การคิดที่จะเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร
ผู้เขียน ขอเล่าประสบการณ์ตรงที่ผู้เขียนได้รับจากการที่ผู้เขียนมีฐานะเป็นผู้บริหารระดับกลาง มีหน้าที่ที่จะต้องดูแล รับผิดชอบเกี่ยวกับบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย สืบเนื่องจากความปรารถนาดีและคิดที่จะต้องการพัฒนามหาวิทยาลัยให้มีความก้าวหน้าเท่าทันกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ (เพราะผู้เขียนมีความคิดว่า ถ้าเราก้าวช้า ๆ แล้วเมื่อไรจะถึงจุดหมาย) ผู้เขียนได้เชิญประชุมบุคลากร สายวิชาการ เพื่อชี้แจงในการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากร แผนพัฒนาตนเอง (IDP) จุดประสงค์เพียงเพื่อต้องการให้ทุกคนรับทราบว่าต่อไปเราต้องทำแผนพัฒนาตนเอง ด้วยตัวของเราเอง ไม่มีใครสามารถทำให้กับเราได้ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมด้วย คือ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ซึ่งอธิการบดีติดประชุม ฯ
แต่ เหตุการณ์ไม่ราบรื่น เป็นดังที่คิด มีอาจารย์คนหนึ่งลุกขึ้นทำเสียงโวยวาย กล่าวหาว่า ผู้เขียน มีสิทธิ์อะไรไป "สั่ง" ให้เขาซึ่งเป็นอาจารย์ ทำแผนพัฒนาตนเอง ทำให้ผู้เขียนตกใจมาก เพราะผู้เขียนเคยเป็นผู้บริหารมา เรียกว่าตั้งแต่ทำงานมาในใจของผู้เขียนไม่เคยคิดที่จะสั่งใคร มีแต่ถ้าจะให้เขาทำงานให้ก็จะใช้คำพูดว่า "ถ้าพี่ว่าง ขอความกรุณาพี่ทำ...." เพราะผู้เขียนเป็นคนที่เกลียดพวกที่ชอบใช้แต่อำนาจอยู่แล้ว ไม่เคยนึกว่า นี่หรืออาจารย์จบการศึกษาถึงปริญญาเอก และก็จะมีพวกที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอก อีกหลาย ๆ คน พูดในทางที่ไม่ค่อยดีนัก ก็ไม่ขอนำมาเล่าก็แล้วกัน ผู้เขียนก็นั่งทบทวนพักหนึ่ง ว่าตัวเราใช้คำพูดอะไรผิดหรือเปล่า...ก็เปล่า...มีอาจารย์หลายคนที่ประชุมอยู่ดัวยมาให้กำลังใจหลังเลิกประชุมแล้ว...พวกเขาเกิดความเข้าใจในตัวของผู้เขียนและบอกว่า "วัฒนธรรมเดิม ๆ ของพวกเขาจะอยู่กันอย่างสบาย ๆ มีไม่ใครมาบังคับให้ทำ" ผู้เขียนก็ตอบว่า "เหตุที่ต้องทำเพราะรัฐให้ทำ กพร.ก็จะมาติดตามประเมินผล" ...ทำให้ผู้เขียนคิดว่า "อนิจจา" แล้วตัวฉันจะทำต่อไปไหวไหมนี่...มีอาจารย์ซึ่งสอนผู้เขียนตอนเรียนปริญญาโท บอกว่า "ครั้งนี้ ครั้งเดียว ต่อไปห้ามขึ้นไปพูด เด็ดขาด" เพราะท่านคงรู้ว่าวัฒนธรรมองค์กรเดิมเป็นอย่างไร ผู้เขียนก็ตอบไปว่า "ผู้เขียนได้ทำหน้าที่เสร็จแล้ว ต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ช่าง อยู่ที่ผู้บริหารแล้วหล่ะ"... ไม่ใช่ว่าผู้เขียนต้องการ "แสดง" หรอก แต่เป็นหน้าที่...หน้าที่...และก็หน้าที่...จริง ๆ...แม้มันจะเจ็บบ้างก็ต้อง "อดทน"
นี่คือบทเรียนอีกบทหนึ่ง ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงที่ผู้เขียนได้พบเจอและขอนำมาเล่าให้ผู้อ่านได้อ่านกัน เพื่อเป็นอุทาหรณ์ในการทำงานว่า บางครั้งเราทำงานย่อมเกิดปัญหา แต่สิ่งที่จะแก้ปัญหาเราได้ นั่นคือ "เวลา" จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง...และสำหรับการคิดที่จะเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร ถึงแม้เรารู้ แต่ในเมื่อผู้นำหรือผู้บริหารยังไม่นำ ตัวเราอย่าคิดที่จะไปเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด...
สวัสดีค่ะ อาจารย์
มาให้กำลังใจอาจารย์
ขอบคุณอาจารย์ที่ให้แง่คิดในการทำงาน
ขอบคุณ...คุณเจษฎาค่ะ...
นี่แหละค่ะ...ประสบการณ์ชีวิต...
มาให้กำลังใจคุณบุษยมาศครับ
ขอบคุณ...คุณสามารถค่ะ...
เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองอีกแบบค่ะ
หนึ่งเสียงสะท้อนคง เป็นปัจจัยป้อนสู่การเปลี่ยนแปลง
เป็นกำลังใจครับ บางทีเราก็คิดได้ แต่บางคนอาจคิดต่าง
นี่แหละท่านความจริง ของนักบริหาร
ขอบคุณค่ะ...ผอ.พรชัย
บางครั้งถึงกลับท้อ...แต่ก็ไม่ถอยค่ะ...
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
*** ทน นะคะ ทน..... บางทีก็อาจเป็นแรงผลักดัน
*** มีเพื่อน เป็นพยาบาล ถูกแพทย์ ขู่ตะคอก เหมือนเขาเป็นลูกจ้างที่ต่ำต้อย ทั้งที่ตอนเป็นแพทย์ฝึกงานเรียกพี่อย่างงั้นอย่างงี้ พอเป็นแพทย์ ...โหย...ประหนึ่งเทพจุติ
*** เพื่อนสะเทือนใจ...จนไปเรียนต่อ จบดอกเตอร์วิทยาศาสตร์ด้านการแพทย์ เดี๋ยวนี้เป้นอาจารย์สอนแพทย์ค่ะ
*** ถือเป็นโชคขะตา ก็แล้วกันนะคะ....บางเรื่องต่อให้ใช้ อสงไขยเวลา ...ก็ยังแก้ไม่ได้เลย
สวัสดีค่ะ...อาจารย์กิติยา...
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดี ๆ ค่ะ...
สวัสดีค่ะ...อาจารย์ขจิต...
ขอบคุณที่มาให้กำลังใจค่ะ
และขอบคุณอีกครั้งสำหรับรูปภาพค่ะ...สวยมากค่ะ
แฝงด้วยการให้ข้อคิดบางอย่างค่ะ...
สวัสดีครับท่านอาจารย์บุษยมาศ
ขอบคุณ...ผอ.ประจักษ์และน้องม่อนมากค่ะ...
อุตส่าห์มาให้กำลังใจ...
ได้บทความที่เป็นกำลังใจมากเลยค่ะ
ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ...