มีกัลยาณมิตรใน gotoknow บอกให้เขียนบันทึกที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพ "ฝนดาวตก" ให้หน่อย

บอกตามตรงเลยครับ ว่าผมไม่เคยถ่ายเป็นจริงเป็นจังแต่ได้ทิปเล็กน้อยจากโปรกล้อง ในการถ่ายภาพดาว และดาวตก ในช่วงปกติ รู้เพียงแต่ว่า ต้องเปิดหน้ากล้องนานมาก รวมถึงต้องมีสายลั่นชัตเตอร์ และขาตั้งกล้องสำคัญที่สุดสำหรับงานนี้

99lovato

ภาพจาก www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=1619

โปรกล้องท่านหนึ่ง ได้อธิบายให้ผมถึงการเปิดหน้ากล้องนานๆ เพื่อให้เห็นการพุ่งของดวงดาว เส้นเเสงจะสวยงามมาก ดังนั้น อุปกรณ์จำเป็นและ ชัตเตอร์ B ที่มีในกล้อง ที่ผมกล่าวมาข้างต้นจึงสำคัญมาก

ผมอ่านบทความเล็กๆแนะนำการถ่ายภาพ ฝนดาวตก ในเวป อ่านเเล้วเป็นคำแนะนำง่ายๆสำหรับมือใหม่ สามารถทดลองทำได้ครับ ก็เอาเป็นว่าขอลอกทั้งหมดมานำเสนอก็เเล้วกันครับ เพื่อการสื่อสารที่ตรงๆตามที่บทความนี้เเนะนำ อ่านง่ายดีครับ


 

การถ่ายภาพฝนดาวตก ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็น เกินความสามารถ ของเรา หลักการ จะคล้ายกับการถ่ายภาพ ดาว นั่นเอง โชคดี ที่ช่วงเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตก เป็นคืนเดือนมืด แรมสามค่ำ ถ้าท้องฟ้าปรอดโปร่ง ก็จะเห็น ฝนดาวตกอย่างชัดเจน

กล้องที่เหมาะสม คือ กล้อง 35 มม. SLR ที่มีชัตเตอร์ B และใช้สายลั่น ชัตเตอร์ ได้ หากเป็นกล้องระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ออโต้โฟกัส จะสิ้นเปลือง แบตเตอรี่มาก เพราะต้องเปิดม่านชัตเตอร์ ค้างไว้นานๆ ควรเผื่อ แบตเตอรี่สำรองไปด้วย แต่ถ้าเป็นกล้องที่มีระบบชัตเตอร์ แบบกลไก เช่น Nikon FM2N จะได้เปรียบกว่า เพราะไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ในการ ลั่นชัตเตอร์ เปิดชัตเตอร์ ค้างไว้ได้นาน เท่าที่ต้องการ

เลนส์ที่ใช้ควรเลือกช่วง 35 มม. ถึง 80 มม. หากกว้างมาก เส้นของดาว ที่จะปรากฏเป็นทางยาว จะมีขนาดเล็ก เกินไป ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร และถ้าเป็นช่วง เทเล มากเกินไป มุมภาพจะแคบ เห็นฝนดาวตก ไม่มากนัก นอกจากนี้ เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้าง จะได้เปรียบกว่า ไม่ต้องใช้ฟิล์ม ความไวแสงสูง ก็ถ่ายภาพได้

ขาตั้งกล้อง คือสิ่งที่ขาดไม่ได้ ขาตั้งกล้องขนาดกลางใช้งานได้ดี เลือกขาตั้งกล้อง ให้เหมาะสมกับกล้องและเลนส์ที่ใช้ นอกจากนี้ สายลั่นชัตเตอร์ ที่สามารถล๊อคค้างไว้ได้ ก็จำเป็นมากเช่นกัน ส่วนฟิล์มนั้น ใช้ได้ดี ทั้งฟิล์มสี และ สไลด์สี ความไวแสง ประมาณ ISO 100 - 400 ก็เพียงพอ

เทคนิคการถ่ายภาพ

  • ให้ประกอบกล้อง แล้วเล็งภาพไปยังท้องฟ้า ในจุดที่มองเห็น ฝนดาวตกมากที่สุด และเกิดขึ้นบ่อย ซึ่งครั้งนี้ ฝนดาวตก จะปรากฏ ทั่วทั้งท้องฟ้า ไม่จำกัดเฉพาะ ที่จุดใดจุดหนึ่ง
  • ปรับโฟกัสไปที่อินฟินิตี้ หรือระยะไกลสุด เลนส์บางตัว มีระยะโฟกัส คลาดเคลื่อน การหมุนโฟกัสเลนส์ไปที่สุดระยะ อาจเลยจุดโฟกัส อินฟินิตี้ ทำให้ภาพไม่คมชัด ให้ลองช่วงกลางวันก่อน โดยโฟกัสไปที่ ระยะไกลสุด เท่าที่จะหาสิ่งที่ใช้ปรับโฟกัสได้ แล้วดูว่า วงแหวนบน กระบอกเลนส์ หมุนสุดอีกด้านหรือไม่ ถ้าไม่สุด ยังเลยไปอีก ให้ติดเทป เอาไว้ ป้องกันโฟกัสเคลื่อน
  • ไม่ควรใช้ระบบออโต้โฟกัสอย่างเด็ดขาด เพราะกล้อง ไม่สามารถหาโฟกัสได้ และควรถ่ายภาพเผื่อไว้บ้าง เช่น เปิดรูรับแสงกว้างสุด f/2.8 และ f/4
  • บางครั้งอาจพบกับ ฝนดาวตก ที่มีความสว่างสูงมาก ต้องใช้รูรับแสงแคบกว่านี้
  • การเปิดชัตเตอร์ B ให้เปิดทิ้งไว้ได้เลย นาน 5-10 นาที หรือจนกว่ามีฝนดาวตก ปรากฏ ให้เห็น ในกรอบภาพ (ขณะกดชัตเตอร์ ค้างไว้ ช่องมองภาพจะมืด ต้องคาดคะเนมุมภาพ เอาไว้ก่อน โดยสังเกตุ จากสิ่งรอบๆ ตัว

อุปกรณ์ถ่ายภาพที่ต้องใช้?

1. กล้อง 35 มม. SLR ที่มี ชัตเตอร์ B
กล้องคอมแพคที่มีชัตเตอร์ B ก็ใช้ได้ แต่ต้องใช้ฟิล์มความไวแสงสูง เช่น ISO 400 สำหรับกล้องดจิตอล ที่มี ชัตเตอร์ B ก็ใช้ได้ แต่การเปิดชัตเตอร์ นานๆ จะไม่เป็นผลดี กับ CCD หรือเซ็นเซอร์ภาพ ไม่ควรเปิดนานเกิน 30 วินาที และต้องเผื่อ แบตเตอรี่ สำรอง ไปด้วย

2. เลนส์มุมกว้าง 35 มม. หรือเลนส์ซูม ก็ใช้ได้ ช่วงซูมที่เหมาะสมคือ 28-80 มม.

3. ฟิล์ม ความไวแสง ISO 100, 200 หรือ 400 ขึ้นอยู่กับรูรับแสงกว้างสุด ของเลนส์ที่ใช้

4. ขาตั้งกล้อง และ สายลั่นชัตเตอร์

สำหรับ แฟลช หรือ ฟิลเตอร์ ไม่มีความจำเป็นครับ ยกเว้นจะเล่น เทคนิคพิเศษ เช่น ถ่ายภาพฝนดาวตก เสร็จแล้ว ให้คนไปอยู่ในเฟรม แล้วกดปุ่ม ให้แฟลชทำงาน แต่ต้อง คำนวณ แสงแฟลช ให้ดีนะครับ

 

 

อ้างอิง คำแนะนำ จาก http://photo23.multiply.com/journal/item/9