อินเดีย คลังสมองโลก

การเรียนข้ามโลกกับอาจารย์อินเดีย

 

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้ปัจจุบัน แม้อยู่ห่างไกลกันสุดขอบโลก ก็สามารถสื่อสาร ติดต่อกันได้อย่างน่าทึ่ง ประโยชน์ที่เกิดกับมนุษย์นั้นมากมายสุดจะพรรณา ในด้านการศึกษา การสื่อสารสมัยใหม่ทำให้ความรู้สามารถกระจายแพร่หลายไปได้ในทุกมุมโลก โดยหลักการแล้ว มนุษย์ทุกคนสามารถได้รับความรู้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้

เป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับว่าอินเดียได้ก้าวขึ้นมายืนแถวหน้าของโลกในเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารและด้านไอที ซึ่งคนอินเดียยังคงรำลึกถึงวิสัยทัศน์อันยาวไกลของนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ชื่อเนห์รูที่ได้วางนโยบายเอาไว้ตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษ ว่าอินเดียจะใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า ไม่เป็นรองใคร......ซึ่งมาถึงวันนี้ ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างก็เริ่มเห็นแววของอินเดียที่ฉายอย่างชัดเจนในเรื่องดังกล่าว

ในอินเดีย แม้จะยังมีคนยากจนอยู่อีกมาก แต่ก็มีคนรวยและคนฉลาดรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นทุกวันๆ และด้วยประชากรที่มากเป็นอันดับสองของโลก อัตราส่วนการเพิ่มของคนรวยและคนฉลาดรุ่นใหม่ของอินเดียนั้นมีความหมายต่อสังคมโลกและคงไม่ผิดถ้าจะพูดว่าอินเดียจะเป็นคลังสมองแห่งหนึ่งของโลกในอนาคต

ผมขอเล่าถึงตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ของอินเดียในการแพร่ความรู้ไปยังส่วนต่างๆ ของโลกเช่นที่ได้มีความร่วมมือระหว่างสถาบันเทคโนยีอินเดียกับมหาวิทยาลัยอะดิส อะบาบาในเอธิโอเปีย ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจและสถาบันการศึกษาของไทยควรรู้เอาไว้

เป็นการเรียนทางไกล การเรียนในห้องเรียนเสมือนจริงโดยนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมก่อสร้างและการจัดการ คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยอดิส อะบาบาจำนวน 38 คน กำลังส่งเสียงกล่าวต้อนรับอาจารย์ชาวอินเดียอย่างพร้อมเพรียงกัน ในขณะที่อาจารย์กำลังจะเริ่มบรรยายในวิชาวิศวะกรรม มาถึงตรงนี้ดูแล้วก็ไม่น่าต่างจากการเรียนในมหาวิทยาลัยทั่วไป จะต่างกันก็ที่ว่านักศึกษากับอาจารย์ห้องเรียนนี้อยู่กันคนละที่ห่างไกลกันกว่า 4500 กิโลเมตร

นี่คือการเรียนผ่าน ดาวเทียมส่งสัญญานภาพจากสถาบันเทคโนโลยีของอินเดียที่นครเดลีไปปรากฏยังห้องเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงอดิส อะบาบา เอธิโอเปีย วิชาที่เปิดสอนอยู่ในขณะนี้มีตั้งแต่ ประกาศนียบัตรระดับอุดมศึกษา วิศวะกรรมศาสตร์ วิศวะ-เคมี คอมพิวเตอร์และการบริหารจัดการ มีการเรียนทุกวันเป็นเวลา 90 นาที มีนักศึกษาทั้งหมดประมาณ 50 คนเรียนในโครงการนี้ซึ่งในชั้นนี้มีระยะเวลาของโครงการ 4 ปี

ในปัจจุบัน การเรียนแบบนี้โดยอาจารย์ชาวอินเดีย จากมหาวิทยาลัยดังๆ กำลังเป็นที่นิยมของนักศึกษาชาวแอฟริกันซึ่งกำลังพัฒนาการศึกษาระดับสูงให้กับประชากรของตน

หลายประเทศในโลกเห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีสำหรับการศึกษาและลงมือดำเนินการเพื่อใช้ประโยชน์นั้นอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ประชากรของตนมีความรู้และสามารถนำความรู้นั้นมาพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นำมาเล่าเพื่อให้ได้ข้อคิดและมองย้อนกลับมาดูประเทศไทยของเรา ว่าไปถึงไหนกันแล้ว...............

17 พย.2552