งานหนังสือที่จัดใหญ่ ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ มีอยู่เพียงงานเดียวตลอดทั้งปี คือ งานหนังสือที่จัดโดยสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาเรียกชื่องานว่า CMU Book Fair ส่วนจะมีคำนำหน้า หรือ คำตามหลัง ก็แล้วแต่ปีนั้น ๆ ว่า ทางผู้จัดจะเน้นไปในเรื่องใด

งาน CMU Book Fair ปีที่เป็นครั้งที่ 16 แล้ว ไม่น่าเชื่อว่า ผมได้มีโอกาสเดินงานหนังสือนี้มาตั้งแต่ครั้งแรก อิ อิ แก่ไหมเนี่ย เดินตั้งแต่ยังเรียนโทอยู่เลย จนบัดนี้ก็อาศัยอยู่เชียงใหม่มานานโขแล้ว แต่ยังพูดคำเมืองไม่ได้สักที สมองทางด้านภาษาคงหายไปแล้ว

ในระยะหลัง ๆ ก็มีงาน Medical Book Day ที่ทางห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์จัดขึ้นเพื่อตอบสนองอาจารย์หมอ นักศึกษาหมอ และผู้สนใจทั่วไป แต่ไม่มีขนาดใหญ่เท่า เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเฉพาะทาง

หรือผมเคยได้ยินจากผู้ขายหนังสือว่า ที่มหาวิทยาลัยพายัพก็จัด แต่ผมไม่เคยไป หรือมหาวิทยาลัยท้องถิ่นผมเองก็จัด แต่ขอบอก ๆ ... ข้อบกพร่องมันเยอะ ปริมาณผู้อ่าน ผู้ซื้อก็แทบไม่มี จัดไปก็เหมือนจัดให้คนขายมาพบปะกัน อย่างที่ผมเคยบ่น ๆ ในอนุทินว่า "อาจารย์มหาวิทยาลัยท้องถิ่นไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ ไม่ค่อยยืมหนังสือ แล้วเอาความรู้ที่ไหนไปสอน คุณภาพเด็กที่ออกมาไม่เป็นที่ยอมรับก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ"

วันนี้เป็นงานวันแรก หลังจากการประชุมมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งเครียด ผมก็เลือกที่จะไปเดินทอดอารมณ์ที่งาน CMU Book Fair นี้ที่สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยพยายามแต่งตัวให้เรียบง่ายที่สุด เหตุผลคือ เพื่อเนียนไปกับฝูงชนคนรักหนังสือ เดี๋ยวเจอบล็อกเกอร์แถว ๆ นี้ จะวิ่งหนีไม่ทัน อิ อิ

 

จอดรถไว้ฝั่งตรงข้ามกับงาน CMU Book Fair

 

 

เย็นย่ำ รถมากันเพียบ

 

 

สโลแกนปีนี้ "การอ่านทำให้การเรียนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น" ... (ใครคิดเนี่ย บอกมาเดี๋ยวนี้ครับ อิ อิ)

 

 

ซุ้มหน้างาน แสง สี สวยเชียว ;)

 

 

ถึงแม้ผมใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองหลวงมาก่อน แต่ผมไม่เคยมีโอกาสได้เดินงานหนังสือเลย อาจจะเป็นเพราะตอนนั้นยังไม่มีเงินเดือนที่พอจะเผื่อหนังสือสักเล่มได้ และอีกอย่าง กว่าจะเดินทางไปถึงสถานที่จัดงาน ก็เหนื่อยแล้ว รถติด ไม่สนุกและสุขใจใด ๆ เลย ผมรังเกียจรถติดอย่างยิ่งยวด

การมาใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่ แล้วได้มาเดินงานหนังสือที่มีแต่ต้นไม้ใบหญ้า ประจวบกับอากาศในหน้าหนาว สุขใจอย่าบอกใคร ค่อย ๆ ละเลียดทีละร้าน ๆ ทีละเล่ม ๆ ถูกใจก็เก็บไว้ก่อน ซื้อวันต่อ ๆ ไปแทน อิ อิ บางทีมาอีกวัน หนังสือก็หายไปแล้ว อด ;(

ดังนั้น วันนี้ ... หลังจากความเคร่งเครียดที่มหาวิทยาลัย ผมก็ได้แวะมาปล่อยอก ปล่อยใจกับการเดินงานหนังสือที่นี่ อากาศหนาวเย็นเป็นวันที่สองแล้ว เดินไปก็ได้ยินเสียงบ่นของพนักงานขายต่างถิ่นว่า ไม่ได้เอาเสื้อหนาวมาด้วย ไม่คิดว่าจะหนาวอย่างนี้ อิ อิ ซวยไปครับพี่

ผมเลือกเดินวนงานจากซ้ายไปขวา ขอบอก วันแรกนี้ยังเดินไปครบรอบงานเลยครับ มัวแต่ไปตื้นเต้นกับหนังสือดี ๆ ที่ร้านเขานำมาลดราคา เล่มโน้นก็ดี เล่มนั้นก็ดี เล่มนี้ซื้อเลย เล่มโน้นเก็บไว้ก่อน พรุ่งนี้มาดูใหม่ สุขใจขนาด

ตกลงเสียตังค์ไปสี่ร้อย เหอ เหอ ธุรกรรมการเงินประจำตัวยังจ่ายไม่หมดเลยเดือนนี้ เสียตังค์ค่าหนังสือซะแล้ว

ปีนี้ เจอน้อง ๆ จากสำนักพิมพ์ Provision ที่ผมรู้จักดี ปกติเขาจะมาออกบูทที่งานคอมฯ แต่หากงานตรงกับที่กรุงเทพฯ จะไม่มาเชียงใหม่ นี่ไม่มา 2 ปีแล้ว เพิ่งมาปีนี้

ข่าวดี คือ มาปีนี้ แต่ข่าวร้าย ปลายธันวานี้ น้องจะลาออกจากบริษัท กลับไปดูแลแม่ที่ขอนแก่น โห คราวต่อไป ใครจะลดราคาหนังสือให้ผมเนี่ย ;(

ส่วนศูนย์หนังสือจุฬาฯ ของ มน. คุ้นเคยกับผมดี เจอทีไร เป็นสวัสดีทุกที รู้จักกันจนรุ่นน้องที่นี่คนหนึ่งไปเป็น ผจก.ของร้านซะแล้ว อะไรจะไวขนาดนั้น

เหอ เหอ มาเดินตั้งแต่ 5 โมงเย็นกว่า ๆ จนงานเลิก 2 ทุ่ม ผมยังเดินไม่ครบรอบเลย ได้แต่ดำเนินการเล็งหนังสือไว้หลายเล่มเลย กันตังค์แหลก ผม ;)

 

ปิดท้ายด้วยแสงและสีของช่องฟ้ายามพระอาทิตย์ตกในหน้าหนาวนี้

 

 

พรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไป จะแอบมาเดินไม่ให้ใครรู้อีกนะคร้าบ

ขอบคุณที่แวะมารับฟังครับ

ขอบคุณมากครับ ;)