เราคงจะนั่งนับวันรอว่าเมื่อไหร่ความสุขมันจะไปจากเรา แต่ถ้าเรามองว่าเราจะผ่านมันไปได้ดีแค่ไหนต่างหาก แล้ววันนั้นเราจะพยายามทำให้ความสุขที่เราได้รับ มันมีค่าและน่าจดจำ

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวG2Kทุกท่าน วันนี้ดิฉันได้รับอีเมล์จากน้องเอ๋ กตวรรณ สารผล เธอเป็นผู้ป่วยโรคไตคนหนึ่งที่รับบริการฟอกเลือดที่โรงพยาบาลของเราดิฉันได้อ่านเรื่องราวที่เธอเขียนความในใจที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมโครงการเครือข่ายโรคไตสปสช.เขต 8 เมื่อวันที่29 -30 ตุลาคม 2552 ณนาข่าบุรีรีสอร์ท จ.อุดรธานีอ่านแล้วรู้สึกประทับใจมากอยากให้ทุกท่านได้อ่านและร่วมเป็นกำลังใจให้เธอด้วยนะคะ เรื่องราวที่เธอเล่ามีดังนี้ค่ะ

 

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังและได้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ด้วยและคิดว่านับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่คนไข้โรคไตและองค์กรต่างๆ ได้มีการจับมือร่วมงานเพื่อพูดคุยสนทนาถึงปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่เพื่อที่จะได้หาทางแก้ไขต่อไป  และรู้สึกว่าคนป่วยทุกคนจะมีความสุขที่ได้เดินทางมาร่วมงานครั้งนี้  อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าพวกเราไม่ได้ถูกทอดทิ้ง  ยังมีหลายหน่วยงานที่คอยหยิบยื่นน้ำใจที่ดีให้กับพวกเราอยู่เสมอมาและขอขอบคุณ สปสช.  ท่านแพทย์  พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน  ที่ได้ร่วมมือกันจัดกิจกรรมแบบนี้ขึ้น ทำให้รู้สึกว่าคนที่ป่วยด้วยโรคนี้มีมาก จนต้องฉุกคิดว่าเราควรจะทำความรู้จักและหาทางป้องกันเพื่อไม่ให้คนดีๆ  ต้องมาป่วยเพราะโรคนี้และในขณะเดียวกันเราที่ป่วยแล้วก็ควรที่จะดูแลรักษาสุขภาพของตัวเราเองไม่ให้เลวร้ายไปมากกว่านี้ด้วยเช่นกัน

 

ดิฉันเริ่มป่วยมาตั้งแต่ปี 2545  เริ่มฟอกเลือดมาปี 2546  ตลอดเวลาที่ป่วยก็พยายามคิดอยู่เสมอว่าถึงแม้กายจะป่วยแต่ไม่ยอมที่จะให้ใจได้ป่วยเพราะกำลังใจที่ดี  มีส่วนอย่างมากที่จะพยุงกายที่ป่วยให้ดีขึ้น  ให้คิดถึงคนที่ลำบากกว่าเราถึงแม้ว่าเราจะเลือกเกิดไม่ได้อย่างที่เค้าว่ากัน  แต่ก็ไม่จำเป็นต้องคิดน้อยเนื้อต่ำใจ คิดซะว่าชีวิตนี้เราคงได้มาเท่านี้   เมื่อก่อนฉันเคยเฝ้าถามว่าทำไมความเจ็บป่วยมันถึงได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมเยือนฉันเร็วเหลือเกิน เข้ามาโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัวเลย  เวลาที่ฉันป่วยฉันก็ได้แต่เฝ้ามองเพื่อน ๆ คนอื่นที่เค้ามีความสำเร็จในชีวิตทั้งหน้าที่การงาน ชีวิต สุขภาพ การงาน และความรัก ฉันเฝ้ามองด้วยความเศร้า เสียใจตลอดเวลา  และความเจ็บป่วยมันยังนำพาความทุกข์ทรมาน เจ็บปวดแสนสาหัส มาเยี่ยมเยือนฉันอีกด้วย

 

  แต่ถึงแม้ฉันจะเสียใจมากแค่ไหน  เมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อกับแม่ฉันจะไม่ยอมอ่อนแอให้พวกเค้าได้เห็น  บางครั้งมีคนถามว่าทำไมฉันเข้มแข็ง  ไม่ร้องไห้  แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าน้ำตาของฉันมันไหลเข้าไปข้างใน  มันจุกอยู่ในลำคอ  กลั้นแล้วกลั้นอีกเพื่อให้พ่อกับแม่สบายใจ  และเชื่อสิฉันไม่เคยปริปากพูดเรื่องนี้กับใครเลย  ไม่เคยบอกใครว่าฉันเสียใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับตัวของฉันแค่ไหน แต่ตอนนี้ฉันเฝ้าบอกกับตัวเองว่า ฉันขอใช้เวลาที่เหลืออยู่ สร้างความสุขให้กับตัวเองและคนรอบข้าง 

 “ หมดลมหายใจเมื่อไหร่ไม่รู้  ชีวิตที่เหลืออยู่อย่าให้สูญเปล่า ”  

บางครั้งฉันไปโรงพยาบาล แค่เพียงได้เห็นพยาบาลยิ้มให้คนป่วย ฉันก็มีความสุขมาก เพราะการที่คนคนหนึ่งต้องเดินทางไปหาหมอก็แปลว่าเค้าต้องเกิดความทุกข์ขึ้นมาอย่างหนึ่งแน่แล้ว  ถ้าหากมาเจอรอยยิ้มจากใครสักคน ฉันว่าเราสามารถยิ้มให้เค้าได้เหมือนกัน  แต่ไม่จำเป็นหรอกว่าคน ๆ หนึ่ง จะต้องมีความสุขด้านเดียว เพราะบางครั้งความทุกข์มันก็เข้ามาทดสอบเราได้เหมือนกัน  แต่อยู่ที่ว่าเราจะผ่านพ้นมันไปได้ ดีสักแค่ไหน  เพราะถ้าหากเราถามตัวเองว่าเราจะผ่านมันได้นานแค่ไหน  เราคงจะนั่งนับวันรอว่าเมื่อไหร่ความสุขมันจะไปจากเรา  แต่ถ้าเรามองว่าเราจะผ่านมันไปได้ดีแค่ไหนต่างหาก  แล้ววันนั้นเราจะพยายามทำให้ความสุขที่เราได้รับ มันมีค่าและน่าจดจำ

  

  

  

หลายครั้งที่ฉันได้ยินคนรอบข้างถามฉันว่าทำไมคนป่วยอย่างฉันถึงได้อารมณ์ดีขนาดนี้  ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย  ฉันอยากบอกทุกคนว่าฉันก็มีทุกข์นะใช่ว่าจะไม่มี  แต่ถ้าฉันจะมัวแต่มานั่งคิดว่าทำไมฉันโชคร้าย  ทำไมฉันต้องเป็นแบบนี้  แล้วเมื่อไหร่ฉันจะพบกับความสุขกับเค้าสักที  ฉะนั้นเวลาที่เหลืออยู่ฉันควรตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุด   และบางครั้งฉันก็คิดเข้าข้างตัวเองว่าฉันโชคดี  แต่ไม่ใช่โชคดีที่ป่วยหรอกฉันว่าฉันโชคดีที่การป่วยมันสอนอะไรหลายๆ อย่างกับฉัน  สอนให้เข้มแข็ง ให้เรียนรู้ต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น  และฉันคิดว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันกับฉันบางคนอาจจะรับมือกับปัญหาที่มากล้นเหมือนฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ  ฉะนั้นฉันควรที่จะดีใจมากกว่าไม่ใช่เหรอ

 

 

 

ฉันเชื่อว่าความสุขอาจแค่ครั้งเดียวที่ฉันได้รับ  มันสามารถย้อนกลับมาทำให้ฉันมีความสุขซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อยามที่นึกถึง  หรืออาจจะทำให้ลบความทุกข์ไปเลยก็ได้  และการเขียนบทความครั้งนี้มันก็ทำให้ฉันได้นึกย้อนถึงความสุขในอดีตที่ผ่านมา 

 เห็นไหมล่ะฉันมีความสุขอีกแล้ว …..

 

บันทึกโดย

 กตวรรณ สารผล

 5  พฤศจิกายน  2552