ประการแรก ผมคิดว่าเรื่องเล่าที่เป็นงานเขียนแล้วเอามาเล่าแบบภาษาเขียนแทนที่จะเป็นภาษาพูด รู้สึกแปลก ๆ ยังไงไม่รู้ มันเหมือนคนมานั่งอ่านหนังสือให้ฟัง ทั้งที่เรื่องราวดี แต่ไม่ได้อารมณ์ไม่ได้บรรยากาศ ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไร แต่ผมจินตนาการต่อไปไม่ออกจริง ๆ

วันนี้ไปชิม sha มาครับ

พบ แม่ต้อย – ดวงสมร บุญผดุง รองผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล, คุณเอก - จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร, น้องพอลล่า - ♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿ เสียดายที่ไปไม่ทันพี่นุช - คุณนายดอกเตอร์ (ก็ไปซะจนเขาจะเลิกงานอยู่แล้ว...)

 

Shac6
(แหะ แหะ แอบเอาภาพน้องพลอล่ามาครับ อิ อิ...)

 

จำได้ไหมครับ ที่ผมไปมึนที่ สรพ. (ไปเรียนวิชา KM และ ถอดบทเรียน กับ คุณเอก - จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร) คราวที่แล้ว ครั้งนี้เป็นการสานต่อจากคราวแล้ว แบบว่าไม่เข็ดกับการมึน

เรื่องราวของงานนี้เป็นไงมาไง คิดว่าเดี๋ยวน้องพอลล่าคงเล่าสู่กันฟัง

มาฟังเรื่องของผมดีกว่านะครับ

ผมมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมท้ายของวันแรก เป็นการฟังเรื่องเล่าจาก ๕ โรงพยาบาลของภาคกลาง

เรื่องแรก ชื่อว่า “แสงไฟในห้อง แสงไฟในใจ”

เป็นเรื่องเล่าจากโรงพยาบาลบ้านหมอ จ.สระบุรี

เป็นเรื่องราวของพยาบาลที่ต้องแก้ปัญหาคนไข้ที่เกือบจะขาดสติ เมื่อสติค่อยกลับคืนมาได้ใช้การนวดที่พอมีความรู้อยู่ช่วยผ่อนคลายให้ จนกระทั่งคนไข้ผ่อนคลายและหลับลงในที่สุด

เรื่องที่สอง ชื่อเรื่องว่า “สิ่งที่งดงามในความหม่นหมอง”

เรื่องนี้มาจาก โรงพยาบาลอยุธยา เป็นเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุสาหัส พักรักษาในโรงพยาบาลแบบไม่รู้สึกตัวอยู่นานหลายเดือน และในขณะเดียวกันก็ท้องและคลอดลูกในขณะที่เธอยังช่วยตัวเองไม่ได้ ในระหว่างที่เธอเผชิญกับสภาพนี้ก็มีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิต นั่นคือ การดูแลเอาใจใส่บุคลากรในโรงพยาบาลรวมทั้งญาติมิตร

เรื่องที่สาม ชื่อเรื่อง อวัยวะพูด

มาจาก ร.พ.นพรัตน์ เป็นเหตุการณ์ของผู้ป่วยที่ถูกไฟคลอกที่ซานติก้าผับ เจ้าตัวเป็นหญิงสาวรูปร่างดีหน้าตาสดสวย แต่ต้องสูญเสียคุณลักษณะนั้นไป จนทำใจไม่ได้หากต้องออกจาก ร.พ.ไปสภาพนั้น ผู้ดูแลในโรงพยาบาลได้ใช้องค์ความรู้ด้านจิตวิทยาช่วยให้เธอยอมรับสภาพ ให้ความสำคัญกับอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย แม้ไม่สมประกอบ ในที่สุดก็ทำให้เธอกล้าแข็งมากขึ้น

เรื่องที่สี่ เรื่อง เมล็ดพันธุ์แห่งความดี

มาจาก ร.พ.ราชบุรี เป็นเรื่องราวของอาสาสมัครพิทักษ์ดวงตาตามแนวเศรษฐกิจกพอเพียง เรื่องนี้มาจากประสบการณ์ของโรงพยาบาลที่ใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการทำงาน ซึ่งสามารถสร้างอาสาสมัครมาช่วยงานของ ร.พ. และทำงานได้อย่างงดงาม

เรื่องที่ห้า ผมจดไว้แต่อ่านไม่ออก เป็นเรื่องของโรงพยาบาลวัฒโนสถ เป็น ร.พ.ที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็งครบวงจร เรื่องจากเป็น ร.พ. ตั้งใหม่ บุคลากรก็ใหม่ในแง่ประสบการณ์ แต่ก็มิใช่อุปสรรค ทีมงานได้สร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเติมเต็มให้แก่ผู้ป่วย หลายกิจกรรมได้ทดลองดำเนินการ และไม่น้อยที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน

เรื่องราวทุกเรื่องที่ผมได้รับฟัง ทำให้ผมอิ่มเอมใจเป็นอันมาก มีความรู้สึกที่ดึต่อดรงพยาบาลขึ้นมากโข...

แต่ไหน ๆ ไปแอล้วผมก็อยากจะพูดถึงความรู้สึกของผมตรงไปตรงมาต่อการเข้าร่วมสังเกตุการณ์ในวันนี้

เรื่องที่ดีมากคือ การเอาตัวจริงเสียงจริงในเรื่องเล่ามาเล่า ซึ่งแต่ละเรื่องน่าสนใจมาก

แต่ผมมีความรู้สึกที่คิดว่าน่าจะคิดต่อและพัฒนาต่อไปได้สักสองสามเรื่อง

ประการแรก ผมคิดว่าเรื่องเล่าที่เป็นงานเขียนแล้วเอามาเล่าแบบภาษาเขียนแทนที่จะเป็นภาษาพูด รู้สึกแปลก ๆ ยังไงไม่รู้ มันเหมือนคนมานั่งอ่านหนังสือให้ฟัง ทั้งที่เรื่องราวดี แต่ไม่ได้อารมณ์ไม่ได้บรรยากาศ ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไร แต่ผมจินตนาการต่อไปไม่ออกจริง ๆ

ประการที่สอง บางเรื่องเล่าเริ่มต้นด้วยแนวคิดหรือนามธรรม บางเรื่องปํนการพิสูจน์นามธรรม ทำให้ลดทอนคุณค่าของเรื่องเล่าไปมากทั้งที่เรื่องเล่านั้นดีและน่าสนใจมาก

ประการที่สาม เวทีที่จัดค่อนข้างเป็นทางการ อาจทำให้เรื่องเล่าเป็นทางการตามไปด้วย หากลดความเป็นทางการลงสักหน่อย ให้ผู้เล่าเล่าแบบธรรมชาติ เป็นแบบตัวของตัวเอง ไม่ต้องเตรียมการมากนัก เราอาจจะได้ฟังเรื่องเล่าเรื่องเดียวกันนี้อย่างอิ่มเอมในหัวใจ

ประการสุดท้าย เป็นเรื่องเล็ก ๆ ครับ เป็นเรื่องการประเมินผลกิจกรรมในเรื่องเล่านึง กิจกรรมทำดีมากครับ แต่ใช้การประเมินแบบเชิงปริมณที่มีการใช้แบบสอบถาม แบบวัด...

ผมเห็นคะแนนจากการประเมินแล้วรู้สึกแห้ง ๆ แต่ผมรับรู้ว่ากิจกรรมเหล่านี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จากรอยยิ้ม จากภาพหัวเราะของผู้เข้าร่วม จากกิจกรรมต่าง ๆ ที่งอกเงยและต่อยอด สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่วัดได้

ผมนิสัยไม่ค่อยดีครับ ชอบติเขาไปเรื่อย...

แต่ติเพื่อก่อนะครับ มิมีเจตนาจะว่าร้าย

อาจเป็นไปได้ว่าสติปัญญาผมมีน้อยเกินไป จึงมองอะไรได้เพียงนี้

หากเข้าใจอะไรไม่ถูก เอ่ยปากชี้แนะได้ทันทีครับ

นะน้องพอลล่า....