ปีการศึกษา ๒๕๕๒ เป็นปีการศึกษาแรกที่ฉันได้ทำงานเป็นครูอย่างเต็มตัวในสถานที่ที่แปลกใหม่ สู่โรงเรียนที่เป็นทางเลือกใหม่ไม่เน้นด้านวิชาการแต่เน้นทักษะการใช้ชีวิตของเด็กที่ต้องสามารถนำความรู้ที่เรียนมาปรับใช้ในการดำรงชีวิตได้
ฉันต้องสอนวิชา มานุษกับโลกแค่ชื่อวิชานี้คนทั่วไปที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนแม้กระทั่งตัวของฉันเองก็ต้องถามว่ามันคือวิชาอะไร มานุษกับโลกก็คือวิชาประยุกต์ที่รวมเอาวิชาวิทยาศาสตร์กับสังคมศึกษามารวมกันดูๆ ไปก็คล้ายกับวิชาสปช.(สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต) ที่ฉันเคยเรียนเมื่อสมัยเป็นเด็กประถมเหมือนกันนะ
และอีกหนึ่งวิชาที่เราต้องมาค้นหาความหมายของวิชากันต่อนั่นก็คือวิชาจินตทัศน์ที่เป็นการเรียนรู้ที่เด็กต้องเรียนรู้ในการใช้ทักษะต่างๆในการเรียนรู้แล้วสามารถถ่ายทอดออกมาในลักษณะที่เป็นจริงได้
การสอนในวิชามานุษกับโลกและจินตทัศน์นี้ทำให้ฉันต้องมีการปรับตัวและเปิดใจเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองปิดมานานกว่า ๒๐ ปี ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ใหญ่มากสำหรับฉันที่ต้องเป็นครูในการสอนแบบนี้ แต่สำหรับคนอื่นอาจมองว่าเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมาก
เช่นในเทอมแรกที่ต้องเรียนเรื่องสัตว์แต่ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบการเลี้ยงสัตว์และการสัมผัสสัตว์ที่มีลักษณะตัวอุ่นๆ หรือมีปฏิกิริยาตอบรับเมื่อมีการสัมผัส แต่ต้องมาสอนเรื่องสัตว์ที่ต้องมีการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับสัตว์บ่อยๆ ซึ่งกว่าที่จะยอมสัมผัสสัตว์ (ได้บ้าง) ก็ต้องมีการประชุมกับทีมมานุษกับโลกของช่วงชั้น๑ เพื่อช่วยหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
แล้วก็ได้กำลังใจที่เต็มเปี่ยมกลับมาเพื่อสู้กับความไม่กล้าของตัวเราเอง เมื่อต้องมาสอนให้เด็กดู บางครั้งเด็กก็เกิดความไม่กล้าเหมือนกับเราที่เป็นอยู่แต่พอเรามองว่าถ้าเราแสดงความกลัวออกมาเป็นสิ่งชี้นำเด็ก เด็กก็จะเกิดความไม่กล้าจนกลายเป็นความกลัวติดตัวไปเหมือนกับเราจนโต แล้วเด็กอาจขาดโอกาสที่ดีในการได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างจากสัตว์ไป
คนที่เป็นครูจึงต้องเป็นเหมือนผู้กล้า (ทั้งที่ใจกลัว) ก้าวนำและเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กเพื่อก้าวผ่านกำแพงความไม่กล้าเพื่อการเรียนรู้ที่ดีให้ได้
อุปสรรคอีกอย่างหนึ่งที่เป็นปัญหามากคือการวาดรูป เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก แต่ต้องมาสอนการวาดที่เป็นลักษณะการเลียนแบบที่เป็นเหมือนจริง เช่น ให้วาดภาพสัตว์ที่มีตัวอย่างมาจากสัตว์ที่เป็นของจริงให้เหมือนของจริงไม่ใช่ภาพที่เป็นลักษณะการ์ตูน
แต่ตัวครูไม่ยอมวาดรูป เลี่ยงการวาดรูปบนกระดานเพราะเกิดความไม่มั่นใจแล้วเคยวาดตอนฝึกสอนแล้วเด็กหัวเราะเลยเกิดการไม่อยากวาด ก็ต้องมีการช่วยกันในทีมมานุษกับโลกกันต่อไป ได้ไปอบรมกับคุณครูกุ้งเกี่ยวกับเทคนิคการวาดรูปเชิงวิทยาศาสตร์ได้รับความรู้สึกในการเรียนที่ดีมาก ไม่กดดันว่าตัวเองต้องทำไม่ได้เหมือนที่เคยรู้สึก แล้วก็กล้าในการวาดภาพมากขึ้น
ในตอนแรกก็กลัวว่าจะโดนว่าหรือหัวเราะจากเด็กๆแต่พอนานๆไปเราก็กลับไม่รู้สึกเพราะเกิดความมั่นใจมากขึ้น และได้รับความรู้สึกที่ดีมากในการสอนจินตทัศน์เป็นครั้งแรกเลยคือการให้เด็กๆ วาดรูปสัตว์และสิ่งที่เกี่ยวกับสัตว์ในตารางเก้าช่องให้มีความสัมพันธ์กันทุกช่อง แล้ววาดให้เด็กดูโดยที่วาดใส่กระดาษมาก่อนแล้วค่อยวาดในกระดาน ปรากฏว่าเมื่อเอาตัวอย่างให้ดูเด็กๆ บอกว่าไม่ใช่ภาพที่ฉันวาดเอง คงต้องให้ครูคนอื่นวาดให้ ฉันจึงวาดลงกระดานให้ดูแล้วเด็กๆ ก็บอกว่าวาดสวยกว่าในกระดาษอีก ทำไมครูถึงทำได้ แต่ก่อนวาดไม่สวยเลย ฉันจึงบอกว่าเพราะครูฝึกวาดบ่อยแล้วก็มีความพยายามที่จะทำเลยทำให้เกิดการพัฒนาที่ดีขึ้นได้
ในชั้นเรียนมีเด็กคนหนึ่งที่ไม่ค่อยมั่นใจในการวาดรูป เพราะมักวาดรูปหน้าของสิ่งที่วาดทั้งคนและสัตว์ออกมาเป็นลักษณะวงกลมตัวที่วาดเลยออกมาคล้ายกันหมด เมื่อวาดนกเพนกวินจึงดูแปลกๆแล้วถามฉันว่า “หนูวาดแบบนี้ได้มั้ย วาดไม่เหมือนเลย” ฉันจึงถามว่า “แล้วหนูวาดอะไรล่ะ ถ้าให้ครูทายนะต้องเป็นเพนกวินแน่เลยใช่มั้ย” เด็กคนนั้นก็พยักหน้าแล้วยิ้ม ฉันจึงบอกอีกว่า “ในเมื่อครูรู้ว่าหนูวาดภาพอะไรทั้งที่ครูไม่รู้มาก่อน นั่นก็แสดงว่าหนูวาดได้เหมือน เพราะครูทายถูก” แล้วเด็กคนนั้นก็วาดรูปต่อไป ทั้งยังวาดเพนกวินเพิ่มอีกตั้ง ๒ ตัวด้วยความภูมิใจ
ทำให้ฉันเข้าใจแล้วว่าที่ฉันไม่อยากวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก เพราะเกิดความรู้สึกด้านลบในการวาดภาพ ไม่ได้แรงเสริมหรือการให้การสนับสนุนในด้านบวก เหมือนที่เราให้เด็กคนนั้นเป็น เพราะความรู้สึกของตนเองที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ และก็ไม่รู้ว่าเราต้องการอะไรมาเป็นแรงสนับสนุนให้เราทำนั้นต่อไปได้ แม้กระทั่งตัวเรายังต้องการกำลังใจจากผู้อื่นเพื่อเพิ่มความมั่นใจ เด็กก็ยิ่งต้องการกำลังใจที่มากกว่า เพื่อการก้าวต่อไปของเด็กเหมือนกัน
การเป็นครูเต็มตัวครั้งแรกในโรงเรียนแห่งนี้ ทำให้ฉันได้เรียนรู้สิ่งที่แปลกใหม่ และหลายสิ่งหลายอย่างครูคนนี้ก็เกิดการเรียนรู้พร้อมเด็กเหมือนกัน ทำให้เกิดความคิดที่ว่าคนเราจะเรียนรู้ได้ดีต้องอยู่ในสภาวะที่พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ การให้กำลังใจที่ดีเพื่อให้เกิดความพร้อมนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นเหมือนยาวิเศษที่เป็นแรงเสริมให้พร้อมในการเรียนรู้และเกิดการเรียนรู้ที่ดีขึ้นได้
คุณครูแอม - นริศรา ภาวะพจน์
ประสบการณ์ที่โรงเรียนเพลินพัฒนา : ๗ เดือน
คุณคือ ยอดครูที่รู้ศาสตร์ศิลป์ ต้องเสริมแรง และส่งเสริมให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียนรู้
ขอต้อนรับครูดีให้เต็มแผ่นดินไทย
สวัสดีคะ แวะมาเยี่ยม สบายดีนะคะ
สวัสดีคะ แวะมาเยี่ยม สบายดีนะคะ
แวะมาเยี่ยมครับ...
แวะมาเยี่ยมครูโรงเรียนเพลินพัฒนา
สวัสดีค่ะมาเยี่ยมค่ะคุณครูใหม่โรงเรียนเพลินจิตคะ
ชื่นชมแนวคิดและแนวทางการบริหารของโรงเรียนมากเลยครับ เสียดายที่บ้านอยู่ไกล เลยไม่สามารถส่งลูกมาเรียนที่นี่ได้ แต่ก็ได้แนวคิดจากเพลิน และครูวิมลศรีมาใช้ในการดูแลลูกและจัดกระบวนการเรียนรู้ในงานได้ดีเลยทีเดียวครับ
ต้องขอบคุณทุกๆ ท่านที่แวะเข้ามาทักทายกัน และยังใจดีเล่าให้ดีใจว่าได้นำบันทึกเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ด้วยค่ะ :)
ขอบคุณครับที่ทำให้ผมเข้าใจ คำว่า
สวัสดีครับครูใหม่
ไม่ได้มาทักทายนานแล้ว
พวกเรารู้สึกประทับใจในการได้ไปเยี่ยม "เพลินพัฒนา"
ผมได้บันทึกความรู้สึกประทับใจไว้ใน
http://gotoknow.org/blog/suthepkm/298859
สืบเนื่องจากวันนั้นทำให้เราได้พูดคุยกันถึง "การจัดการความรัก การจัดการความสุข"
ตอนนี้เริ่มมีความคืบหน้า มีความชัดเจนขึ้น
ผมได้บันทึกไว้ใน
http://gotoknow.org/blog/suthepkm/317879
http://gotoknow.org/blog/suthepkm/317908
.............
.
“การจัดการความรู้เป็นเรื่องที่ง่ายๆ ใครๆก็ทำได้และทำได้ตอนนี้เลย โดยไม่ต้องรอความพร้อม....”
.
............
ที่คุณครูใหม่บอกเล่าประสบการณ์กับพวกเราไว้ในวันนั้นทำให้พวกเรามีแรงบันดาลใจครับ