การให้อภัยมีสองความหมายคือ ความหมายในแง่ของการป้องกันความขัดแย้ง (Prevention) และความหมายในแง่ของการแก้ไขความขัดแย้ง (Resolution)

          การให้อภัยมีสองความหมายคือ  ความหมายในแง่ของการป้องกันความขัดแย้ง (Prevention) และความหมายในแง่ของการแก้ไขความขัดแย้ง (Resolution) 

          ๑. ในแง่ของการป้องกัน (Prevention)  อภัยทาน หมายถึง การให้ความไม่มีภัย หรือความไม่กลัวแก่คนอื่น  หรือความปลอดภัยแก่คนอื่น หรือสิ่งอื่น อันหมายถึงท่าทีที่เรา หรือมนุษย์อยู่ใกล้กับสิ่งใด หรือผู้ใดแล้ว สิ่งนั้น หรือผู้นั้น ไม่กลัว หรือรู้สึกว่าเรากำลังนำภัยมาสู่เขา ในความหมายนี้ อภัยทานมีความหมายเท่ากับศีล ๕ เพราะเมื่อมนุษย์ปฏิบัติตามศีล ๕ แล้ว เช่น ไม่เบียนผู้อื่น และไม่แย่งชิงทรัพยากร หรือทรัพย์สินของผู้น ย่อมทำให้คนอื่น หรือสิ่งอื่นไม่รู้สึกว่ากำลังถูกเบียดเบียน ถูกทำร้ายทั้งกายภาพ และจิตภาพ
          ๒. ในแง่ของการแก้ไขความขัดแย้ง (Resolution)   อภัยทานหมายถึง การให้อภัย  กล่าวคือ การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งอภัยโทษ หรือให้อภัยโทษ หรือยกโทษ รวมไปถึงการรับคำขอโทษ หรือรับคำขอขมาจากบุคคลที่เคยกระทำให้ตัวเองมีความทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่ง กรณีนี้ เช่นเดียวกับการที่พระพุทธเจ้าให้อภัยแก่พระเจ้าอชาตศัตรูที่พระองค์สมคบคิดกับพระเทวทัตต์ในการปองร้ายพระองค์ และเคยประทุษร้ายบิดาของพระองค์คือพระเจ้าพิมพิสารในฐานะเป็นพระสหายของพระพุทธเจ้า

           เมื่อกล่าวโดยสรุป  อภัยทานในความหมายทางพระพุทธศาสนานั้น จึงมีความหมายที่กวางและครอบคลุม มากกวาความหมายทั่วไปที่เขาใจกันวา เปนการหายโกรธหรือยกโทษใหเทานั้น และจากความหมายของอภัยทานที่หมายถึง การรักษาศีล ๕ นั้น เราจึงสามารถที่จะให้อภัยทานไดอยูตลอดเวลา โดยไมจําเปนที่ อภัยทานจะเกิดขึ้นก็ตอเมื่อเวลาเราทะเลาะหรือมีปญหาขัดแยงกัน

           ดังนั้น จากการศึกษาของความหมายของอภัยทานทางพระพุทธศาสนาดังกล่าวในเบื้องตน ก็พอที่จะไดคําตอบวา อภัยทานนั้นสามารถใชเปนแนวทางหรือหลักการดําเนินชีวิต ที่จะทําใหสังคมเกิดความสุขสงบ โดยอาจเปนไดทั้งการปองกัน(Prevention) และแกไข(Resolution)