การได้รำลึกถึงความสุข ความดี ความสำเร็จในอดีต เป็นน้ำทิพย์ที่ช่วยหล่อเลี้ยงจรรโลงใจของผู้สูงวัย

 

 

 

         เทศกาลวันพ่อเพิ่งผ่านไป กลิ่นอายยังไม่ทันจางหาย เราบอกรักพ่อกันอย่างเอิกเกริกใหญ่โต  คนไม่มีรากจึงลองไปค้น ๆ ดู นอกจากบอกรักด้วยวาจาแล้ว  เราจะทำอะไรอย่างเป็น"รูปธรรม"ได้บ้าง ที่เป็นการบอกรักพ่ออย่างยั่งยืน

 

    ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต

 

     นอกจากการบอก "รักพ่อ" หรือบุพพาการีผู้สูงวัยแล้ว น่าจะมีหลักแนวคิดและกิจกรรมที่ช่วยให้การบอกรักพ่อเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ดังนี้

 

       1. เริ่มต้นตั้งจิตไว้ที่มี "พรหมวิหารสี่" นั่นคือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา

       เคยได้ยินแม่บอกบ่อย ๆ ว่า คนแก่ก็เหมือนเด็ก (ตอนดูแลอากง) อยากให้คนรัก เอาใจ ตามใจ บางทีก็งอแงเหมือนเด็กดื้อ ก็คนแก่น่ะ คือเด็กที่เกิดก่อนเรานั่นแหละ

       แต่ที่ว่าต้องใช้ธรรมะข้อ "พรหมวิหารสี่" กับการดูแลพ่อแม่ผู้สูงวัยก็เพราะ เด็กดื้อน่ะน่ารักน่าเอ็นดูกว่าคนแก่ดื้อ... (ไม่แก่บ้างก็แล้วไป) ดังนั้นลูกหลานจึงต้องมีความรัก เมตตาและอดทนมากกว่าปกติ...

 

       2. มีวาจาที่ไพเราะและให้เกียรติกับท่านเสมอ  

       ไม่แน่ใจว่าใครเคยเป็นบ้างหรือไม่ ตอนเรายังเป็นเด็ก เราต้องพูดจากเพราะ ๆ กับพ่อแม่ตามที่ท่านสั่งสอน ไม่งั้นอาจโดนดุหรือถูกงดค่าขนม  พอโตขึ้นเริ่มมีเหตุผลของตัวเองเริ่มโต้แย้ง บางคนรุนแรงขั้น “เถียงพ่อแม่” ซึ่งก็จะถูกกำราบเป็นระยะ ๆ  พอทำงานมีรายได้ เริ่มแบ่งเงินให้ท่านใช้ได้บ้าง คราวนี้เหตุผลของเราจะยิ่งใหญ่ พ่อแม่แก่แล้วไม่รู้เรื่องหรอก...ล้าสมัยแล้ว สมัยนี้ต้องแบบนี้...

    ...แต่ก็อีกนั่นแหละ ด้วยความรักของพ่อแม่ไม่ว่าเราจะโตใหญ่หรือมีตำแหน่งขนาดไหน เราก็ยังเป็นเด็กที่พ่อแม่เป็นห่วงเป็นใย จนอดที่จะตักเตือนว่ากล่าวเมื่อเป็นว่าพูดว่าทำไม่ถูกต้องไม่ได้  คราวนี้... เราจะรำคาญ อาจชักสีหน้า บ้างก็ใช้คำพูดที่ขาดความเคารพ พ่อแม่ที่แก่แล้วหลายคนช้ำใจจากคำพูดของลูกหลานนับไม่ถ้วน หนัก ๆ เข้าท่านก็ได้แต่นั่งมองตาปริบ ๆ ไม่กล้าเอ่ยปากอะไร เพราะเกรงจะถูก ลูกดุคนแก่หลายคนจึงมักมีคำพูดติดปากว่า “แก่แล้วไม่มีอะไรดีหรอก”

       พรรณนามายืดยาว ก็เพื่อเตือนใจพวกเราให้ระวังคำพูด เพราะคำพูดดี ๆ คำเดียวช่วยชีวิตคนได้ทั้งชีวิต ส่วนคำพูดบาดใจ คำเดียวอาจทำลายชีวิตบางชีวิตได้...

       ก็ทีกับคนไม่รู้จักมักจี่กันเลย เราก็ยังพูดกับเขาอย่างสุภาพ ไพเราะ เกรงอกเกรงใจ มีมรรยาท แล้วกับพ่อแม่... ผู้ให้และสร้างชีวิต พูดดี ๆ ให้เกียรติท่านเพื่อให้ท่านสบายใจ แค่นี้มากไปยากเกินไปหรือ?

 

        3. ชวนท่านคุยเรื่องดี ๆ และเรื่องประสบการณ์ของท่าน

       การได้รำลึกถึงความสุข ความดี ความสำเร็จในอดีต เป็นน้ำทิพย์ที่ช่วยหล่อเลี้ยงจรรโลงใจของผู้สูงวัย  ยามที่ท่านเล่าเรื่องต่าง ๆ เราควรชื่นชม ซักถาม แม้ท่านอาจจะเล่าเรื่องซ้ำ ๆ (จำได้จนขึ้นใจ) ก็ควรฟังอย่าขัดคอขัดใจ หรือพูดแบบไม่ทันคิดว่า รู้แล้ว...เล่าครั้งที่ร้อยแปดแล้วน่า...

        ก็...ทีลูกหลานเล็ก ๆ พูดได้คำแรก คนทั้งบ้านตื่นเต้น ยิ่งเด็กช่างถาม พูดซ้ำ ๆ ก็บอกว่า น่าเอ็นดู เก่ง เป็นเด็กฉลาด...

       คนไม่มีรากมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ เพราะชอบชวนแม่คุยแล้วก็จด ๆ เพราะแม่เป็นแหล่งเรียนรู้มีชีวิตเคลื่อนที่ได้...สรรพความรู้ต่าง ๆ เรื่องราวของครอบครัว ความเชื่อวัฒนธรรมประเพณี นิทานบันเทิง ข้อคิด ข้อธรรมครบถ้วน หลัง ๆ มาก ๆ เข้า จึงใช้วิธีอัดเทป แม้ขณะนี้แม่จากไปเกือบ 5  ปีแล้ว ทุกวันนี้คนไม่มีรากยังมีเสียงของท่านที่อัดไว้ ... เหมือนแม่ยังอยู่ข้าง ๆ เสมอ

 

         4. มีกิจกรรมร่วมกับท่าน

         กิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ผู้สูงวัยมีจิตใจเบิกบาน ทั้งการออกกำลังกาย การไปทัศนศึกษาตามสถานที่ต่าง ๆ การได้ไปในสถานที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ ไปวัด ไปปฏิบัติธรรม ไปทำบุญ ไปเยี่ยมเยือนญาติ ๆ

        ประสบการณ์ส่วนตัวคือ การให้ “การบ้าน” กับแม่... โดยยุยงส่งเสริมให้แม่ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ให้ติดละคร เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ย่อมมีความสุขที่จะได้รับรู้เรื่องราวของผู้คนรอบตัว และยังวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเต็มที่ (ก็เป็นละคร) 

        กลับบ้านทุกเย็น คนไม่มีรากจะตรวจ “การบ้าน” วันนี้มีข่าวอะไรใหม่ ๆ บ้าง ละครเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว มีอะไรน่าสนใจบ้าง.. .ฯลฯ ทำให้แม่ตื่นตัว ได้ฝึกสมอง (ลดโอกาสเกิดอัลไซเมอร์) ไม่เงียบเหงาเมื่อต้องอยู่บ้านยามที่ไม่มีลูกหลานอยู่ด้วย และผลพลอยได้ก็คือเราได้รับรู้ข่าวสารรวดเร็วทันสมัย แม้จะไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์หรือดูทีวีก็ตาม

 

         5. ใส่ใจและหมั่นสังเกตสุขภาพของท่าน

          ผู้สูงวัยมักมีปัญหาสุขภาพและส่วนใหญ่ก็ไม่อยากไปโรงพยาบาล หลายท่านอดทนและไม่ค่อยยอมบอกเมื่อมีอาการเจ็บป่วย จนกระทั่งอาการรุนแรง ทำให้การดูแลรักษายากกว่าปกติ

        โดยเฉพาะเรื่องในช่องปาก "ฟัน" เป็นอวัยวะสำคัญด่านแรกในการบดเคี้ยวอาหาร หากสุขภาพฟันไม่ดี จะส่งผลให้ความอยากในการรับประทานอาหารลดน้อย ประกอบกับประสิทธิภาพในการย่อยและดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ที่ลดลง จึงอาจส่งผลให้ผู้สูงวัยได้รับสารอาหารไม่เพียงพอได้  การเลือกชนิดและประเภทของอาหารให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายและสภาวะโรคประจำตัวที่ท่านมีอยู่จึงต้องให้ความสำคัญยิ่ง อาหารที่เหมาะสมกับผู้สูงวัยควรเป็นอาหารที่มีโปรตีนที่ย่อยง่าย ไขมันและคาร์โบไฮเดรตพอประมาณ รวมทั้งวิตะมิน เกลือแร่ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

        ดังนั้นอย่าลืมหมั่นสังเกตและซักถามถึงสุขภาพของท่าน ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง และเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพกาย-ใจ-จิตวิญญาณ-สังคมของท่านอย่างสม่ำเสมอ

        

        ที่กล่าวมาแล้ว... น่าจะยังไม่ครบถ้วน เพราะคิดในเวลาอันจำกัด กัลยาณมิตรท่านใดมีวิธีการ “รักพ่อ” หากนำมาแบ่งปัน เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จะขอบคุณมากค่ะ

 

                                        

อย่าเอาแต่บอกรักพ่อ แค่ใน "วันพ่อ"...

บอกรักด้วยการปรนนิบัติ “พ่อ”

ให้ท่านสุขกายสุขใจใน "ทุกวัน"กันดีกว่า...นะคะ

(^___^)