ย้อนกลับไป พ.ศ. ๒๕๐๐ ผมเพิ่งเข้ามาเรียนหนังสือที่กรุงเทพ   ต้องหัดพูดภาษากลางให้ไม่เพี้ยน ที่เขาเรียกล้อกันว่าสำเนียงออกทองแดง   เพราะเพี้ยน ๓ จุด (๑) ต้องพูดนิ่มๆ ลากหางเล็กน้อย   ไม่พูดห้วนๆ กระโชกโฮกฮากแบบเด็กบ้านนอก ที่ผมเคยชิน   (๒) ระวังเสียงวรรณยุกต์ ที่สลับสับสนระหว่างสำเนียงใต้กับสำเนียงภาคกลาง   และ (๓) อย่าเผลอพูดคำที่เป็นคำปักษ์ใต้ที่คนกรุงฟังไม่รู้เรื่อง  

          มาถึงตอนนี้ผมนึกข้อ ๔ ออก ว่าพวกเราเดกปักษ์ใต้ต้องฝึกพูดให้ไม่ตรงกับภาษาเขียนแบบคนกรุง   คือ เขียนว่าเด็ก แต่อ่านว่า เดก ไม่อ่านว่าเด็กแบบมีไม้ไต่คู้ ที่ทำให้เสียงสั้นลง   เขียนว่าเห็น แต่อ่านว่าเหน   หรืออาจจะว่าคนปักษ์ใต้อ่านคำว่าเด็ก เป็น แด็ก คือยิ่งสั้นกว่าเด็กไปอีก

          หรือจังหวัดภูเก็ต  สำเนียงปักษ์ใต้แท้จะว่าจะพูดว่า ภูแก็ด   เพื่อชาวภูเก็ตของผมหลายคนพูดคำว่าภูเก็ตไม่ได้   พูดว่าภูแก็ดทุกที

          สมัยก่อนพูดไม่ชัดเพื่อนๆ ล้อเลียนและคนดูถูก   ไม่เหมือนสมัยนี้ที่ยอมรับกันว่าคนต่างภาคย่อมต่างสำเนียงเปนธรรมดา 

วิจารณ์ พานิช
๙ พ.ย. ๕๒