สมุทรโฆษคำฉันท์ ต้นแบบวรรณคดีคำฉันท์
สมุทรโฆษคำฉันท์เป็นวรรคดีที่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นเรื่องที่แต่งดีเป็นเยี่ยมในกระบวนคำฉันท์ ผู้แต่งเป็นกวีที่มีชื่อเสียง ได้แต่งเรื่องราวของพระสมุทรโฆษต่อกันรวม ๓ สำนวน ซึ่งล้วนแต่เป็นคำฉันท์ที่ไพเราะ สำนวนแรกเป็นสำนวนของพระมหาราชครู แต่งตั้งแต่เริ่มต้นเรื่อง เล่าเรื่องราวของพระสมุทรโฆษซึ่งกราบทูลลาพระราชบิดาไปคล้องช้างในป่าจนถึงตอนเสด็จไปแก้บนกับนางพินทุมดี สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ทรงนิพนธ์ต่อตอนพระสมุทรโฆษเสด็จประพาสราชอุทยานได้พบกับวิทยาธรลำบาก สำนวนที่ ๓ เป็นสำนวนของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงนิพนธ์ตั้งแต่ตอนพระสมุทรโฆษทรงรับพระขรรค์จากรณาภิมุข ทรงประสบเคราะห์กรรมพลัดพรากจากนางพินทุมดีจนได้กลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง
สมุทรโฆษคำฉันท์นี้เป็นวรรคดีที่ใช้เวลาแต่งยาวนานถึง ๓ สมัย รวมเวลา ๒๕๐ ปี โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงนิพนธ์จบเรื่องเมื่อ ๒๑ ตุลาคม ๒๓๙๒
ลักษณะการแต่ง
เป็นคำฉันท์และกาพย์ จบลงด้วยโคลงสี่สุภาพ ๔ บท
เนื้อเรื่อง
เริ่มต้นกล่าวนมัสการพระพุทธเจ้า พระพรหม พระวิษณุ พระนารายณ์ เทพยดาและการกล่าวยอพระเกียรติพระมหากษัตริย์ จากนั้นจึงเล่าเรื่องย่อ สาเหตุการแต่งเพื่อใช้พากย์หนังในงานพระราชพิธีฉลองพระชนมายุครบเบญจเพสของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากนั้นจึงดำเนินเรื่องในสมุทรโฆษคำฉันท์โดยมีความย่อว่า พระสมุทรโฆษเป็นโอรสของพระเจ้าพินทุทัตและนางเทพธิดาแห่งเมืองพรหมบุรี มีชายาชื่อนางสุรสุดา ทางทิศใต้ของเมืองพรหมบุรีมีเมืองรมยนคร เจ้าเมืองชื่อพระเจ้าสีหนรคุปต์ มีมเหสีชื่อนางกนกพดี พระธิดาชื่อนางพินทุมดี
ต่อมาพระสมุทรโฆษออกประพาสป่าเพื่อจับช้างป่า คืนวันนั้นเทพารักษ์ได้อุ้มพระสมุทรโฆษไปยังปราสาทนางพินทุมดี พอจวนรุ่งเทพารักษ์ก็อุ้มคืนยังพลับพลาในป่า พระสมุทรโฆษจึงเที่ยวติดตามค้นหานางพินทุมดี เมื่อไม่พบก็กลับไปบ้านเมือง ส่วนนางพินทุมดีก็โศกเศร้าถึงบุรุษผู้มาเป็นคู่ในคืนนั้น นางรัตนธารีพี่เลี้ยงได้วาดรูปเทวดา ครุฑ พญานาคและกษัตริย์ให้นางพินทุมดีดู จนถึงพระสมุทรโฆษ นางพินทุมดีจึงรับว่าเป็นชายที่มาร่วมบรรทมกับนาง นางรัตนธารีจึงรับอาสาจะพาพระสมุทรโฆษมาให้ พระเจ้าสีหนรคุปต์จัดให้มีพิธียกโลหธนูเพื่อเสี่ยงหาคู่ให้นางพินทุมดี ด้วยความช่วยเหลือของพระอินทร์พระสมุทรโฆษยกโลหธนูได้จึงได้อภิเษกกับนางพินทุมดี เมื่อปราบกษัตริย์ทั้งหลายที่มายกธนูและจะมาแย่งนางพินทุมดีแล้ว พระสมุทรโฆษและนางพินทุมดีไปใช้บนแก่พระเทพคณบุตร วันหนึ่งขณะเสด็จอุทยานได้พบพิทยาธรตนหนึ่งชื่อรณาภิมุข ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับพิทยาธรชื่อรณบุตร ซึ่งจะแย่งชิงนางนารีผลผู้เป็นชายา พระสมุทรโฆษช่วยพยาบาลรณาภิมุข รณาภิมุขจึงถวายพระขรรค์อันมีฤทธิ์ทำให้เหาะได้แก่พระสมุทรโฆษ พระสมุทรโฆษจึงพานางพินทุมดีเหาะไปประพาสป่าหิมพานต์
ขณะที่พระสมุทรโฆษบรรทมหลับในป่าหิมพานต์ถูกพิทยาธรตนหนึ่งลักพระขรรค์ไป ทั้งสองพระองค์จึงเสด็จมาถึงฝั่งน้ำที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวและเกาะขอนไม้ข้ามฟาก เกิดพายุพัดขอนไม้ขาดเป็นสองท่อน พระสมุทรโฆษต้องพลัดพรากจากนางพินทุมดี ฝ่ายนางพินทุมดีขึ้นฝั่งได้และเดินทางมาถึงเมืองมัทราช ไปอาศัยอยู่กับหญิงชราและนำแหวนออกขายนำเงินมาสร้างโรงทาน พร้อมกับให้ช่างวาดภาพของตนไว้ที่โรงทาน
ส่วนพระสมุทรโฆษนั้นพระอินทร์ให้นางเมขลามาช่วยและบังคับให้พิทยาธรคืนพระขรรค์ เมื่อพระสมุทรโฆษได้พระขรรค์คืนก็ออกติดตามนางพินทุมดีจนมาถึงโรงทานที่เมืองมัทราช ได้เห็นภาพวาดก็เกิดความโศกเศร้า ผู้รักษาโรงทานจึงนำความไปทูลนางพินทุมดี ทั้งสองจึงได้พบกันและกลับคืนสู่รมยนคร ครองเมืองด้วยความผาสุกจนสิ้นพระชนม์แล้วไปบังเกิดในสวรรค์
ตัวอย่าง
๑) สำนวนพระมหาราชครู
มนเทียรพิมานรัต- นจำรัสด้วยรัศมี
เรืองรัศมิจามี- กรแก้วกระลอกแสง
เสาทองรังรองรัศ- มิรจิตประชิดแชรง
ชรรินชรเรือดแฝง มณิเพ็ญดูเพรี้ยมพราย
๒) สำนวนสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
พฤกษามาลีบุษ- ปสรหลุดสรหลอนบาน
บัวพรรณแกมกาญจ- นกมุทมาศเมียร
เพียงคีตเสียงสรรพ ทรหึงทรหวลเฉวียน
ฉวัดปัทมพิศเพียน ชมชิดบุษปคลึงคนธ์
๓) สำนวนสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
นอนไพรใบพฤกษ์ดาด ประเล่ห์ลาดบรรจถรณ์สถาน
ร่มรุกขเปรียบปาน พิดานกั้นกำบังบน
ซร้องสัตวสำเนียง คือเสียงพาทยกาหล
ดุริยาในอารญ ประโคมไทอุไภยผทม
คุณค่าของหนังสือ
๑. ด้านภาษาและสำนวนโวหาร สมุทรโฆษคำฉันท์ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดของวรรณคดีประเภทคำฉันท์ การใช้ถ้อยคำมีคำไทยโบราณ คำเขมร คำบาลีสันสกฤตมากโดยเฉพาะสำนวนที่แต่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนสำนวนของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ใช้คำบาลีมากกว่าคำสันสกฤต หนังสือเล่มนี้จึงให้ความรู้ทางภาษาเกี่ยวกับศัพท์ต่าง ๆ เช่น คำไทยโบราณ คำบาลี คำสันสกฤตและคำเขมร ตลอดจนการแผลงคำที่ใช้ในวรรณคดีเรื่องนี้ นอกจากนั้นการใช้ลีลาของฉันท์ยังเหมาะสมกับเหตุการณ์และการบรรยายเรื่อง การใช้ถ้อยคำสามารถแสดงภาพและอารมณ์ได้อย่างละเอียด ส่วนสำนวนโวหารก็ดีเยี่ยม มีความไพเราะด้วยรสแห่งวรรณคดีครบถ้วน ทั้งบทรำพันความรัก บทโศก บทเกรี้ยวกราด บทรบ บทชมโฉม ชมทัพ ชมธรรมชาติ ชมเมือง แม้ว่าจะมีผู้แต่งถึง ๓ คนแต่กวีก็ได้รักษาระดับฝีปากในการแต่งและในการดำเนินเรื่องอย่างเท่าเทียมกัน กลมกลืนกันทั้งสำนวนโวหารและเนื้อเรื่องประดุจว่าเป็นกวีคนเดียวกันแต่ง
๒. ด้านความรู้ สมุทรโฆษคำฉันท์มีคุณค่าให้ความรู้ต่าง ๆ คือ
๒.๑ ความรู้เกี่ยวกับการเล่นหนังใหญ่
๒.๒ ความรู้เกี่ยวกับประเพณีคล้องช้าง
๒.๓ ความรู้เกี่ยวกับการจัดทัพสมัยโบราณ
๒.๔ ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติวิทยา
๒.๕ ความรู้เกี่ยวกับป่าหิมพานต์
๓. ด้านสังคมและวัฒนธรรม
๓.๑ สะท้อนสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนสมัยกรุงศรีอยุธยา เช่น ความเชื่อในเวรกรรมการบนบานศาลกล่าว การตั้งโรงทาน ตลอดจนการละเล่นของไทย ได้แก่ การเล่นแข่งวัวเกวียน จระเข้กัดกัน แรดชนกัน เป็นต้น
๓.๒ ให้ความรู้เกี่ยวกับประเพณีและพระราชพิธีต่าง ๆ ที่สืบเนื่องมาแต่ศาสนาพราหมณ์ เช่น พระราชพิธีอาศวยุชเป็นพระราชพิธีแข่งเรือเสี่ยงทายในเดือน ๑๑ และการอภิเษกแบบสยุมพร (การแต่งงานอย่างเลือกคู่โดยฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายเลือกคู่ อาจเป็นการเลือกคู่ตามความพึงพอใจหรือการให้ชายได้แสดงความสามารถ)
๔. ด้านอิทธิพลต่อวรรณคดีอื่น
สมุทรโฆษคำฉันท์มีความประณีตและไพเราะในบทพรรณนาต่าง ๆ จึงเป็นแบบฉบับในการแต่งฉันท์ของวรรณคดียุคหลัง ซึ่งกวีในชั้นหลังยังมีการกล่าวอ้างอิงถึงการพลัดพรากของพระสมุทรโฆษกับนางพินทุมดีเป็นทำนองเปรียบเทียบการจากของตน เช่นโคลงนิราศนรินทร์ เป็นต้น

ขอบมากค่ะสำหรับข้อมูลดีดีมากมายที่ได้อ่าน แต่อยากอ่านคำฉันท์ในเรื่องมากกว่านี้ค่ะ ตั้งแต่ตอนต้นจนจบ 2000 พันกว่าบท จะหาอ่านได้ที่ไหนค่ะ โปรดกรุณาช่วยบอกด้วยนะคะ [email protected] ขอขอบพระคุณไว้มาก
ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูลดีดีมากมายที่ได้อ่าน แต่อยากอ่านคำฉันท์ในเรื่องมากกว่านี้ค่ะ ตั้งแต่ตอนต้นจนจบ 2000 พันกว่าบท จะหาอ่านได้ที่ไหนค่ะ โปรดกรุณาช่วยบอกด้วยนะคะ [email protected] ขอขอบพระคุณไว้มาก
สวัสดีต่ะ
สมุทรโฆษคำฉันท์เป็นวรรณคดีสำคัญเรื่องหนึ่ง ดังนั้นจึงมีการพิมพ์เป็นเล่มโดยองค์การค้าคุรุภา คิดว่าคงจะหาซื้อได้ไม่ยากค่ะ
ขอเรื่องสมุทรโฆษคำฉันท์ บทชมโฉมตัวละครผู้ชายหน่อยค่ะ เป็นถอดคำประพันธ์นะค่ะ
สภาพทั่วไปในยุคนั้นเป็นอย่างไรคับ