ไม่รู้ว่าความรู้สึกจะเหมือน First day school หรือวันแรกที่ไปโรงเรียนหรือเปล่านะสำหรับการจากบ้านไปเกณฑ์ทหาร...ที่แตกต่างแน่ๆ คือครั้งนี้นั้นไม่มีน้ำตา และไม่ทิ้งตัวลงพื้นชักดิ้นชักงอ ร้องโวยวายให้แม่โอ๋ ^^

 

ทั้ง 2 พลัด คือเช้าวันที่ 1 พฤษภาคม และ 1 พฤศจิกายน ของทุกปี ณ ที่ว่าการอำเภออุดรธานี หลังจากที่สมัครใจและโดนขืนใจมา ว่าที่พลทหารใหม่ทุกนายจากร้อยพ่อแม่ จะมารอขึ้นรถบัสพร้อมกันที่นี่เพื่อไปแยกหน่วยฝึกทหารกองพันต่างๆ

 

ซึ่งเรายิ้มรับ และร้องขอเองที่จะฝึกอยู่อุดรธานี ...ใกล้บ้านเรา ใกล้ๆแม่ ใกล้ฟ้าและดาวที่คุ้นชินเหมือนวันคืนก่อน

 

 

สวัสดีครับ...กองพันที่ 3

 

รถบัสพาเราเคลื่อนตัวเข้ามาที่กองพลทหารราบที่ 13 กองพันที่ 3 หรือเรียกให้กระชับว่า ร. 13 พัน 3 ซึ่งเป็น 1 จาก 4 กองพันทหารของอุดรธานี มีนามว่ากองพันทหารพระองค์ดำ เพราะมีเรื่องเล่าว่าสมเด็จพระนเรศวรมาหาราชได้ทรงเคยยกทัพทหารมาพื้นที่นี้ จึงทำให้มีศาล และรูปหล่อทองเหลืองตั้งไว้หน้ากองพันเป็นที่เคารพศักการะของทหารที่นี่

 

ค่ายของเราอยู่ไม่ไกลตัวเมือง ความรู้สึกแรกที่เข้ามาก็เห็นว่ากองพันนี้ก็ สะอาด ร่มรื่นดี โล่งๆด้วยซ้ำ ขนาดประมาณ 4 สนามฟุตบอลเย็บติดกัน เข้า-ออกด้านหน้าทางเดียว ถนนในกองพันแบ่งออกเป็น 3 ซอยหลักๆ กองร้อยทหารทั้ง 4 จะอยู่ฝั่งซ้ายเรียงต่อกันไปจนถึงท้ายกองพัน ถนนเส้นกลางตรงไปสู่กองบัญชาการ ถ้าเลี้ยวขวาตามก็จะเจอบ้านพักทหารชั้นประทวน (นายสิบ ถึงจ่า) เป็นห้องแถวครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้นเก่าๆ หน้าบ้านขายขนม ของกินของใช้ทั่วไป

 

แต่ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับสิ่งแวดล้อม...ตัวทหารใหม่เองต้องลงรถ เข้าห้องโถงเพื่อรู้จักตัวเองก่อน ว่าพวกเรามาที่นี่ทำไม โดยครูฝึกทหารใหม่และทหารรุ่นก่อนหน้าจะเป็นพี่เลี้ยงแนะนำเราในเรื่องต่างๆ เรื่องแรกคือทรงผม 555 พวกเราได้ปลงผมกันห้องนี้แหละ ทหารตัดให้กันเอง ซึ่งดูแล้วก็ไม่ยาก ก็แค่ตัดเกรียนๆ เรายังอยากลองตัดเองเลย ฮิฮิ ต่อมาก็แจกจ่ายของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า ชุดเครื่องอาบน้ำ ทุกคนได้เหมือนกัน เท่าเทียม ส่วนชุดที่ใส่มาวันแรกนั้นเค้าจะมัดใส่ถุงเก็บไว้ 2 เดือน คือคืนให้ตอนฝึกเสร็จ ฉะนั้นน้องๆที่จะไปเป็นทหาร ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยัดเงินหรือของมีค่าให้ บอกเลยว่าไม่จำเป็น เค้าบ่ให้ใช้ดอกเด้อ ;)

 

ทีนี้ก็จะแยกย่อยทหารทั้ง 100 คนออกเป็น 4 กองร้อยเท่าๆกัน เราได้อยู่กองร้อยที่ 1 ได้เสื้อหมายเลข 21 เราได้เป็นหัวหน้าหมวดด้วยเด้อ ;) แต่เรียกว่าเป็นตัวแทนเพื่อนดีกว่า เหมือนจะเท่ แต่ผิดอะไรมา กูโดนก่อนตลอด 555

 

 

ในวันวันหนึ่งของทหารเกณฑ์น้องใหม่

 

2 เดือนแรกที่ฝึกนี้จะกิน-นอนที่กองร้อยหลังเดียวกัน ทหารทุกนายนอน 3 ทุ่ม และตื่นตี 5 ครึ่งด้วยเสียงนกหวีด จากการเป่าครั้งแรก ทุกคนต้องเตรียมพร้อมอย่างเร็วที่สุดภายใน 1 นาที ทั้งชุดและอุปกรณ์แปรงฟัน+ขันพลาสติก+ช้อน ของใครของมัน ลงมารวมแถวที่ลานข้างล่างก่อน อย่างที่รู้...ใครมาช้าก็โดนโน่นนี่เบาะๆไม่หนัก จากนั้นก็ปล่อยให้ไปขี้-ไปเยี่ยว (ขออภัยด้วย ที่ไม่ใช้คำว่า "ธุระส่วนตัว" มันเข้าไม่ถึงความจริงไง ^^) เสร็จแล้วก็มาตั้งแถววิ่งรอบกองพัน 3-5 รอบ(ประมาณ 5 กิโลเมตร) ร้องเพลงไปด้วยน๊า เพลินๆ แต่ละเพลงก็สนุกสนุก ชวนฮึกเหิม อีกอย่าง มันเป็นจังหวะให้เราวิ่งลงเท้าถูกด้วยไง

 

วิ่งเสร็จก็ออกกำลังกายเช่น ดันพื้น, ดันข้อยกตัวกับบาร์เหล็ก, Sit-Up ฯลฯ ฟิตร่างกายให้แข็งแกร่ง กว่าจะเสร็จก็โน่น เกือบ 8 โมง จากนั้นก็เดินแถวไปที่โรงเลี้ยง (โรงอาหารนั่นเอง) ไปเคารพธงชาติที่นั่นแล้วค่อยเข้าไปกินข้าว

 

โรงเลี้ยงที่พัน 3 นี้ไม่ใหญ่ เหมือนโรงอาหารเด็กประถม โต๊ะนึงนั่งได้ 4 คน แน่นอนว่ามันต้องมีท่าวิ่ง ท่าเดินไปที่โต๊ะ และอะไรที่มันดูปึงปังเล็กน้อยเป็นธรรมดาของทหารอะนะ และจะนั่งได้ก็เมื่อครูฝึกบอกให้นั่ง กินได้เมื่อครูฝึกบอกให้กิน ^^

 

 

ทหารต้องไปตักอาหารเอง หมายความว่าไปยืนต่อแถวแต่มีคนตักให้เรา แต่ละมื้อมีอาหาร 1 อย่าง + ข้าวเหนียว 1 กระติ๊บ กินกัน 4 คน ต้องข้าวเหนียวเท่านั้นที่เหมาะกับทหารเสืออีสาน ไม่งั้นเอาไม่อยู่ ไม่อิ่ม 555 กับข้าวก็จะเป็นอาหารง่ายๆ อาหารอีสานนี่แหละ มีอะไรก็ต้องกินอันนั้น ไม่กินก็ช่างเอ็ง

 

เราน่ะนะ ขอบอกเลยว่ารังเกียจ "ซุปมะเขือ" มากๆๆๆๆ (อาหารอีสาน ทำจากมะเขือเปาะแปะเผาโขลกเปียกๆปรุงแฉะๆ ออกรสชาติเค็มเข้ม) ทั้งที่ไม่เคยลอง คือมันแหยะๆ แฉะๆไม่น่ากินไง ปรากฏว่าวันนึงเว้ย มีซุปมะเขือนี่ล่ะ แค่อย่างเดียว โอ้โห เอาไงดีวะกู ไม่กินก็อด...เอาว๊ะ!! ลองเอาปั้นข้าวเหนียวจ้ำๆน้ำขอบๆมันดู(ไม่กล้ากินเนื้อมะเขือ) ปรากฏว่า "อร่อยโคตรๆ" แม่เจ้า ไม่ลองไม่รู้ ทีนี้เอาช้อนตักซดเลย ฮ่าๆๆๆ ได้คติชีวิตว่า อย่าตัดสินอะไรจากภายนอก เอาก็ตอนเป็นทหารนี่เอง 555 จากนั้นเป็นต้นมา ซุปมะเขือ คือเมนูโปรดของเราเลย ^^

 

กินข้าวเช้าเสร็จก็ฝึกต่อ จะมีทั้งเรียนทฤษฎีและ ฝึก"วิชาฆ่าคน" จนถึงเย็นโน่นแหละจึงวิ่งและออกกำลังกายรอบเย็นอีกครั้ง (เป็นเซ็ตฟิตกล้ามเดียวกันเหมือนตอนเช้าเปี๊ยบ ^^)

 

จากนั้นก็เคารพธงชาติ, กินข้าวเย็น และเดินกลับกองร้อยเพื่ออาบน้ำให้ร่างกายสดชื่น ถึงตอนนี้ก็หัวค่ำพอดี แล้วก็มารวมกันที่ลานปูน ช่วงนี้เองที่เป็นเวลาผ่อนคลาย ให้เราได้ทำความรู้จักกันผ่านการพูดคุย ทั้งตัวทหารเองและครูฝึกในผลัดนั้นๆ ข่าวคราว และระเบียบต่างๆที่ใครสงสัย ก็จะได้มาคุยกันเวลานี้แหละ ช่วงนี้จะสบายสบาย ไม่เคร่ง ^^ ก็แหม... โหดมาทั้งวันแล้วนะว่ามั้ย ;)

 

 

อรุณสวัสดิ์กันอีกทีพรุ่งนี้นะครับพลเรือนที่รัก ยังมีเรื่องราวดีดีอีกมากมายในบันทึกหน้าๆ โปรดติดตาม

 

คืนนี้ทหารขอนอนก่อน...เพลียจัง ^^