You and Me : Only once meet  เป็นหนังสือทำมือลำดับที่ 4 ที่ฉันได้จัดทำขึ้นมา    หนังสือเล่มนี้รวบรวมจากข้อความทางอีเมล์ของฉันกับพี่ที่มีถึงกันในช่วงเวลาหนึ่ง    จริงๆ แล้วเราได้เจอกันในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง    ด้วยข้อความ..ด้วยความสนใจในบางเรื่องราวทำให้เราสองคนได้เริ่มต้นพูดคุยกันในนั้น    น่าแปลกใจที่การพูดคุยกันของเรามีผู้ติดตามอ่านเป็นจำนวนมาก    แล้ววันหนึ่ง..เป็นฉันที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิต    ฉันเลิกสื่อสารกับใครๆ และฝังตัวเงียบๆ อยู่ในโลกที่แทบจะไม่มีใครเข้าถึง    นานเท่าใดไม่รู้ที่พี่คนสวยได้พยายามติดต่อเข้ามา และฉันก็เปิดใจรับพี่เข้ามาในชีวิต    จึงทำให้มีเราในวันนี้    ฉันจึงเป็นฉันที่มี “พี่คนสวย” นับเป็นบุคคลสำคัญอีกคนในชีวิต

 

นับเป็นความคุ้นชินที่เราต่างก็ได้มานั่งคุยกันผ่านตัวหนังสือในวันทำงาน    มีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน    ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์..เราต่างก็มีกันและกันเป็นกำลังใจ    ผ่านมาเนิ่นนาน..พี่ก็ได้เปรยถึงหนังสือทำมือขึ้นมา    ว่าเราน่าจะมีหนังสือทำมือที่เก็บเรื่องราวที่ได้คุยกันนี้ไว้คนละเล่ม    ฉันเห็นด้วยกันกับพี่..ที่อยากจะจับต้องความสุขนี้ได้ด้วยมือจริงๆ    คิดดูสิ..ว่าวันใดที่สัญญาณอินเตอร์เน็ตขัดข้อง    เราก็ยังจะสามารถหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเปิดอ่านได้โดยไม่ต้องกลับไปเปิดอ่านในเมล์บ็อกซ์    ฉันจึงเริ่มเก็บรวบรวมข้อความทางอีเมล์ของเรา    มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดึงเอาอีเมล์ที่มีอยู่เป็นพันๆ ฉบับในเมล์บ็อกซ์ออกมา    ทั้งในส่วนของพี่และของน้อง    ฉันจะทำให้มันกลายมาเป็นของเรา

 

ท่านพี่จ๊ะ (naree suwan)P  กับเจ้คนสวย (ครูบิ๋ม)P  ได้ล่วงรู้ถึงแพลนที่กำลังจะเกิดขึ้น และให้ความสนใจเป็นอย่างมาก    พวกเธออยากรู้ว่าคนสองคนที่มีความต่างกันทั้งวัย ฐานะ การศึกษา หน้าที่การงาน ความเป็นอยู่ ความคิด ตลอดจนสถานภาพทางสังคมนั้นมีอะไรให้ได้คุยกันนักหนา    ฉันจึงขออนุญาตพี่คนสวยเพื่อนำตัวอย่างอีเมล์บางตอนให้พวกเธออ่าน    หลังจากนั้นท่านพี่จ๊ะกับเจ้ก็เป็นอีกแรงใจที่สนับสนุนให้ฉันได้ทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา    ท่านพี่จ๊ะบอกว่าตำแหน่งบรรณาธิการพิเศษต้องเป็นของเธอ    แน่นอนสิ..ต้องเป็นของเธออยู่แล้ว    และพี่คนสวยก็บอกว่ายินดีมากๆ ที่เธอคนนี้ตกลงมีส่วนร่วมกับเรา

 

 

ฉันใช้เวลาเวียนว่ายไปในคลื่นกองอีเมล์จำนวนมหาศาลเป็นระยะเวลายาวนาน    จะไม่ให้ใช้เวลายาวนานได้อย่างไรในเมื่อวันๆ หนึ่งฉันกับพี่คนสวยได้ส่งอีเมล์หากันวันละหลายๆ ครั้ง    ซึ่งฉันเคยลองนับดูก็พบว่ามีมากถึงเก้าฉบับในบางวัน    ส่วนวันที่แสนยุ่งนั้นก็ขอให้ได้คุยกันเพียงสักครั้งก็ยังดี    การได้กลับไปอ่านอีเมล์เก่าๆ นั้นสร้างความสุขให้ฉันได้พอประมาณ    ฉันยิ้มได้ทุกวันที่ได้ละเลียดอ่านเรื่องราวที่ผ่านมานั้นในเบื้องต้น    พอดำเนินการมาถึงช่วงกลางๆ กลับสร้างความทุกข์ให้กับฉันอย่างรุนแรง    ทั้งสายตาที่จู่ๆ ก็พร่ามัว  ต้นคอและด้านหลังที่เจ็บปวดครั้งละหลายๆ วัน   งานประจำที่เกิดปัญหาขึ้นมา    รวมทั้งชีวิตส่วนตัวที่ดูจะถึงทางตัน    ทั้งหมดเหล่านี้ทำให้ฉันเกิดอาการงอแง    ฉันเลิกทำ..และทำเป็นไม่สนใจมัน (อีเมล์ทั้งหลายเหล่านั้น) ไปนานหลายเดือน

 

หลากหลายคำพูดถึงหนังสือทำมือเล่มก่อนๆ ที่เกิดขึ้นในกาลที่ผ่านมาได้ดังสะท้อนก้องกลับไปกลับมาอยู่ในหัว    ฉันเคยถูกว่าเป็นคนเขียนอะไรขึ้นมาลอยๆ โดยไม่มีที่มา  หาสาระไม่ได้  ไม่ได้วาดรูปเอง  ขายหนังสือราคาแพง   และอะไรต่อมิอะไรเหล่านั้นมันบั่นทอนจิตใจฉันนักหนา    ทุกๆ ครั้งเมื่อได้ยินอะไรแบบนี้..ฉันก็ไม่ได้โต้ตอบใดๆ    หากแต่พยายามที่จะถ่ายทอดทุกเรื่องราวที่อยากจะนำเสนอให้ได้ดีที่สุด    พี่เซ็กซี่ชมว่าฉันมีพัฒนาการที่ดีขึ้น (แต่ชอบให้ฉันเขียนแบบเดิมมากกว่าเพราะก็น่ารักดีอยู่แล้ว  อ้าว..ว..ว ซะงั้นนะ)   ดังนั้นในสายตาของคนบางกลุ่ม..ฉันจึงเป็นคนทำหนังสือทำมือที่แสนจะเย่อหยิ่งพอสมควร    เพราะฉันพอใจจะขายให้กับคนที่ฉันพึงพอใจเท่านั้น    ไม่ใช่เพราะฉันไม่เปิดใจหรือยอมรับไม่ได้ที่มีข้อติเตียน    แต่ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้..และฉันเชื่อว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว (ก็บอกแล้วไง  เจอมาเยอะ..ประเภทช่างติน่ะ อิอิ)   แต่ไม่เป็นไรเพราะฉันมีกำลังใจที่ดีจากอีกหลายๆ คนเช่นกัน ^^    ย้อนกลับมาที่เมื่อความรู้สึกกังวลใจได้เริ่มต้นอีกครั้ง    ฉันกลับรู้สึกเศร้าใจมากๆ เมื่อคิดว่าจะมีใครอยากอ่านในสิ่งที่ฉันเขียน    ฉันจึงทรุดหนักไปกับความรู้สึกแบบนี้นานพอสมควร    เจ้คนสวยเป็นผู้ที่มาฉุดให้ฉันลุกขึ้นมาอีกครั้ง    ด้วยคำพูดที่บอกกันว่า.. "ต้อมไม่ต้องกังวลใจไปนะ    คนที่เขาตามอ่านอะไรๆ ของต้อมน่ะ     เขาไม่ได้สนใจหรอกว่าต้อมจะเขียนอะไร    พวกเขาก็คงคิดเหมือนเจ้ที่สนใจแค่ว่าต้อมเป็นคนเขียน    เจ้ชอบที่ต้อมเขียน..ไม่ว่าจะเรื่องอะไร    เจ้เป็นกำลังใจให้น๊า    หายเหนื่อยเมื่อไหร่ก็รีบๆ กลับมาทำให้เสร็จเร็วๆ   นี่นะ..อ่านไฟล์ต้นฉบับมาครึ่งหนึ่งแล้วก็ชักอยากอ่านเวอร์ชั่นเต็ม    เจ้ว่าเป็นการคุยกันของคนสองคนที่น่ารักมากๆ เลย    นะนะน๊า  ทำออกมาเร็วๆ......."

 

ฉันลุกขึ้นมาเริ่มต้นทำต่อในส่วนที่ยังคงค้างๆ คาๆ   จนในที่สุดฉันก็ได้ต้นฉบับไฟล์ PDFที่ยังไม่สมบูรณ์เพื่อส่งไปให้ท่านพี่จ๊ะ  เจ้คนสวย  พี่เซ็กซี่  พี่ราชา'วดี  และพี่วาดวลีได้อ่าน   นักเขียนคนโปรดของฉันได้อ่านต้นฉบับไฟล์ PDFจนจบ   ก็บอกว่า.. "จดหมายที่รวบรวมมาเป็นเรื่องราวที่น่ารักมาก    น่ารักในสำนวนของการพูดคุย  การทักทาย  การตอบกลับ  การใช้ภาษาระหว่างกัน   เรียกว่าได้อ่านแล้วอิจฉาที่ต้อมมีใครที่นั่งอ่านจดหมายและตอบกลับกันในทุกวันเป็นระยะเวลายาวนาน    รู้สึกดีค่ะ......."  จากนั้นส่งในส่วนของภาษาอังกฤษให้พี่ขจิต โจบาเอ (ขจิต ฝอยทอง )Pตรวจทาน   ครูภาษาอังกฤษถึงกับบ่นอุบแล้วร้องหายาพาราเสียนี่    บอกว่า.. "ภาษาน้องกะเหรี่ยงทำเอาพี่ปวด head จัง"

 

ได้ไฟล์ต้นฉบับมาแล้วเนิ่นนาน (บันทึกนี้จะประกอบด้วยคำว่า "นาน" เยอะมากๆ ส่อนิสัยส่วนตัวของเจ้าของบันทึกได้เป็นอย่างดี)    คราวนี้คนทำหนังสือทำมืออย่างฉันจะทำออกมาให้เป็นแบบไหนล่ะ???????    ยังเป็นปัญหาอยู่..เพราะไฟล์ต้นฉบับมีจำนวนมากถึงหกร้อยหน้า  โอ้..พระเจ้าช่วย    จะทำเป็นหนังสือทำมือก็คงจะลำบาก    ฉันจึงหลีกเลี่ยงการทำหนังสือทำมืออย่างที่เคยทำมาก่อน    ไปถามโรงพิมพ์แถวๆ บ้านก็ได้คำตอบว่าจะคิดค่าเปิดเพลทเกือบสองหมื่นบาท และต้องพิมพ์เป็นจำนวนสามร้อยเล่มเป็นอย่างน้อย   โอ้! กรี๊ดๆๆ ฉันไม่ได้มีเงินมากพอสำหรับทำงานอดิเรกเล็กๆ ให้กลายเป็นเรื่องที่ใหญ่โตเกินตัว    ฉันนำปัญหาเหล่านี้ไปปรึกษาพี่ราชา'วดี คนเขียนปิงฟ้าวิลันดา    เธอเป็นนักเขียนที่แสนเท่ห์ในสายตาฉัน    ก็เขียนเอง-พิมพ์เองไง..ไม่เท่ห์หรอกรึ    ฉันตกลงปลงใจจะใช้บริการโรงพิมพ์แห่งเดียวกับเธอเพราะหลังจากไตร่ตรองดูแล้วก็คิดว่าค่าใช้จ่ายน่าจะลดลงกว่าครึ่งหนึ่งเลย    แต่พอฉันถามเธอว่าแล้วจะมีโอกาสที่โรงพิมพ์ทำพลาดบ้างไหม? (หมายถึงพิมพ์ออกมาไม่ได้ดั่งใจเรา)    เธอบอกว่าก็มี และจะได้หนังสือเหล่านั้นมาวางกองๆ ไว้ดูต่างหน้า    โอ้..ไม่นะ ฉันไม่ได้อยากจะเงินเป็นหมื่นๆ เพื่อรองรับกับความผิดพลาดแบบนี้     ฉันสงบไปนาน..นาน..นาน     ระหว่างนี้คนที่จองหนังสือทำมือข้ามชาติก็ทวงกันจัง เฮ้อ! ไม่รู้หรือไงว่าคนทำก็เครียดนะ (บวกกับรู้สึกผิดด้วย)    พี่จ๊ะ P (ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี)ชี้ทางออกว่าก็กลับมาทำหนังสือทำมือเหมือนอย่างที่เคยทำ    ใช่สินะ..ทำไมฉันไม่ลงมือทำหนังสือทุกเล่มด้วยมือของตัวเองทุกขั้นตอนล่ะ    เพราะทำแบบนี้ฉันสามารถควบคุมอะไรๆ ได้ และหนังสือของฉันจะได้มีราคาไม่แพงอีกด้วย    ฉันจึงกลับมาทำหนังสือทำมือของตัวเองอีกครั้งด้วยความเต็มใจ   ^^   กลับไปชื่นชมบันทึกวิธีทำหนังสือทำมือเสียหน่อย    นับเป็นความภูมิใจลึกๆ ที่มีจำนวนผู้เข้าชม 31,594 ท่าน    ดีใจที่ใครๆ ให้ความสนใจบันทึกนี้

 

หนังสือทำมือเล่มนี้.... 

 

อุ๊บ.. โปรงานเข้าค่ะ  เดี๋ยวกลับมาเขียนต่อนะคะ ^^ 

เอาหนังสือมาอวดกันก่อน   กำลังยุ่งๆๆ เลย  แต่อยากอวด  อิอิ......  ไว้เดี๋ยวจะกลับมาเขียนต่อให้จบค่ะ