ญาติ และผู้ใกล้ชิดมีส่วนสำคัญอย่างมากในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคซึมเศร้า & ฆ่าตัวตาย

 

ช่วงเริ่มต้นปีงบประมาณ โครงการ งานต่าง ๆ ที่ดูแลรับผิดชอบ ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ทำก็เริ่มปัดฝุ่นวางแผนการทำงานใหม่ ให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดในปีงบประมาณนี้ ซึ่งก่อนวางแผนก็มีการสรุปผลงานในปีที่ผ่านมาเพื่อวิเคราะห์หาจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสในการพัฒนา ปัญหาอุปสรรคที่ต้องแก้ไข และผลักดัน โครงการ แผนงานในปีต่อไป โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชน ก็เป็นอีกโครงการหนึ่งที่กำลังผลักดันให้เกิด

 

 

งานสุขภาพจิตในปีที่ผ่านมา (2552)  ในพื้นที่มีคนฆ่าตัวตายสำเร็จถึง 3 ราย ซึ่งตามตัวชี้วัดของงานคือไม่ให้มีคนฆ่าตัวตายซักกะรายเดียว กล่าวคือ อัตราฆ่าตัวตายให้เท่ากับศูนย์  ก็คงจะยากอยู่เพราะเวลาจะฆ่าตัวตายไม่มีใครมาหาหมออนามัยก่อนซักราย..หุ หุ ดังนั้น การให้ความรู้ สร้างความตระหนักให้ครอบครัว ชุมชนเห็นความสำคัญจึงเป็นเรื่องที่ควรทำก่อนว่ามั๊ย??

 

แต่ก็มีอยู่1 ราย ที่ช่วยเหลือได้ทันเวลา.... เป็นวัยรุ่นหญิง มาด้วยอาการ ไม่พูดไม่คุย ไม่กินข้าว แยกตัวเอง อยู่ 4 วัน โชคดีที่พ่อแม่สังเกตเห็นอาการก่อนจึงพามาพบหมออนามัย เนื่องจากประเมินสุขภาพและค้นหาปัญหาที่สอ. ไม่สำเร็จ จึงนัดเยี่ยมบ้านในตอนเย็น  ประเมินสภาพครอบครัว เป็นครอบครัวเดี่ยว มีลูก 2 คน หญิง-ชาย ผู้ป่วยเป็นบุตรคนโต จบ ม. 6 แล้วไม่เรียนต่อ อาสาออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน หาเงินช่วยเหลือครอบครัวบ้าง วันแรกที่ไปเยี่ยมบ้าน ผู้ป่วยไม่พูด ไม่คุย จึงได้แต่นั่งเป็นเพื่อน เล่าเรื่องราว ปัญหาของคนทั่วไปให้ฟัง ตั้งคำถามให้ได้คิด เปิดโอกาสให้ระบาย(ร้องไห้)  ให้คำปรึกษาครอบครัว ร่วมวางแผนการดูแล และติดตามผล  ให้การเยี่ยมบ้าน 3-4 ครั้ง ในระยะเวลา 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยสามารถวิเคราะห์ปัญหาตัวเอง และแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองได้อย่างเหมาะสม รายนี้จึงรอดตายหวุดหวิด สารภาพให้ทราบภายหลังว่า เคยมีความคิดฆ่าตัวตายเช่นกัน  ปัจจุบันดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ได้รับการเยี่ยมบ้าน ถามไถ่ทุกข์สุข กันอยู่เสมอ ๆ

 

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ไปร่วมงานศพหลานประธานอสม. ม. 8 กินยาฆ่าตัวตาย ศพถูกส่งมาจากต่างจังหวัด  รายนี้ เป็นหนุ่มโสดไปทำงานรับจ้างที่ประเทศเขมรเมื่อหลายปีก่อน เป็นลูกคนสุดท้อง ในจำนวนทั้งหมด 3 คน สอบถามแม่ผู้ตายว่า ลูกเล่าให้แม่ฟังหรือไม่ว่ามีเรื่องทุกข์ใจอะไรรึเปล่า แม่บอกไม่เลย 2 วันก่อนจะเสียชีวิตโทรศัพท์มาบอกว่าคิดถึงแม่ อยากกลับบ้าน  แม่ก็เข้าใจว่าลูกสบายดี จะกลับมาวันเสาร์ แล้ววันเสาร์ลูกก็ได้กลับมาจริง ๆ โดยทางโรงพยาบาลโทรมาบอกให้ไปรับศพ ......อือ....ม

 

 

 

เมื่อวาน อสม. ม. 5 และน้องที่ทำงานแจ้งว่า มีคนผูกคอตายที่ข้างเถียงนา ม. 5 ....อือ....ม......

....เป็นหญิงสาวอีกหมู่บ้านหนึ่ง ในอีกตำบลหนึ่งที่อยู่ติดกันกับหมู่ 5  ตำบลเชียงพิณ  ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกันได้ผูกคอตายที่หมู่บ้านของตนเองแล้ว แต่มีคนช่วยไว้ทัน เธอรับปากว่าจะไม่ทำอีก แล้วก็เดินจากไป ชาวบ้านและญาติก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก  เธอจึงเดินมาเรื่อย ๆ ข้ามหมู่บ้าน จนถึงที่ลับตาคน แล้วเธอก็ได้ตายสมใจ ด้วยผ้าขาวม้าที่ถือมากับกิ่งไม้ที่แข็งแรงกิ่งหนึ่ง

 

...................*****...#.....******...#...*****....................

 เป็นเหตุการณ์ที่เราทุกคนไม่อยากให้เกิดเลยนะคะ แต่ก็เป็นไปแล้ว...

 

*** เรามารู้จักโรคซึมเศร้า และช่วยกันเฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย กันดีกว่าค่ะ *_*

  

โรคซึมเศร้าเป็นความผิดปกติทางอารมณ์  (mood disorder)

เป็น ลักษณะของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว (episode)

เป็นโรคจิตเวชที่สอดคล้องกับความผิดปกติที่เกิดจากภาวะความกดดัน  (Depressive Disorder)

 

 

  • จากการศึกษาร่วมกันระหว่างองค์การอนามัยโลก โรงเรียนสาธารณสุขฮาร์วาร์ด และธนาคารโลก { WHO, Harvard School of Public Health and World bank (Murray & Lopez, 1996) }  เพื่อคาดการณ์ภาระโรค (Burden of disease) ที่มีต่อประชากรใน  ทุกภูมิภาคของโลก  ปรากฏว่า  โรคซึมเศร้า ได้เปลี่ยนแปลงอันดับของโรคที่เป็นภาระจากอันดับที่ 4 ในปี ค.ศ. 1990 มาเป็นอันดับที่ 2  ในปี ค.ศ. 2020

  •  นั่นหมายถึงว่าภายใน 30 ปีนี้ โรคซึมเศร้าจะก่อให้เกิดความสูญเสียด้านสุขภาพของประชากรโลกเป็นเท่าตัว   

 

เกณฑ์การวินิจฉัย 

ต้องมีอาการดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 5 อาการ เกิดขึ้น

แทบทั้งวันเป็นเกือบทุกวัน ติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ และทำให้

เสียหน้าที่การงาน การสังคม อาการหลักอย่างน้อย 2 ใน 3 คือ

1.  มีอาการเศร้าทั้งที่ตัวเองรู้สึกและผู้อื่นสังเกตเห็น

2.  ความสนุกสนาน เพลิดเพลินความสนใจในกิจกรรมปกติลดลง

3.  อ่อนเปลี้ยเพลียแรง มีกิจกรรมน้อยลง

 

อาการร่วม อย่างน้อย 2 อาการ

1.  สมาธิลดลง

2.  ความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตนเองลดลง

3.  รู้สึกผิดและไร้ค่า

4.  มองอนาคตในทางลบ

5.  คิดฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตนเองหรือฆ่าตนเอง

6.  มีความผิดปกติในการนอนหลับ

7.  เบื่ออาหาร

 

อาการทางกาย  อย่างน้อย 4 อาการ

1.  เบื่อหน่ายไม่สนุกสนานในกิจกรรมที่เคยเป็น

2.  ไร้อารมณ์ต่อสิ่งรอบข้างที่ทำให้เพลิดเพลินใจ

3.  ตื่นเช้ากว่าปกติมากกว่า 2 ชั่วโมง

4.  อาการซึมเศร้าเป็นมากช่วงเช้า

5.  ทำอะไรช้า เคลื่อนไหวช้าลงหรือกระสับกระส่าย

6.  เบื่ออาหารอย่างมาก

7.  น้ำหนักลดลง 5 % ต่อเดือน

8.  ความต้องการทางเพศลดลง

 

การดำเนินโรค * โรคซึมเศร้ามักเป็นเรื้อรังและเป็นซ้ำ ๆ อาการเกิดเป็นช่วง  อาจหายหรือทุเลาได้

ซึ่งระยะเวลาของการเกิดอาการที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่ประมาณ 3-6 เดือน

 

สาเหตุการเกิด * เกิดจาก ความสัมพันธ์ (Interaction) ของหลาย ๆ ปัจจัย ทั้ง ด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม (bio psycho social) ส่วนปัจจัยทางพันธุกรรมจะเอื้ออำนวยให้บุคคลเกิดโรคซึมเศร้าได้บ้าง  แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่ทราบยีนเฉพาะที่ก่อโรคนี้

 

อุบัติการ *  เกิดในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย 

               * ความชุกของโรคซึมเศร้าในประชากรไทย มักเกิดในช่วงอายุ 15 - 59 ปี

ในวัยกลางคน การกระจายของโรคในประเทศไทยจะพบมากที่ภาคอีสาน

 

การรักษา

  • ทำจิตบำบัด

  • รักษาด้วยยาต้านเศร้า และ

  • การช๊อตไฟฟ้า (ECT)

 

ข้อแนะนำ *** การออกกำลังกายแบบแอโรคบิค 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ติดต่อกันนาน

16 สัปดาห์ พบว่า ลดอาการซึมเศร้า ลดการกลับซ้ำของโรคได้พอ ๆ กับ

การรักษาด้วยยา ( Babyak, 2000)

 

ระบบการดูแลเฝ้าระวังโรคซึมเศร้า

 ความจริงที่ซ่อนเร้น พบว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้า (100%)

มีทั้งได้รับการรักษา (4.4%) และไม่ได้รับการรักษา (95.6%)

 เพียงเพราะ การคัดกรอง วินิจฉัยได้ช้าและไม่มารับการรักษาต่อเนื่อง

 

@ การคัดกรองและการประเมินโรคซึมเศร้า *

ใช้แบบประเมินในงานสุขภาพจิต 2 Q 15 ข้อ แบบประเมิน 9Q และ 8 Q

โดยทั่วไปอาจใช้วิธี การสังเกต การให้ความรัก ความสนใจ ใส่ใจต่อกันและกันในครอบครัว ก็ได้ค่ะ

หากพบอาการผิดปกติ มีภาวะเศร้าเกินกว่าปกติ กรุณาแจ้งแพทย์ พยาบาล หรือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านนะคะ

 

 กลุ่มที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้า คือ

1.  ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง โรคหัวใจ ไตวาย อัมพฤกษ์-อัมพาต

2.  ผู้สูงอายุ

3.  ผู้ป่วยตั้งครรภ์หรือหลังคลอด

4.  ผู้ที่มีปัญหาติดสุรา สารเสพติด

5.  ผู้ที่มีอาการซึมเศร้าชัดเจน

6.  ผู้ที่สูญเสียบุคคลที่รัก หรือทรัพย์สินจำนวนมาก

 

 

โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน  และนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้หากไม่ได้รับการดูแลรักษา  และเฝ้าระวัง   ซึ่งเราควรหมั่นสังเกตบุคคลรอบข้างบ้าง นะคะ

 

 

 

 

อุ่ย...มาไงเนี่ย...

 

 เชิญประเมินภาวะซึมเศร้าของตัวท่านเองได้ ที่นี่ ค่ะ

 

ไหนใครเข้าข่ายเป็นโรคซึมเศร้าบ้าง ยกมือขึ้น.!! ??

โทรด่วนค่ะ สายด่วนสุขภาพจิต 1667 

หรือ  สายด่วนอุบัติเหตุ  1669  ก็ได้เหมือนกันนะคะ

 

 *****##****#*****^_^....****

ขอบคุณค่ะที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

 

ขอให้ทุกท่านมีความสุขทุกวันนะคะ....^_^

 

.*****#*********#********