กำเนิดเพลงช้าง

เพลงสำหรับเด็ก มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของมนุษย์การร้องเพลง การปรบมือ การเคาะจังหวะเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้การขับร้องและดนตรีคุณมธุรส วิสุทธกุลได้นำเสนอที่มาของเพลง ช้าง ช้าง ช้างในหนังสือต่วยตูนฉบับปักษ์แรก.กันยายน 2548...

ใครๆก็คงรู้จักเพลง"ช้าง"เคยได้ยินได้ฟังได้ร้องกันมาบ้างละน่า

   ช้าง ช้าง ช้าง           หนูรู้จักช้างหรือเปล่า

ช้างมันตัวโตไม่เบา       จมูกมันยาวเรียกว่างวง

สองเขี้ยวข้างงวงเรียกว่างา     มีหูมีตาหางยาว

เพลงนี้คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง เป็นผู้แต่งเป็นเพลงร้องสำหรับเด็กให้แก่รายการ"วิทยุโรงเรียน" เป็นบทเรียนในหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้นักเรียนรู้จักและทราซึ้งในเพลงไทยโดยใช้ทำนองเพลงเก่าคือ เพลงพม่าเขว

พอใช้เนื้อร้องเข้าไป พอเหมาะพอเจาะ สนุกสนาน ร้องก็ง่าย เป็นที่ติดอกติดใจกันตั้งแต่เด็กอนุบาล ไปจนถึงผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่

ทุกยุคทุกสมัยมีผู้นำไปร้องกันหลายแบบฉบับ หลายลีลา อัดเทปก็มาก ร้องสดก็มี (นายสอนเห็นวิทยากรบางท่านนำไปใช้ในการฝึกอบรมเปลี่ยนเป็นจังหวะ ช่า ช่า ช่าทีมีความเร็วสนุกสนานคำร้องก็จะเปลี่ยนไปเป็น ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง คือเพิ่มเป็น 5 พยางค์)

มีการขอลิขสิทธิ์ไปใช้ประกอบการแสดงก็เยอะ เช่นการแสดงของภูเก็ตแฟนตาซี ซึ่งมีConceptเป็นเรื่องของช้างเป็นต้น

เพลง"ช้าง" ได้รับการยกย่องคัดเลือกเป็นเพลงประเทศภาคพื้นเอเซียโดยศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอซีย หน่วยงานของยูเนสโก (ACCU:Asian Cultural Centre for UNESCO) ซึ่งเป็นองค์หนึ่งของสหประชาชาติ

การนำเพลงไปใช้ในกิจกรรม: นายสอนคิดว่าผู้ที่จะเป็นผู้นำนันทนาการ วิทยากรการบรรยายสามารถนำไปใช้ในการฝึกอบรมได้โดยการเริ่มตั้งแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งแล้วสั่งขวาหัน(ธรรมชาติการเต้นรำ ลีลาศต้องทวนเข็มนาฬิกา) หัวแถวชูมือขวาเลียนแบบงวงช้าง ทุกคนก้มตัวยื่นมือซ้ายลอดขาตนเองให้คนต่อไปจับด้วยมือขวาต่อกันเรื่อยๆจนถึงคนสุดท้ายทำมือซ้ายเลียนแบบหางช้าง พอเสียงเพลงดังขึ้น(เทป)หรือร้องสดร่วมกัน  ผู้เล่นเดินไปรอบๆวงเลียนแบบช้างต่องวงเดินไปเรื่อยๆจนกว่าวิทยากรจะเหนื่อย...(ฮา)