วันนี้เป็นวันที่ครูตุ๊กแกยืนเคารพธงชาติด้วยน้ำตาคลอเบ้า เพราะอะไรน่ะหรือคะ ก็วันนี้เป็นวันที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้มีการทดสอบ อ่านไทย คิดเลขในใจ คิดนอกใจ และการแก้โจทย์ปัญหาตามที่ได้เล่าไว้ที่บันทึกนี้ค่ะเราจะก้าวไปด้วยกัน สู้ต่อไป...ทาเคชิ
แล้วเกี่ยวอะไรกับได้ยินเพลงชาติแล้วน้ำตาคลอเบ้า(นั่นน่ะสิ)
เช้าวันนี้ .. เมื่อเสียงบรรเลงเพลงชาติจากวงดุริยางค์ของโรงเรียนดังขึ้น เด็กๆต่างพร้อมใจร้องเพลงชาติเสียงดัง แลดูอึกเหิม ต่างกับทุกๆวันที่ต้องบอกว่า เอ้า..ร้องดังๆ ราวกับว่าวันนี้เขาพร้อมแล้วทั้งใจและกายที่จะเข้าสู่สนามสอบ แล้วจะไม่ให้คนอ่อนไหวอย่างครูตุ๊กแกน้ำตาคลอได้อย่างไรคะ ฮือๆๆ แงๆๆ งืดๆๆ (ยังไม่ได้ร้อง แค่คลอๆ นอกเรื่องอยู่เรื่อยครูตุ๊กแกนี่)
แต่ก็ซึ้งอยู่ได้ไม่นานค่ะ หลังเพลงชาติจบลงครูก็จะตรวจสอบนักเรียนแต่ละห้องเรียนว่ามากันครบไหม แล้วความวุ่นวายเล็กๆก็เกิดขึ้นเมื่อห้องนั้นก็ไม่ครบห้องนี้ก็ไม่ครบ (รวมถึงห้องครูตุ๊กแกด้วย) คราวนี้ก็เริ่มใช้บริการองค์การโทรศัพท์กันยกใหญ่ค่ะ ดีนะคะที่เมื่อต้นปีการศึกษาเราได้ออกเยี่ยมบ้านนักเรียนกันทุกบ้าน การติดต่อสื่อสารจึงไม่ยุ่งยากมากนัก และทุกห้องเรียนก็เข้าสู่เหตุการณ์ปกติทันก่อนที่จะขึ้นห้องสอบเด็กๆมาครบ(เล่นเอาลุ้นซะเหนื่อยเหมือนกันค่ะ อิ..อิ..)
หลังจากที่หายเหนื่อยกับการลุ้นและติดตามนักเรียน ก็มาลุ้นๆๆๆๆๆกันต่อเมื่อเริ่มการทดสอบ โดยภาคเช้าจะเป็นการทดสอบคณิตคิดในใจ ของ ป.2 มี 15 ข้อ ผู้คุมสอบจะอ่านโจทย์ 2 รอบ และให้เวลาคิด 1 นาทีแล้วเขียนคำตอบ
หลังจากนั้นจะเป็นคณิตคิดเร็ว ป.2 จะมี 30 ข้อ เวลา 15 นาที และสุดท้ายการแก้โจทย์ปัญหา ป.2 มี 1 ข้อ เวลา 30 นาที
ดูจากสีหน้าและรอยยิ้มของเด็กๆ รวมถึงแอบฟังโจทย์แล้วไม่ห่วงค่ะ พอสู้ไหว ให้กำลังใจกันมาดีค่ะ อิ..อิ...
ภาคบ่ายลุ้นแทบขาดใจ ทดสอบอ่านโดยข้อทดสอบจะมี 5 ชุด ชุดละ 20 คำ ให้นักเรียนจับฉลาก ใช้เวลาอ่าน 3 นาทีค่ะ (เกณฑ์คือ ผิดได้ไม่เกิน 2 คำถึงจะผ่านค่ะ)
หลังจากที่ซ้อมอ่าน ซ้อมคนที่ไม่อ่านและไม่ตั้งใจอ่าน รวมถึงอ่านไม่ได้กันมานานประมาณว่า เช้ามาตั้งโต๊ะอ่าน เข้าห้องอ่าน กลางวันครูทานข้าวไปด้วยฟังนักเรียนอ่านไปด้วย อ่านกันจนถึง 5 โมงเย็น (แฮกๆ) ถ้าอ่านผ่านทุกคนจะเลี้ยงส้มตำ ผลปรากฏว่า............ไม่ผ่าน 2 คนค่ะ (อดกินส้มตำเลย แงๆๆๆๆๆ)
แต่สองคนที่ไม่ผ่าน ครูตุ๊กแกก็ภูมิใจนะคะเพราะเด็ก 2 คนนี้เมื่อก่อนอ่านไม่คล่องเอามากๆ และก็มักจะไม่อ้าปากอ่านเมื่อให้อ่านพร้อมเพื่อนๆ(ก็อ่านไม่ได้นี่จะอ้าปากอ่านได้อย่างไร) แต่ตลอดเวลาที่ฝึกฝนการอ่านตั้งแต่เปิดเทอม (10 ต.ค.) ครูตุ๊กแกมองเห็นความตั้งใจและมุ่งมั่น และความตั้งใจของทั้งของทั้งสองคนก็ประสบความสำเร็จ ถึงแม้จะไม่สำเร็จถึงที่สุด เพราะคนหนึ่งอ่านได้ 15 คำ อีกคนอ่านได้ 17 คำ(อีกคำเดียวก็จะผ่านแล้ว) และตอนนี้ทั้งสองคนสามารถอ่านหนังสือไปพร้อมกับเพื่อนๆได้แล้ว ถึงแม้จะอ่านแบบทันบ้างไม่ทันบ้าง น่าภูมิใจไหมล่ะคะ

ผลของการทดสอบในครั้งนี้ภาพรวมของโรงเรียนจะเป็นอย่างไร เมื่อเรียงลำดับแล้วโรงเรียนวัดท่าไชยจะเป็นอันดับที่เท่าไรของเขตครูตุ๊กแกไม่อาจรู้ได้ในวันนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่รู้แน่ๆแล้วก็คือ เด็กๆของครูตุ๊กแกมีพัฒนาการทั้งด้านการอ่านและการคิดคำนวณดีขึ้น เด็กๆดูมีความสุขกับการมาโรงเรียน
ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนมักจะพูดกับครูเสมอเวลาประชุม เมื่อครูบ่นว่าเด็กๆไม่ยอมทำการบ้าน เด็กๆขาดเรียนบ่อยไม่อยากมาโรงเรียน ผอ.จะบอกว่าอย่าไปว่าเด็ก ที่เขาเป็นแบบนั้นเพราะเขาอ่านไม่ออก คิดเลขไม่ได้เลยทำให้ไม่อยากมาโรงเรียน
วันนี้ครูตุ๊กแกเห็นด้วยกับคำพูดท่านผอ.ค่ะ ดูจากสีหน้าของเด็กๆเมื่อออกมาจากห้องสอบแล้วตะโกนบอกเพื่อนๆบอกครูว่าตัวเองสอบอ่านผ่าน สีหน้าและแววตานั้นดูมีความสุขนัก รวมถึงรอยยิ้มเต็มแก้มของเพื่อนๆที่ร่วมลุ้น .. พลอยให้คนเป็นครูมีความสุขไปด้วย
ความเหน็ดเหนื่อยที่สะสมมาหลายวันพลันมลายหายไปหมด คืนนี้คงนอนหลับฝันดีหลังจากที่เมื่อคืนนอนไม่หลับเพราะตื่นเต้นและกังวล (ดูแล้วครูจะตื่นเต้นและกังวลกว่าเด็กๆอีกค่ะ อิ...อิ..)
ขอบคุณทุกๆกำลังใจที่มอบให้จากบันทึกนี้..เราจะก้าวไปด้วยกัน สู้ต่อไป...ทาเคชิ
ขอบคุณน้องอ้อ น้องธุรการที่น่ารักครูประจำชั้นคู่ ที่คอยช่วยเหลือเป็นกำลังสนับสนุนที่สำคัญในครั้งนี้ (น้องอ้อน่ารักมากค่ะ จับเด็กๆมาทาแป้งหน้าขาวก่อนเข้าห้องสอบอ่านทุกคนเลย อย่างน้อยก็ทำให้เด็กๆลดความตื่นเต้นลงไปได้เยอะอิ..อิ..)

สู้ๆๆ คำสั้นๆคำนี้ยังคงใช้สร้างกำลังใจที่ดีได้เสมอ เด็กๆ ครูตุ๊กแกและน้องอ้อจะชูสองนิ้วให้กันก่อนที่จะเข้าสู่การทดสอบทุกครั้ง เพื่อเป็นกำลังใจให้กันและกัน ..

จองงงงงงงงงงงงงง
กินขนมไปก่อนนะเจ้าตุ๊กแกตัวดำๆอิๆๆ
http://gotoknow.org/blog/frind08/313078
สวัสดีค่ะครูตุ๊ก
เป็นกำลังให้ครูต๊กแก ตัวดำแต่ใจดี
รวมทั้งเป็นกำลังใจให้ลูกลิงน้อยๆ ที่น่ารัก ของครูตุ๊กแก
ถึงแม้ว่าจะสอบไม่ผ่าน แต่อย่างน้อย การมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ถือว่า ผ่านสำหรับป้ากระติกแล้วค่ะ
(คำนี้ นำไปใช้กับพี่ต้นไม้เวลาดูใบเกรด ต้นไม้ทำดีขึ้น ถ้าขยันอีกนิดก็จะดีมากยิ่งขึ้น
บอกตัวเองเสมอว่า คนแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ลูกแม่ 2 คน ก็ไม่เหมือนกันด้วย ไม่เป็นไร......................เลยไม่ค่อยเคร่งเครียดนัก...........เอ๊ะ นี่ถือว่าเป็นการระบายความเครียดได้หรือเปล่าหนอ)
สวัสดี มีชัยค่ะ
สวัสดีคะ มีความสุขได้ทุกเมื่อ ความสุขของครูและนักเรียนมาหาได้ที่พี่ครูตุ๊กแกค่ะ อิอิ
เคยได้ยินเสียงให้กำลังใจเพื่อนที่อ่านไม่ค่อยได้ไหมล่ะค่ะน้องครูตุ๊ก
ครูให้อ่านทีละคน นักเรียนคนหนึ่งถูกเรียกให้อ่าน เพื่อนๆจะทำสีหน้าเหมือนกับว่า ต้องเบื่ออีกแล้วกับการรอเพื่อนคนนี้อ่าน
แต่ครูบอกว่า เอาน่าเรามาใจช่วยเขาหน่อยนะ
เด็กคนนั้นพยายามสะกดในใจทำปากหมุบหมิบแล้วอ่านออกมาได้พร้อมกับสีหน้า เฮ้ย! ข้าอ่านได้เว้ย
เพื่อนๆทุกคนเปล่งเสียงเชียร์ เอ๊อ! พร้อมกันทั้งห้องพร้อมกับปรบมือพร้อมกันทั้งห้องโดยมิต้องบอก
เห็นรอยยิ้มกันทั้งครูและนักเรียน
มันเกิดความโล่งที่ลุ้นน่ะนะ
ไม่ได้ตั้งสินบนนำจับเลย
แต่ก้จับได้หลาย...อยู่
แค่นี้ครูก็ฝันหวานได้แล้ว
พี่กระติกจ๋า...
แต่ความฮา และ น่ารักยังเหมือนเดิม (รวมถึงผลสอบอ่านของทั้งสามคนก็เหมือนเดิม เหมือนปีที่แล้วด้วย อิ..อิ.) ..^__^..
กาแฟครับกาแฟ ไม่ส่งเลยนะปู่ตาลายแล้ว
สวัสดีค่ะพี่ครูตุ๊กแก
แวะมาทักทายพี่สาวก่อนเข้านอนค่ะ
เป็นกำลังใจให้เสมอนะค่ะ
ฝันดีค่ะ....
สวัสดีค่ะครูตุ๊กแก
ครูเสียสละจังเลย ทุมเทเอาใจใส่
เป็นกำลังใจให้นะคะ
ผลการเรียนรู้ ใช่เป็นตัวเลข แต่อยู่ที่การนำไปประยุกต์ใช้
...
พัฒนาการของเด็ก ก็เป็นกำลังใจให้กับครูผู้สอนเสมอ
...
เป็นกำลังใจให้เด็กๆ และครู ครับ
เพื่อนครูมาทักทายค่ะพี่ตุ๊กแกคนงามค่ะ หัวใจของครูทุกคนในวันที่ 12 พ.ย.2552 นั้นเต้นผิดจังหวะ ยิ่งตัวน้องเองนั้นต้องไปคุมต่างโรงเรียนโรงเรียนแม่พระประจักษ์ด้วยยิ่งห่วง อย่างห่างๆ เพราะน้องหนุ่ยเอง(ชื่อเล่นของNina) ประจำชั้นเด็กห้องท้ายๆมีอ่านไม่คล่องหลายคนเหมือนกัน แต่ต้องทำใจเราทำดีที่สุดแล้วถ้านร.อ่านไม่ได้ถือว่าเป็นประสบการณ์ในการพัฒนาตนเองของนักเรียนต่อไป คิดถึงมากๆ รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ ฝันดี ราตรีสวัสดิ์
สวัสดีค่ะพี่อ้อยเล็ก
ตามไปชมมาแล้วค่ะ แต่ไม่กล้าชิม ทั้งฝอยทองและทองหยอด
หวานมากๆๆๆๆๆ ..^___^..
สวัสดีค่ะน้องซิลเวีย..
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทาย
และขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
ขอบคุณค่ะ^^
สวัสดีค่ะ
* เด็กๆ เดี๋ยวนี้นยมเรียนรู้ด้วยวิธีฟังและดู มากกว่าอ่าน
* เด็กๆ มัธยมก็เหมือนกันไม่ค่อยได้อ่านออกเสียงพอให้อ่านก็ออกเสียงไม่ค่อยถูกมีอาการลิ้นแบ(แบบค้างๆ ) อวัยวะในช่องปากก็ทำงานไม่คล่อง....เห็นหลายคนอ่านได้แต่ต้องใช้เวลาในการอ่านมากขึ้น...อย่างนี้เรียกว่าอ่านได้แต่ไม่คล่อง
*จากการทดสอบในปีก่อน ครูพรรณาเองก็ต้องปรับการสอนใหม่เป็นให้นักเรียนทุกคนต้องได้อ่านอย่างน้อยก็วันละ ๑ บรรทัดต่อคนต่อคาบเรียน
* สู้ๆๆ สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีค่ะพี่กระติกที่น่ารัก..
ไม่ถือเป็นการระบายความเครียดหรอกค่ะ ..^__^..
มีความสุขกับทุกๆวันนะคะ ..^__^..