ดิฉันต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง เป็นพยาบาล เป็นนักจิตวิทยาเป็นนักสังคมสงเคราะห์ และจะเป็นอะไรอีกน๊อ.....
วันหนึ่งขณะที่ดิฉันก้มหน้าก้มตาทำงานพร้อมกับกองเอกสารเต็มโต๊ะภายในห้องทำงาน ด้วยความรีบเร่งจะส่ง paper ให้ศูนย์สุขภาพภายในวันพรุ่งนี้(6ตค.2552) จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้สมาธิตอนนั้นหลุดหายไปชั่วขณะหนึ่ง
พี่นาง หนูขอคุยด้วยได้มั้ยคะ : เสียงจากผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง
อ้อ! มีอะไรหรือ : ดิฉันพูดตอบ(ในใจนึกว่าแล้วฉันจะทำงานทันมั๊ยเนี่ย)
พี่..หนูมีเรื่องปรึกษา : เธอนั่งลงและพูดต่อว่า พี่พอจะมีงานให้หนูทำมั้ย
งานอะไรที่อยากทำ : ดิฉันถามเธอ
งานอะไรก็ได้ หนูเหนื่อย วันนี้ก็ฟอกเลือดแทบไม่ไหว หนูไม่ได้นอนมาหลายวันแล้ว หนูสงสารลูก
พ่อหนูป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก หนูไม่อยากเป็นภาระของคนอื่น ตอนนี้หนูเหมือนแบมือรอการช่วยเหลือจากคนอื่น
บางทีหนูก็ไม่อยากอยู่แล้ว.......
เธอพรั่งพรูคำพูดออกมา..น้ำตาไหลพรากๆ ตอนแรกดิฉันคิดว่าไม่มีอะไรมากมาย
แต่มองเห็นสภาพของเธอแล้วก็นึกสงสารจับใจ ดิฉันนั่งฟังเธอพูดจนเธอพูดจบ...ฟังเธอระบายความทุกข์ จนเธอสงบ...
เธอขอให้ดิฉันช่วยเหลือ หางานให้ทำหน่อย ภายใต้ข้อจำกัดมากมาย เธอป่วยเป็นโรคไต ต้องฟอกเลือดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทำงานหนักไม่ได้ ความรู้ก็น้อย เงินทุนก็ไม่มี รถจักรยานยนต์ก็ค้างไฟแนนท์ 2 เดือนแล้ว ต้องดูแลเลี้ยงลูกชายเรียนอยู่ ป.4 อีก 1 คน ลำพังตัวเองก็ลำบาก สามีก็ทิ้งหลังจากเธอป่วยเป็นโรคไต
ตอนนี้ฟอกเลือดมาได้ 9 ปีความหวังคือ รอเปลี่ยนไต วันนี้เธอหมดหนทางจึงเข้ามาปรึกษาดิฉัน ดิฉันจะช่วยเหลือเธออย่างไรหนอ ?
หลังจากเธอระบายจนหมดและอาการดีขึ้น จิตใจสงบลงแล้ว
ดิฉันก็แนะนำให้เธอไปลองพิจารณาดูว่าตัวเองจะสามารถทำอะไรได้บ้าง ก็แนะนำอาชีพไปหลายอย่างแต่มีอาชีพหนึ่งที่เสนอแนะเธอไปคือ การขายนมเปรี้ยว ซึ่งเป็นความรู้ที่เพิ่งได้รับข้อมูลมาหมาดๆเช้านี้เอง ( พอดีตอนเช้าดิฉันได้พบกับน้องสมรที่อดีตเคยเป็นลูกจ้างของโรงพยาบาล ตอนนี้เขาได้ลาออกไปแล้วและได้ทราบว่าตอนนี้เขาไปขายนมเปรี้ยวยี่ห้อหนึ่ง มีรายได้เดือนละประมาณ 2 หมื่นบาท เขาบอกว่าดีกว่าทำงานรพ.ได้เงินเดือนน้อย ดิฉันก็ได้อุดหนุนนมเปรี้ยวเขาหนึ่งโหล)
แต่นั่นแหละมันก็ยังไม่ลงตัว (ถ้าหากมันมีงานง่ายๆ เหมาะกับเธอ เธอคงไม่มาขอร้องดิฉันหรอกเนอะ)





วันนี้เธอกลับบ้านไปแล้วด้วยอารมณ์สงบลง ดวงตาก็ดูมีความหวังขึ้น ดิฉันให้กำลังใจ และรับปากว่าจะช่วยเหลือ ถ้าสามารถทำอะไรได้ก็ยินดี
ดิฉันมานั่งนึกว่า ดิฉันดูแลเธอขณะมารักษาในโรงพยาบาล คิดว่าดูแลแบบองค์รวมแล้ว แค่นั้นแหละปัญหาที่แท้จริงคือเรื่อง “เงิน” ไม่มีเงินใช้ ไม่มีงานทำ จะทำอย่างไร ดิฉันต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง เป็นพยาบาล เป็นนักจิตวิทยาเป็นนักสังคมสงเคราะห์ และจะเป็นอะไรอีกน๊อ.....
พี่น้องชาว G2K มีข้อแนะนำดิฉันบ้างไหมค่ะ ว่าควรจะช่วยเหลือเธออย่างไรดี


ดีแล้วค่ะ ที่แนะนำให้ขายของเล็กๆน้อยๆ นมเปรี้ยวก็ขายง่ายค่ะ
อรุณสวัสดิ์ค่ะ...ตามพี่แก้วมาค่ะ
เพียงแค่เราได้ช่วยเหลือ ด้วยการน้อมใจฟังนี่ ช่างเป็นเรื่องที่วิเศษจังเลยนะคะ
เป็นเรื่องราวแห่งการแบ่งปันความงดงามทางจิตใจที่ดีสำหรับเช้าวันนี้...และความเป็นเราที่สามารถเป็นได้ทุกอย่างภายใต้เงื่อนไขเดียวคือ ความเป็นมนุษย์...
(^___^)
กะปุ๋ม
สวัสดีค่ะพี่แก้ว
ตอนนั้นนึกออกอย่างเดียวเลยแนะนำไป
แต่เธอทำจริงค่ะ
คำพูดของน้องกะปุ๋ม ทำให้รู้สึกว่าตัวเรามีคุณค่า
ขอบคุณมากค่ะที่ตามพี่แก้วมา
เพียงแค่เราได้ช่วยเหลือ ด้วยการน้อมใจฟังนี่ ช่างเป็นเรื่องที่วิเศษจังเลยนะคะ
เป็นเรื่องราวแห่งการแบ่งปันความงดงามทางจิตใจที่ดีสำหรับเช้าวันนี้...และความเป็นเราที่สามารถเป็นได้ทุกอย่างภายใต้เงื่อนไขเดียวคือ ความเป็นมนุษย์...
(^___^)
เป็นโรคไต เหนื่อยง่ายใช่ไหมคะ ฉะนั้นงานหนักไม่ได้เลย ขายนมเปรี้ยว ก็ต้องมีมอเตอร์ไซค์ขับไปส่ง ค้างค่างวดเขาอีก ขายเครื่องสำอางค์กิฟฟารีน แอมเวย์ก็ไม่ได้ ไม่มีทุน สุขภาพไม่ดี ขายประกันชีวิตก็ไม่ได้ คนไม่เชื่อถือ
-ต้องทำขนมอะไรซักอย่างหนึ่ง ทำไม่เป็น ต้องฝึก ใช้เวลาไม่ทันกิน
พี่สุหละจนปัญญาเหมือนน้องมณีวรรณแหละคะ ความรู้ก็ไม่มี ไปเป็นคนใช้ก็ไม่ได้ ป่วย
คงปล่อยตามบุญตามกรรมคะ มีแต่กำลังใจที่ให้กันไปเป็นวันๆกินไม่ได้ด้วยซิ
สวัสดีค่ะ
หากไม่ได้มาอ่านบันทึกนี้คงน่าเสียดายค่ะ
อ่านจบด้วยความรู้สึกหลายอย่าง ตอนฝึกงานปี 4 ขึ้นไปฝึกที่หน่วยไตเทียม เจอคนไข้หลายคนที่บ่นว่า อยากตายมากกว่าอยู่เพราะ...เงินหมดไปกับการรักษาตัว...ลงเวรมาแล้ว ยังหดหู่ใจ เล่าให้แม่ฟัง แม่ก็ปลอบ แต่เราก็ช่วยเขาได้เพียง "รับฟัง" อย่างเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น
เรื่องอาชีพ อาจจะต้องถามว่าเขามีความสามารถอะไรบ้าง ลองจด ๆ เขียน ๆ ออกมาว่าจะทำได้ขนาดไหนกับสุขภาพของเขา ส่วนเงินทุนน่าจะพอกู้ได้จากหน่วยงานออมสิน เป็นพวกช่วยเหลือพ่อค้าแม่ขาย และที่สำคัญคนไม่มีรากคิดว่า ญาติ ๆ ต้องมีบทบาทช่วยในด้านนี้มากที่สุดค่ะ
อยากช่วย....แต่จนใจ ไม่อยากให้โลกนี้มีคนป่วยเลยค่ะ
สวัสดีค่ะ ดีใจที่สุดเลยที่คนไม่มีราก
มาอ่านบันทึกนี้ ตอนเขียนบันทึกนี้ บอกตามตรงว่าเขียนด้วยความรู้สึกนั้นจริงๆ เพียงแค่ภูมิใจว่า เมื่อเวลาเขาเดือดร้อนเขายังนึกถึงเรา อยากให้เราช่วยเหลือแม้ว่าเราจะช่วยเขาได้หรือไม่ ถ้ามีคนอ่านบันทึกแล้วเห็นว่ามีประโยชน์กับใครบ้างก็ดีใจแล้วค่ะ
เชื่อหรือไม่คะ ปาฏิหาริย์มีจริง สิ่งที่ได้แนะนำเขาไปโดยไม่ได้คาดหวังว่าจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น
แต่ชีวิตเขาดีขึ้นมากๆๆๆอย่างไม่น่าเชื่ออยากให้ติดตามตอนต่อไปนะคะ (ร้องไห้ทำไมภาค4)
นมเปรี้ยวหิวหนัก โหลหนึ่งก็หนัก เขาไม่มีแรงด้วยค่ะ สมัยนี้นมเปรี้ยวขายเชิงรุกนะคะ ต้องส่งถึงที่ ยกเว้นไปนั่งขายเช่น ในโรงพยาบาลค่ะพี่นาง แล้วคนในโรงพยาบาลนั่นแหละค่ะต้องช่วยเขาก่อน ชีวิตหนอสงสารจังค่ะ เขาไม่มีสามีหรือคะ?