น้ำใจยังหาได้ ถ้าคิดดีก็จงทำไปเถิด ผลจะเกิด บวกหรือลบไม่เป็นไร เพราะคิดบริสุทธิ์

       19 พย. 2552 เดินทางเข้ากทม. ด้วยรถเร็วขบวน 170 จากยะลาสู่ กทม.  ถึงหัวลำโพง 09 .15 น.  แวะล้างหน้ารับอาหารเช้าที่สถานีฯ อิ่มดีก็เดินทางต่อ มาซื้อตั๋วไปอยุธยา มีโชคอีกแล้ว รถไฟสายพิษณุโลกกำลังจะออก  ได้ตั๋วฟรีไม่มีค่าโดยสาร รัฐบาลช่วยคนจน  แต่ขึ้นมาบนถเห็นฝรั่ง 4 คน ญี่ปุ่น หรือจีน อีก 2 คนโดยสารมาในตู้เดียวกัน 

 

     มาถึงอยุธยา 12. 30 น. สอบถามเรื่องที่พักกับรถโดยสาร โดยตั้งใจทย์ ว่า ไกล้โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ราคาไม่แพง สะอาด และปลอดภัย  ได้ชื่อที่พักตามต้องการ แมนชั่น "พรหมทอง "ราคา 500 บาทตุ๊กๆ บอกมาถึงที่พัก ลด 200 บาท ราคาคนไทยที่ชวนสนทนา แล้วยังเจรจา ขอใช้อินเตอร์เนทต์ ฟรี เพราะสนทนา พาทีกันถูกใจ 

บึงพระรามพระนครศรีอยุธยา

     ตกเย็นออกไปหาอาหาร พักที่นี้ได้ใจมากเพราะมีอาหารอิสลามให้ทานตลอดคืน  อิมดีแล้วก็เดินชมเมืองอยุธยา มานั่งชมพระอาทิตย์ ตกที่บึงพระราม  

อาทิตย์ตกที่บึงพระราม

     เดินชมตลาดสินค้า พบเจอ เจ้าลูกมะขวิด ตลอดชิวิตไม่เคยเห็นของจริง จึงซื้อไปลองชิม ว่ารสชาดมันเป็นอย่างไร ได้ลูกมะขวิดก็รีบเดินกลับที่พัก เดินตามหลังหญิงสาวคนหนึ่งที่หิ้วถุงพะรุงพะรัง ในใจคิดอยากจะขอแบ่งเบาช่วยหิ้ว แต่ก็เกรงว่าสิทธิ์ของแปลกหน้าไม่ควรทำ จะล่วงล้ำอธิปไตยส่วนบุคคล

มะขวิด

     จนเดินข้ามถนนช่วงสุดท้าย เป็นช่วงถนนมืด ก็รีบข้ามไป  รถมาไม่ทันเห็น รีบเดินกลับ พอถนนว่างทำท่าจะขยับ เธอเอื้อมมือมาจับแขน จึงให้ข้ามไปพร้อมเธอ กล่าวขอบคุณเธอ  ...เธอโบกมือพร้อมเสียงแบ๊ะๆๆ แล้วนำอาหารไปส่ง ร้านเสริมสวยริมถนนนสายป่าโทน 

      น้ำใจ ยังหาได้ ถ้าคิดดี ก็จงทำไปเถิด ผลจะเกิดบวกหรือลบ ก็ไม่เป็นไร เพราะใจคิดบริสุทธิ์ ขอบันทึกให้หญิงสาวผู้บกพร่องทางสำเนียงแห่งอยุธยาผู้มีน้ำใจงามที่ทำให้ผู้เขียนได้คิดทบทวน และจะไม่ลังเลในการคิดดีแล้วกระทำ........