การเขียนคือเขียนให้ผู้ไม่รู้อ่าน อ่านแล้วต้องเข้าใจ ออกแบบดีดี ย่อยดีดี เพื่อการสื่อสารจะได้เข้าถึงทุกคน ไม่ใช่ประชาชนคนหนึ่งซื้อหนังสือผมไปอ่าน แต่อ่านไม่รู้เรื่อง อย่างนั้นไม่ควรเกิด

หลายวันก่อน ผมเชิญคุณดังตฤณ หรือ คุณศรันย์ ไมตรีเวช
เจ้าของผลงาน "เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน"

มาออกรายการ The Exit ทางออกหัวใจ หนีไฟกิเลส
ซึ่งเป็นรายการตอบปัญหาธรรมะ
ออกอากาศทาง True Vision 81 & DLTV 1

เทปนี้เป็นเทปสุดท้าย ในบทบาทสื่อมวลชนของผมครับ
ก่อนจะย้ายไปทำงานที่ http://www.ngobiz.org/ ในฐานะเจ้าหน้าที่ประสานงานการสื่อสารและจัดการความรู้

 

 

ผมไปรับคุณดังตฤณที่บ้าน ระหว่างนั่งรถมาด้วยกัน ผมถามประเด็นการเขียนหนังสือ ดังนี้ครับ (แบบสรุปย่อๆ)

ถาม : คุณดังตฤณมีชื่อเสียงขึ้นมาได้อย่างไร
ตอบ : ตอนแรกเขียนบทความธรรมะอยู่ที่เว็บแห่งหนึ่ง ต่อมาก็เขียนนิยายธรรมะลงในเว็บนั้นให้อ่านกันฟรีๆ
         ปรากฏว่าผู้คนชอบมาก หลายๆ คนรวมถึงผมด้วยเลยรวมเงินกันจัดพิมพ์เป็นเล่ม นั่นเป็นก้าวที่สำคัญ
         การให้คือกลไกสำคัญ

ถาม : แนวทางการเขียนละครับ เขียนอย่างไรให้คนติด
ตอบ : เราต้องหาคำตอบก่อนว่า ผู้อ่านต้องการอะไรเป็นคำตอบ การเขียนเพื่อขายนั้นต้องตอบโจทย์ลูกค้า
         ไม่ใช่คนเขียนอยากเขียนอะไรก็เขียนตามใจ อย่างนั้นผมมองว่าเป็นการยัดเยียดเกินไป
         เราต้องหาข้อมูลรอบด้าน ผู้อ่านมาจากหลายสังคม หลายมุมมอง ยิ่งเรามีข้อมูลมาก ข้อมูลหลากหลาย
         ความน่าเชื่อถือก็จะมาก ยืนยันสิ่งที่เราเขียนได้

         อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือการย่อยเนื้อหา นักเขียนหลายๆ คนอาจมองว่าการใช้ศัพท์สูงแสดงถึงการมีความรู้สูง
         จริงๆ ไม่ใช่ การเขียนคือการสื่อสาร การสื่อสารมีผู้ส่งสาร สาร ผู้รับ และ ช่องทาง ผู้ส่งสารมีหน้าที่ออกแบบสาร
         ผู้รับสารที่หน้าที่แปลสาร หากผู้รับสารแปลสารไม่ออก หรือ แปลผิด การสื่อสารนั้นก็ไม่มีประโยชน์
         ในกรณีนี้หลายคนควรเปลี่ยนทัศนคติใหม่ การปรุงสารให้บริโภคง่ายเป็นสิ่งที่สมควรทำ ผมใช้คำว่าย่อยสาร
         ย่อยให้บริโภคง่าย การเขียนคือเขียนให้ผู้ไม่รู้อ่าน อ่านแล้วต้องเข้าใจ ออกแบบดีดี ย่อยดีดี เพื่อการสื่อสารจะได้เข้าถึงทุกคน
         ไม่ใช่ประชาชนคนหนึ่งซื้อหนังสือผมไปอ่าน แต่อ่านไม่รู้เรื่อง อย่างนั้นไม่ควรเกิด

 

 

ข้อคิดเกี่ยวกับการเขียนจากคุณดังตฤณครับ

 

.....