เรื่องแรกที่พูดคุยกันบนเวทีพี่เลี้ยงวันนี้ เป็นการเปิดใจในมุมมองของท่านที่เป็นผู้วางระบบประกันคุณภาพโรงพยาบาล คือทางพรพ. (หรือ สรพ.ในปัจจุบัน)
จากความรู้สึกที่ท่าน อ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล กล่าวอยู่บ่อยๆ นั่นคือ การดำเนินกิจกรรมอย่างไรให้เกิด ตั้งอยู่...แล้วไม่ดับไป สิ่งที่ทาง สรพ. กำลังค้นหาคือ ทำอย่างไรจึงจะเกิดการพัฒนาที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน (Flexible & Sustainable Development)ในงานคุณภาพของผู้ปฏิบัตินั่นเอง
ในมุมมองของ อ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล อาจารย์กล่าวว่า
“... SHA และ HA เป็นเรื่องเดียวกัน
ตัว S ที่เพิ่มขึ้นมาก็เพื่อเป็นการเตือนความคิดว่า ...การทำ HA ควรนึกถึงส่วนต่างๆเหล่านี้ร่วมไปด้วย ได้แก่ Sustainable และ Spiritual
อ.อนุวัฒน์ เน้นเรื่องของการพัฒนาตนเองเป็นสำคัญ โดยเริ่มจาก
Spiritual
การทำงานด้วยหัวใจทำให้เราทำงานอย่างมีความสุข
ทำงานด้วยความรัก... “รักโดยไม่มีเงื่อนไข”... โดยเริ่มจากการ
- รักคนไข้ : ยินดีทำให้โดยไม่รังเกียจ
- รักในงาน :ไม่รู้สึกท้อแท้ในงานที่ทำ เป็นการปรับมุมมองใหม่ ทำงานด้วยความละเอียดอ่อนมากยิ่งขึ้น
- รักในผู้ร่วมงาน : รู้จักใช้คำง่ายๆเช่นคำว่า “ขอบคุณ” เมื่อเรารู้สึกพึงพอใจกับการกระทำของผู้อื่นที่กระทำต่อเรา และ “ขอโทษ” เพื่อแสดงความรู้สึกว่าเราแคร์ความรู้สึกของเขา ทำให้เราลดตัวตนของเราลง ทำให้เราดูดีขึ้น
- รักตนเอง : การพยายามคิดเป็นบวก…”
ในมุมมองของ อ.ดวงสมร บุญผดุง
อาจารย์กล่าวถึง แนวคิดของ SHA ที่เชื่อมโยงกับ มาตรฐาน HA
“...การเชื่อมโยง จะเชื่อมโยงอย่างไรก็ได้ อาจใช้ SPA มาช่วยดู...แล้วเอามิติของ SHA เข้าไปจับ จากนั้นมองดูภาพรวมอย่างเชื่อมโยงกัน
...การเล่าเรื่องของเราให้ผู้เยี่ยมสำรวจทราบ ควรเล่าอย่างเป็นธรรมชาติ การตีกรอบความคิดโดยใช้หลักเกณฑ์มาจับ ทำให้เราไม่สามารถเล่าเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติได้ เพราะติดอยู่กับกรอบแนวคิด...”
ในมุมมองของ อ.อภิชาติ จิรวุฒิพงศ์
อาจารย์ชื่นชมทาง สรพ. ที่เห็นความสำคัญของการทำงานกับคน เห็นความสำคัญของผลลัพธ์ด้านจิตใจมากขึ้น มีการปรับแนวปฏิบัติที่ไม่ติดกับเกณฑ์ของตัวชี้วัดมากจนเกินไป
เมื่อก่อนเคยคิดว่าทำงานคุณภาพด้วยใจอย่างเดียวพอ ไม่มีใครมาบอกว่าเกณฑ์อยู่ที่ไหน ดีขึ้นอย่างไร แต่ตอนนี้มีเกณฑ์มากำหนด ทำให้เราทำงานง่ายขึ้นเพราะมีทิศทางและเป้าหมาย
จากประสบการณ์ของอาจารย์ อาจารย์กล่าวว่าเมื่อโรงพยาบาลผ่านเกณฑ์ประเมิน ก็มักจะมีความสุขไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง พอใกล้จะถึงเวลาประเมินรอบใหม่ก็จะทุกข์อีก นั่นเพราะโรงพยาบาลขาดการพัฒนาคุณภาพที่ยั่งยืน อาจารย์ยังอยากให้ความสำคัญกับ Sustainable
...ได้แล้วอย่าถอยหลังกลับมา ต้องทำต่อไปเพื่อให้ยั่งยืน
...เปลี่ยนจากผักชีโรยหน้า... เป็นปลูกไม้ยืนต้นจะดีกว่า
ส่วนในมุมมองของผู้เขียนเองนั้น (ขอแอบ)คิด(สักนิดนึง) ว่า
สาเหตุที่คุณภาพงานต่ำลงนั้น เรามิต้องถึงกับเดินถอยหลังหรอก เพียงแค่เราหยุดหรือชะลอการเดิน ก็อาจทำให้คุณภาพเราตกลงได้แล้วก็ได้... เนื่องจากวงล้อคุณภาพหมุนอยู่ตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เป็นภาวะคุกคามเกิดอยู่ตลอดเวลา และมีแนวคิดใหม่ๆเข้ามาเสมอ
จากประสบการณ์ผู้เขียน เรียนรู้ เริ่มแบบงูๆ ปลาๆ ...ไม่รู้ก็เสาะแสวงหา ทั้งถาม ทั้งอ่าน ทั้งขอหนังสือ ขอประสบการณ์ สารพัดอย่างเพื่อให้รู้แตกฉาน และด้วยภายในหน่วยงานของผู้เขียนมีบุคลากรเก่งๆมากมายเกือบร้อยคน มีบางกลุ่มสับเปลี่ยนไปมา ภาระองค์กรมีทั้งงานบริการ การเรียนการสอน การฝึกอบรม และการวิจัย ดังนั้นเทคนิคหรือแท็คติคต่างๆจึงมีความสำคัญมาก การพยายามเสาะแสวงหามาดัดแปลงใช้โดยไม่ให้เขารู้สึกว่าถูกรบกวนการทำงานในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ทุกคนในองค์กรร่วมมือกันทำคุณภาพด้วยความเต็มใจ สนุกสนาน และยังคงความเป็นวิสัญญีคุณภาพได้อย่างยั่งยืน ไม่แพ้ใครๆ
“หากไม่อยากเหนื่อยมากตลอดกาล...ก็อาจจะออกแรงวิ่งให้ไปอยู่ข้างหน้าในช่วงแรก แล้วค่อยๆย่างเดินไปพร้อมๆกับ สรพ.”
“หากไม่อยากให้ทีมเบื่อหน่าย ก็อย่ายัดเยียดทฤษฎีให้ผู้ร่วมทีม..."
Facillitator จึงมีความสำคัญยิ่ง ที่ต้องแปลง “แนวคิดและภาษาคุณภาพ” ให้เป็น “ภาษาบ้านเรา” ถ่ายทอดให้เขาฟังอย่างง่ายๆ เข้าใจได้ง่ายๆ หยิบใช้ทำได้ทันที
จะว่าไปแล้วในแนวคิดของ SHA ก็คือ การมาทำให้ HA มีจิตวิญญาณมากขึ้น เท่านั้นเอง และเมื่อมองงานด้วยหัวใจที่ประณีตในงาน คนทำงานก็มีสุขและเต็มใจทำใจทำ...ความยั่งยืนก็จะตามมาเอง
อาจารย์โกมาตรบอกว่า ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรี จะยกเลิกตัวชี้วัด
สรพ ยังต้องการตัวเลขร่วมกับการทำงานอย่างมีความสุข โดยนำ sha มาจับทีหลัง เหมือนทำวิจัเชิงปริมาณมากๆแล้ว อย่าลืมวิจัยเชิงคุณภาพด้วย จะได้เห็นความดี ความงามมาประกอบตัวเลข
วันนี้อย่าลืมไปฟังการทำวิจัยขั้นเทพนะคะ
ขอบคุณค่ะพี่แก้ว...
ตื่นแต่เช้า... ไปแต่เช้า... เพื่อจะเฝ้าท่านเทพละค่ะ...อิอิ