า จะเล่นชี่กงทุกเช้าครับ เขาเล่าให้ผมฟังว่าเล่นแล้วยืดเส้นยืดสายได้ดีขึ้น

ส่วนแม่ผมชมผมว่า นี่เป็นเรื่องมหัศจรรย์จริงๆเพราะไม่มีใครชวนพ่ออกกำลังได้เลย ทำให้ผมคิดว่า ลูกหลานที่รักพ่อแม่ อย่าพึ่งเซ้าซี้ผู้ใหญ่ให้ทำตามที่ตนเองต้องการ อยากให้เขาทำอะไรก็ทำให้ดู ไม่ต้องกดดัน เดี๋ยวเขาก็กระโดดมาร่วมสนุกเอง อย่าใจร้อนครับ