คุณพ่อที่ต่อสู้ ดิ้นรน ฝ่าฟัน กับความยากจน เพื่อให้ลูกมีวันนี้ ความสุขของท่านคือการเขียนบันทึกประจำวันทุกวันก่อนเข้านอนร่วม 28 ปี

   

   ครอบครัวของคุณพ่อค่ายแก้ว  ริเป๊ก มีกัน  5  คน พ่อกับแม่มาอยู่ร่วมกันแบบไม่มีสมบัติอะไรมากันเลย ได้มีลูกด้วยกัน 3คน ลูกสาวสองคน  ลูกชายหนึ่งคน...และสมัยนั้นมีลูกกันอายุยี่สิบกว่าถือว่ามีลูกช้ามาก..คุณพ่อจบป. 4 ถ้าการเดินทางไม่ลำบากท่านจะต้องได้เป็นตำรวจแต่เพราะถนนเดินทางจากท่าวังผา ไปในเมืองน่านต้องใช้เดินเท้า  หรือทางเรือล่องแม่น้ำน่านไป..ด้วยความลำบากท่านเป็นชาวนาชาวไร่ลูกๆจำความได้พ่อกับแม่ทำอาชีพปลูกยาสูบหลังเก็บเกี่ยวข้าว ใช้ล้อเกวียนบรรทุกข้ามน้ำน่านไปขายที่โรงบ่มอีกฝากหนึ่ง..อาชีพนี้ยาวนานนักจนลูกๆเรียนจบปริญญาตรีทุกคน และได้ประกอบอาชีพรับราชการตามที่พ่ออยากให้เป็นทุกคน สิ่งที่ลูกๆทำไม่ได้เหมือนพ่อคือการเขียนบันทึกประจำวันเริ่มจากตื่นนอนตอนเช้า ไปทำอะไร ..ที่ไหน..กับใคร..ได้อะไร..จนกระทั่งเข้านอนหัวค่ำท่านบันทึกกิจกรรมในช่วงก่อนนอนทุกวันลูกๆจะเห็นตั้งแต่ท่านนำสมุดเก่าที่เหลือในเล่มของลูกๆนำมาเย็บติดกันแล้วเขียนถ้ายังไม่สิ้นปีท่านก็นำมาเย็บต่ออีก..เมื่อลูกๆโตเข้าเรียนเห็นสมุดบันทึกขายตามร้านก็จะซื้อให้ท่านทุกปี..ลูกๆได้ทำงานก็จะซื้อจากหน่วยงานราชการท่านยิ่งชอบเขียนตัวหนังสือสวย..อ่านง่าย...( เพราะท่านบวชเป็นเณรเพื่อเข้าเรียนอยู่วัดในเมืองน่าน) ลูกๆปิดเทอมกลับบ้านไปอ่านบันทึกท่านชอบเขียนข้อคิด  เช่น "ค้าเตากินเตาแมง  ค้าแตงกินแตงเน่า"..หมายความว่า เราปลูกแตงโม(บ่าเต้า) ปลูกแตงกวา..เอาไว้...ลูกดีๆ..สวยๆ..เอาไปขายหมดเหลือลูกที่ไม่สวย..ลูกมีตำหนิไว้กินเพราะนำไปขายก็ไม่ได้เงิน...การทำมาหากินลำบากเพื่อหาเงินส่งลูกๆเรียนหนังสือ..และเป็นบันทึกที่มีแต่กิจกรรมเดิมๆ ..ทุกๆวัน..คือฤดูทำนา..ก็จะบันทึกจากนำควายไปไถ่นา..หว่านข้าว..ถอนกล้าไปดำนา..จนกระทั่งเกี่ยวข้าว..นำข้าวใส่หลองข้าวที่บ้าน..ไปช่วยเพื่อนบ้าน(เอามื้อกัน)ทำงานแบบเดิมๆประจำ..ลูกอ่านแล้วยิ่งทำให้ต้องขยันเรียนมากขึ้น..มีพลังแรงกล้าในการเรียน..มุ่งมั่น..คุณพ่ออยู่สบาย..วางมือในการเป็นเกษตรกรลงเมื่ออายุ 55 ปี พ่อเริ่มไม่สบาย..ไอ..แห้งๆ..รับการตรวจจากหมอที่รพ. สวนดอก ..ตกใจมากหมอบอกว่าเป็นมะเร็งที่ปอดต้องผ่าตัด..คุณพ่ออายุ69ปี เพิ่งเห็นว่าท่านกลัวหน้าซีดเป็นครั้งแรกในชีวิตลูกๆ..เพราะท่านไม่เคยกลัวอะไร..คุณพ่อรักษาโรคมะเร็งได้ 1 ปี ก็สู้กับโรคร้ายนี้ไม่ได้เพราะท่านอ่อนแอเกินไป..ท่านทำใจรับกับโรคนี้ไม่ได้..การอ่านธรรมมะให้ท่านฟังท่านไม่ชอบ..วันนี้จึงอยากบันทึกถึงคุณพ่อค่ายแก้ว  ริเป๊ก ผู้ที่ต่อสู้ชีวิตด้วยลำแข้งของตัวเอง..ผู้ที่เขียนบันทึกประจำวัน..ทุกๆวัน 365 วัน ถึง 28 เล่ม(ปี) วันสุดท้าย วันที่ 3 ก.พ 52....รักพ่อมากค่ะ..วันนี้พ่อยังให้กำลังใจลูกๆเสมอนะคะ