วันนี้วิถีแห่งความพอเพียงของพ่อและแม่ที่ปฏิบัติให้พวกเราเห็นได้เป็นแบบอย่างสอนพวกเราลูกๆ หลานๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นไปตามคำสอนของพ่อหลวงแห่งวิถีชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง...ที่พวกเรารักและเทิดทูนพระองค์ท่านเป็นนักหนา

           สายๆ ของเมื่อวันเสาร์  เมื่อวานนี้กิจกรรมร่วมด้วยช่วยกันของครอบครัวครูแอนเริ่มขึ้นในตอนสายๆ นี่เองค่ะ  หลังจากที่เมื่อคืนฝนตกมาทั้งคืน  และเพิ่งจะมาหยุดตกเอาก็สายๆ แล้วนี่เอง  เมื่อฝนซาลงจนหมดเม็ดฝนแล้ว  พ่อก็เริ่มยุทธการปล่อยน้ำในบ่อปลาหลังบ้านทันที  เมื่อน้ำเกือบหมดบ่อปลาพ่อก็ชวนครูแอนไปช่วยกันจับปลาดุกในบ่อปูนซีเมนต์เพื่อเอามาขังเก็บเอาไว้ในถังพลาสติกหลังบ้านเพื่อเก็บไว้กินกันในช่วงหน้าฝนนี้ (หากน้ำจะท่วมอีกระลอก)  เราก็จะมีปลาดุกกินกันตลอดทั้งสัปดาห์  รวมทั้งอีกส่วนหนึ่งก็จะเอาไปฝากหลานๆ ลูกพี่สาวครูแอนที่อยู่ในตัวเมืองหาดใหญ่ 

          บ่อปลาของพ่อมี  2  บ่อ  บรรยากาศดีมาก....เพราะอยู่ใต้ต้นเงาะในสวนหลังบ้านนั่นเอง ก่อนหน้าที่จะมาเป็นบ่อปลา...พ่อทำบ่อไว้เพียงบ่อเดียวเพื่อตั้งเสาปูนเสาสูงสำหรับรังผึ้งที่พ่อเลี้ยงตามธรรมชาติไม่ให้พวกมดมันขึ้นไปบนรังได้  ในครั้งนั้นหากพ่อไปสวนใกล้ๆ บ้าน  แล้วพบรังผึ้งตามต้นไม้  พ่อก็จะชวนลุงกับตาไปจับผึ้งกัน  แต่จะจับเฉพาะนางพญามันมาตัวเดียว  แล้วตัวอื่นๆ มันก็จะตามมาเอง  มันจะออกไปหาดอกไม้กินเองตามธรรมชาติ  พ่อมีรังผึ้งครั้งละ  1 – 2  รังในตอนนั้น  แต่ไปๆ มาๆ ต้นไม้ใหญ่ในป่าถูกตัดลงเรื่อยๆ จากการแผ้วถางทำสวนยางบ้าง  ทำที่อยู่อาศัยบ้าง  พวกผึ้งมันก็เลยไม่ค่อยมีดอกของต้นไม้พอที่จะเป็นอาหารของพวกมันได้  มันก็เลยหายจ้อยกันไปเอง  ในที่สุดก็เลยกลายเป็นบ่ออนุสรณ์ของผึ้ง  ที่เหลือไว้เป็นที่ระลึกให้เจ็บใจลึกๆ  ครั้งนั้นเมื่อจะจับผึ้งในรังกันทีไรพ่อก็จะไปตามลุงๆ ตาๆ ที่ไปพบเจอผึ้งด้วยกันแล้วก็มาช่วยกันจับ  มีการครอบมุ้งเข้าไปเพื่อเอารังมันออกมา  เอามาบีบน้ำผึ้งแล้วก็แจกๆ น้ำผึ้งกันไปคนละขวด 2 ขวด  น้ำผึ้งที่ได้ก็จะเอาไว้ทำยาสามัญประจำบ้าน (เป็นยาแก้ไอผสมกับมะนาวและเกลือ...อย่างอร่อย...  เอาไว้ใส่แผลสดก็ยังได้อีกต่างหาก)  ครูแอนจำได้ว่าตอนนั้นยังเด็กๆ ตาที่มาจับผึ้งกับพ่อแกล้งครูแอนด้วยการเอามือที่รอยบีบน้ำผึ้งมาละเลงบนหน้าของหลานสาวตัวน้อย  แล้วบอกว่าเดี๋ยวค่อยล้างนะ  ทิ้งไว้สักพัก  มารู้เอาตอนโตๆ ว่าน้ำผึ้งเป็นสิ่งเสริมความงามของผู้หญิงได้อีก  พ่อก็เลยมีบ่อปลานับแต่นั้นมา  และก็มาสร้างเพิ่มขึ้นอีกบ่อหนึ่งเมื่อประมาณ  6-7  ปีที่แล้ว 

บ่อปลาดุกตัวโตเต็มที่พอที่จะกินได้แล้ว

           พ่อจะลงลูกปลาตัวเล็กในบ่อแรกก่อนแล้วอนุบาลไปเรื่อยๆ ให้อาหารจนกระทั่งมันโตเต็มที่  ก็จะคัดแยกตัวเล็กไปเลี้ยงไว้อีกบ่อหนึ่งต่างหาก  ส่วนปลาที่โตเต็มที่ก็จะเอาสวิงไปตักมากินกันเรื่อยๆ เป็นมื้อๆ ไป  เผื่อแผ่ไปยังบ้านญาติๆ บ้าง  เพราะเมื่อปล่อยน้ำออกเมื่อไหร่ก็จับมาขังพักไว้ในถังพลาสติกหลังบ้าน  จะได้กินกันได้ตลอด

ปลาดุกตัวเล็กในบ่อที่คัดแยกไว้ในขนาดไล่เลี่ยกัน

           พ่อจะมีความสุขมากเมื่อลงไปในสวนหลังบ้าน  เพื่อไปให้อาหารปลาในบ่อ  ครั้งไหนที่ปล่อยน้ำออกก็จะลงไปเก็บใบเงาะที่ร่วงลงไปในบ่อนั่นด้วยเช่นกัน

          มาวันนี้...ขณะที่พ่อกำลังเก็บใบเงาะในบ่อปลา  เจ้าต้นฟักเขียวของแม่ก็ออกมาชูช่อใบเต็มค้างที่ปักไว้ให้มันแย่งกันขึ้นมาชูใบใกล้ๆ บ่อปลานั่นเอง  ต้นพริกเองก็ไม่น้อยหน้าร่วมแข่งกันออกดอกออกผลมาให้กินไม่ขาดสายใกล้ๆ กับต้นฟักเขียวนั่น

ต้นพริกที่แข่งกันออกดอกเคียงคู่ประชันกับต้นฟักเขียว

            วันนี้วิถีแห่งความพอเพียงของพ่อและแม่ที่ปฏิบัติให้พวกเราเห็นได้เป็นแบบอย่างสอนพวกเราลูกๆ หลานๆ ได้เป็นอย่างดี  อีกทั้งยังเป็นไปตามคำสอนของพ่อหลวงแห่งวิถีชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง...ที่พวกเรารักและเทิดทูนพระองค์ท่านเป็นนักหนา

           ขอพระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน  และทรงเป็นมิ่งขวัญให้กับพวกเราต่อไป...ขอพระองค์ทรงพระเจริญ