เครือข่ายประชาคมพุทธมณฑลเพื่อสุขภาวะสาธารณะ กับเครือข่ายวิจัยและพัฒนาสุขภาวะชุมชนแนวประชาคม จะจัดกิจกรรม สื่อสานสุขภาวะสาธารณะชีวเกษม เสาร์ ๗-จันทร์ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่ร้านหนังสือเบิกม่าน หน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ถนนพุทธมณฑล สาย ๔ อำเภอพุทธมณฑล นครปฐม
มีนิทรรศการศิลปะกับงานวิจัยชุมชนและศิลปะเพื่อการภาวนา โดย ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ปาฐกถา เสวนา กับคนทำงานชุมชน นักวิจัย คนทำงานสุขภาพชุมชน กลุ่มประชาชน และผู้ทรงคุณวุฒิ มีขายหนังสือ แจกเอกสารและเผยแพร่สื่อสำหรับคนทำงานศิลปะ นักวิจัยชุมชน คนทำงานแนวประชาคม กลุ่มชาวบ้านและชมรมเพื่อการทำงานเชิงสังคม
พบหมู่มิตรและอยู่ในบรรยากาศรื่นรมย์ งดงาม เรียนรู้ และฟรีตลอดรายการ คลิ๊กเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมในนี้ครับ สื่อสานสุขภาวะสาธารณะชีวเกษม
อาจารย์ครับ
ขอบคุณสำหรับประชาสัมพันธ์นี้นะครับ เอ...ร้านหนังสือเบิกม่าน อยู่ตรงไหนเหรอครับ??
สำหรับการเตรียมงาน ผมสามารถช่วยอะไรได้บ้างครับ>?
หากมีเวลา ไม่ต้องเตรียมอะไรเลย เดินไปตัวว่างๆ สบายๆ แล้วไปนั่งคุยให้คนทำงานได้ใช้เป็นข้อมูลเปิดหัวข้อพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันให้หลากหลาย ก็จะเชิญร่วมนั่งเสวนาด้วยความยินดีมากเลยนะครับ ไปกินข้าว ร้องเพลง เล่นดนตรี อ่านบทกวี อยากคิดและอยากแบ่งปันสิ่งดีอย่างไรก็เชิญได้เลยครับ เอ หนานเกียรติหายไปไหนหมู่นี้ ขอเชิญด้วยเลยนะครับ หากไปในวันเปิดตอนเย็นวันศุกร์ได้ ก็จะชวนนั่งเสวนาด้วยเลย คนคงไม่เยอะหรอก แต่เวทีนี้มีประสบการณ์ทำสิ่งต่างๆในเงื่อนไขแวดล้อมยากๆมากกว่า ๑๐ ปี แล้วก็คุยกันสบายๆครับ
เรียน อาจารย์ครับ
ผมจะไปในวันเปิดครับ ตอนช่วงเย็นๆ ...ยินดีเข้าไปร่วมนั่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสวนาครับ
พี่หนานเกียรติ เดินทางไป de musoi ที่ดอยมูเซอ ตากครับ คิดว่าจะกลับวันอาทิตย์นี้ และมีประชุมงานที่โรงเเรมใน กทม. ในวันที่ ๑๐ - ๑๑ นี้ครับผมจะได้พบพี่เขาอีกครั้งก็วันนั้นเลย
หากมีหนังสือแจก บทความที่อยากแบ่งปันกับผู้คน ก็ขนไปวางได้ตามอัธยาศัยเลยนะครับ บรรยากาศเหมือนศาลาวัด จะมีข้าวห่อใบบัวด้วย เพื่อนๆ พี่ๆน้อง ป.เอก ป.โท อยากไปนั่งเปลี่ยนอริยาบทชีวิต แต่ได้ความสร้างสรรค์ทางประสบการณ์ไม่น้อยไปกว่าในเวทีวิชาการ ก็เชิญด้วยเช่นกันครับ
สวัสดีครับ อาจารย์วิรัตน์ กณรุณาลบ คห.ที่ 5 ให้ด้วยครับ " ถ้าไม่ติดภาระกิจ อยากไปร่วมฟังครับ"
"
จริงด้วยครับ อย่างวอญ่าผู้เฒ่านี่ ต้องงานแนวนี้นะครับ แต่ครั้งนี้ก็เป็นการชิมลางเพื่อเตรียมทำงานถอดบทเรียนและจัดอีกครั้งครับ
อาจารย์ครับ
ผมเพิ่งทราบว่าร้านเบิกม่าน อยู่ห่างจากที่พักผมไม่เกิน ๑๐๐ เมตร
Believe it or not !!!
ผมจะชวนเพื่อน ๆ แวะไปจุดประกายและหาแรงบันดาลใจที่งานนี้ด้วยนะครับ...
มีแผนที่ให้ด้วยหรือนี่ ดีจังเลยนะครับ
แวะไปผ่อนคลายนะครับคุณดิเรก เติมความสุขเล็กๆให้กับชีวิต แต่ส่วนที่เป็นกระบวนการเรียนรู้คือการร่วมกันค้นหาและร่วมสร้างพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์ เพื่อได้ความสุขทางจิตใจในสภาพแวดล้อมของสังคมเมือง
ร้านเข้ากรอบรูปซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกทีหนึ่ง เอารูปที่นำไปเข้ากรอบมา ๔๗ รูปมาส่งให้แล้วครับ ประทับใจและทึ่งมากเลยว่าเขาทำกรอบได้สวยงาม เรียบร้อย และนำมาส่งให้ก่อนเวลาที่คาดหวังเสียอีก แต่เดิมนั้น รูปเยอะขนาดนี้ก็คิดว่าน่าจะเสร็จอย่างเร็วก็ตอนเย็นวันศุกร์นี้ แต่นี่กลับเสร็จก่อนตั้งครึ่งวัน เลยมีเวลาพิถีพิถันให้กับการติดตั้งได้อีกเยอะเลย
ดูงานแล้ว หลังจากการจัดเวทีครั้งนี้ ซึ่งขอถือเป็นเวทีซ้อมและพัฒนารูปแบบการเผยแพร่งานวิจัยและงานวิชาการแก่สาธารณะอย่างนี้ไปด้วยแล้ว ก็เห็นแนวทางทำองค์ประกอบอื่นๆเข้ามาเสริมให้ลงตัวมากยิ่งๆขึ้นได้อีกหลายอย่าง ได้บทเรียนอย่างไรแล้วจะนำมาถ่ายทอดไว้ในนี้ให้แก่ผู้ที่สนใจครับ
สวัสดีค่ะ
น้ำยายไหยยืด
จะได้มาสนุกสนานกับบรรยากาศงานวัดด้วยมั๊ยน้า
ได้ผลอย่างไรแล้วจะนำมาถ่ายทอดสู่กันฟังแก่คุณณัฐรดาและทุกท่านที่สนใจนะครับ ช่วยกันเตรียมสบายๆครับ ไม่ดันทุรังใส่ความคิดความคาดหวังเกินไปกว่าการดำเนินชีวิตปรกติ เพราะอยากจะลองหาวิธีทำที่เราจะสามารถทำได้อีกเรื่อยๆและนานๆครับ
โอกาสหน้า หากเห็นวิธีจัดได้ดีๆ จะเชิญชวนคุณณัฐรดาด้วยนะครับ รวมทั้งจะชวนชมรมศิลปะสีน้ำของโอเคเนชั่นด้วยนะครับ บอกกล่าวเสียแต่เนิ่นๆเลย แต่ครั้งหน้านี้คาดว่าจะไปต่างจังหวัดครับ ไม่ไกลหรอกครับ
สวัสดีค่ะพี่ชาย
เห็นภาพท่านั่งนี้แล้วนึกถึงน้องสาวของพี่จัง กิริยามารยาทเหมือนกับเปี๊ยบเลยค่ะ
รายงานภาพ นิทรรศการศิลปะและเวทีเสวนาชุมชน: สื่อและศิลปะสานสุขภาวะสาธารณะชีวเกษม
เมื่อวานนี้งานได้เปิดและเริ่มแสดงแล้วครับ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐-๒๑.๐๐ น. เลยขอนำภาพกิจกรรมมารายงานเพิ่มอีกครับ
งานนี้เหมือนกับจะเป็นการพัฒนาการเผยแพร่ผลการวิจัยและการจัดเวทีวิชาการในเชิงปฏิบัติการสังคม แนวคิดและเนื้อหาหลักของเวทีเป็นเรื่องสุขภาวะสาธารณะแบบชีวเกษม และประเด็นที่นำมาจัดกิจกรรมกันก็คือ สื่อและศิลปะเพื่อวิจัยและพัฒนาสุขภาวะสาธารณะ
สุขภาวะสาธารณะเป็นทั้งเป้าหมายและมรรควิถีดำเนินชีวิตทั้งของปัจเจกและของชุมชนระดับต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาเพื่อยกระดับให้มีความละเอียดประณีตให้มากยิ่งๆขึ้นได้ นับแต่จากความสุขที่ขึ้นต่อวัตถุ สิ่งกระตุ้น และปัจจัยภายนอกสู่ความสุขทางปัญญาและความสุขทางจิตใจระดับต่างๆ ซึ่งจุดหมายสูงสุดทางสังคมก็คือ ความสุขอันสมบูรณ์ที่ปราศจากทุกข์ ในทางพุทธศาสนาก็มีแนวคิดดังกล่าวที่เรียกว่าภาวะนิพพาน และถ้าหากเชื่อมโยงสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ก็สามารถเรียกการดำเนินชีวิตดังกล่าวได้ว่าการมีวิถีชีวิตอันเกษม ซึ่งเป็นภาวะสูงสุดในวิธีคิดที่เป็นวิถีแห่งปัญญาเกี่ยวกับ มงคลชีวิต ๓๘ ประการ
สภาพแวดล้อมปัจจุบัน สุขภาวะสาธารณะดังกล่าว ควรให้ความสำคัญต่อการที่ปัจเจก กลุ่มก้อน และชุมชนระดับต่างๆ จะมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะแบบปัจเจก ให้มุ่งสู่ความเป็นสุขภาวะสาธารณะให้มากยิ่งๆขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากการที่สังคมในกระแสหลักของการพัฒนานั้น มักถูกแรงกดดันให้มุ่งเอาตัวรอด เห็นแก่ตัว มุ่งได้ความสุขอย่างหยาบ ฉาบฉวย และมีขอบเขตอยู่เพียงตนเอง มุ่งความเป็นตัวกูของกูที่เหนือกว่าผู้อื่น และสร้างสังคมให้แข่งขันกันแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา
วิถีสังคมดังกล่าวจะทำให้คนส่วนน้อยเอาตัวรอดได้ แต่สุขภาวะของส่วนรวมจะขาดการดูแล สังคมเต็มไปด้วยความทุกข์ร้อน อีกทั้งคนส่วนน้อยที่เอาตัวรอดได้ ก็ได้ความสุขที่กอปรด้วยทุกข์ที่ต่อตนเองและต่อผู้อื่น ซึ่งเป็นสุขภาวะที่ไม่ยั่งยืน
วิธีการและกระบวนการที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาความสุขอย่างหยาบของปัจเจกให้เพิ่มพูนความเป็นสุขภาวะสาธารณะและมีความละเอียดประณีต ลดเบียดเบียนและก่อทุกข์ ลดการสร้างผลกระทบต่อทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และสังคม แต่เพิ่มพูนการให้คุณค่าทางด้านจิตใจและเพิ่มพูนสุขภาวะในวิถีแห่งปัญญาให้มากยิ่งๆขึ้นเป็นลำดับนั้น มีอยู่หลายแนวคิดและหลากหลายวิถีปฏิบัติ สื่อและศิลปะเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะสาธารณะก็เป็นแนวทางหนึ่ง
หากเราพัฒนาและสร้างความรู้เพื่อชี้นำ ขยายผลให้แก่การพัฒนาภาคสาธารณะของสังคมโดยกระบวนการและวิธีการอย่างนี้ให้ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองทั้งในกรุงเทพมหานครและในเมืองต่างๆของชนบททั้งในประเทศไทย หมู่ประเทศกำลังพัฒนา ตลอดจนประเทศที่อิ่มตัวหรือล้นเกินทางวัตถุมากแล้ว ก็จะทำให้สังคมสามารถจัดการภาวะกดดันจากความเปลี่ยนแปลงและการพัฒาตนเองอันซับซ้อน ให้ปัจเจกและความเป็นส่วนรวม มีสุขภาวะสาธารณะที่ยกระดับที่มีความงดงาม ดีงาม ศานติ และสงบเย็น ปราศจากทุกขภาวะได้ดีกว่าการขึ้นต่อวัตถุและปัจจัยกำหนดจากภายนอกอย่างเดียว ได้มากขึ้นเรื่อยๆ
การพัฒนาทางสังคมและการสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีจะยิ่งมีทางเลือกที่ดีๆมากยิ่งๆขึ้น บทบาททางศิลปะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และศาสตร์การพัฒนาทางสังคม ก็จะเห็นความลงตัว สมดุล บูรณาการกันได้ ไม่แยกส่วน พอเพียง ได้ดีมากยิ่งๆขึ้น
การนำมาจัดแสดงและเผยแพร่นี้ เป็นการบูรณาการเข้ากับการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมของกลุ่มคนที่ทำงานเชิงสังคมและเรียนรู้ไปด้วยกันโดยโครงสร้างแนวราบ เข้าไปศึกษาแนวคิดและบทเรียนกรณีต่างๆจากหัวข้อวิถีประชาศึกษาของผมได้ครับ
ช่วยกันทำอย่างพึ่งแนวคิดและการลงมือของตนเองให้มากที่สุดครับ ติดและทำงานทางความรู้อย่างมากมายที่สุดเพื่อสะท้อนลงสู่การลงมือทำเล็กๆให้พอเพียงกับกำลังของทุกคนที่จะทำและเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง
ผลงานมีความหลากหลายอย่างทุ่มทุนสร้างครับ โดยไม่สนใจว่าจะมีคนมาดูและร่วมกิจกรรมมากน้อยเพียงใด เราคำนึงถึงแต่ทำอย่างที่สุดที่เราทำได้ภายใต้เหตุปัจจัยที่เอื้อให้ทำ มีงานจิตรกรรมของท่านเขมานันทะ หรือท่านโกวิท เอนกชัย ศิษย์สวนโมกข์และศิลปินแห่งชาติ งานประติมากรรมดินเผาของนายดี ช่างหม้อ การจัดวางดอกไม้ ของคณะครูและเจ้าของโรงเรียนอนุบาลพลอยภูมิ โรงเรียนวิถีพุทธของเอกชนในแนวผสมผสานการศึกษาทางเลือกแห่งหนึ่ง ผลงานจิตรกรรมสีน้ำของคุณแหม่ม นัฏนันท์ สุวรรณรัตน์ ศิลปินหญิง
ในส่วนผลงานของผมนั้น เป็นผลงานจิตรกรรมทั้งหมดกว่า ๕๐ ชิ้น ประกอบด้วยงาน ๓ ชุดในปี ๒๕๔๑ ซึ่งเป็นงานสีน้ำบันทึกข้อมูลและสภาพความเปลี่ยนแปลงของชุมชน ปี ๒๕๕๐-๒๕๕๑ ซึ่งเป็นผลงานศิลปะนำเสนอและเผยแพร่ผลการวิจัยขับเคลื่อนกลุ่มประชาคมในชุดวิถีสังคมชาวนาบัว ซึ่งทำขึ้นและจัดแสดงที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มมหาวิทยาลัย ไปครั้งหนึ่งแล้ว และผลงานในช่วงปลายปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ซึ่งเป็นงานเขียนบันทึกข้อมูลและเผยแพร่งานวิชาการในบล๊อกโอเคเนชั่นกับบล๊อก GotoKnow
งานนี้เชิญคุณแม่งึ้น เทียมปฐม อายุ ๙๓ ปี มาเป็นประธานเปิด คุณแม่งึ้นเป็นคุณแม่ของนายแพทย์วัฒนา เทียมปฐม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอพุทธมณฑล ซึ่งเป็นเครือข่ายนักวิจัยชุมชนของเราด้วย คุณแม่งึ้นเคาะระฆังรัวสามรา ด้านข้างซ้ายคือ รองศาสตราจารย์จิตรประภา ศรีอ่อน อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล
กิจกรรมวันเปิดนี้ เริ่มต้นจากกราบอาราธนาพระเดชพระคุณท่านพระครูปิฎกวัฒน์ แห่งวัดญาณเวศกวัน มาเป็นกำลังใจและเสริมกำลังสติปัญญาแก่เวทีโดยแสดงปาฐกถานำ เรื่อง สุขภาวะสาธารณะชีวเกษม จากนั้น ก็นิมนต์ท่านได้เมตตาชื่นชมดูความคืบหน้าของการทำงานเชิงสังคมแนวนี้ในระยะ ๑๑ ปีที่ผ่านมาโดยดูงานนิทรรศการรูปเขียนร่วมกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม พระคุณเจ้าเป็นวิทยากรแก่เวทีอย่างนี้ให้แก่กลุ่มประชาคมและเครือข่ายที่ทำงานในแนวนี้มาตลอด ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา
ศิลปะก็เหมือนอาหารใจและสิ่งหล่อเลี้ยงทางมโนปัญญา ในอีกมิติหนึ่งเลยมีอาหารกาย คือ ข้าวห่อใบบัว เพื่อเรียนรู้และเจริญสุขภาวะสาธารณะจากการบริโภคที่มีการเรียนรู้และมีองค์ประกอบแห่งสติปัญญา
จากนั้นก็นั่งสนทนาสร้างความคุ้นเคยและความเป็นญาติ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแบ่งปันสิ่งดีในชีวิตให้แก่กัน บรรยากาศเหมือนกับการนั่งกินข้าวด้วยกันบนศาลาวัดในวิถีชนบท เพื่อสานพลังทุนทางสังคมที่มีอยู่แต่เดิมของสังคมชนบทไทยในกลมกลืนเข้ากับวิถีสังคมเมืองอย่างไม่แยกส่วนขาดตอนจากกัน
จนถึงสามทุ่ม นอกจากเป็นวัฒนธรรมของกลุ่มและเวทีเรียนรู้อย่างนี้ที่จะต้องมีการตกผลึก หาบทเรียน และสังเคราะห์ให้ได้หลักคิดและบทเรียนดีติดตัวกลับออกไปใช้ในชีวิตและการงานสักระยะหนึ่งแล้ว ฝนก็กลับตกลงมาอีก
เลยมีคนเหลืออยู่กลุ่มหนึ่งที่นั่งคุยกัน ร้องเพลง และให้ผมสาธิตเป่าขลุ่ยไทยให้ฟัง ผมเป่าเพลงลาวดำเนินทราย | ทานตะวัน ของ ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี | และบางท่อนที่มีระดับเปลี่ยนเป็น ๓ ชั้นของ เพลงแขกวรเชิด ซึ่งมีเค้ามาจากเพลงแตรวงบางเพลงของวังบ้านหม้อ เป็นที่ถูกอกถูกใจของหมู่มิตร แต่ก็ดูทำหน้าประหลาดใจที่ผมเล่นเพลงไปก็ให้การเรียนรู้ไปด้วยว่า ที่ผมเป่าอยู่นี้ไม่ใช่เพลงขลุ่ยแต่เป็นทางเดินของคลาลิเน็ตและแซกโซโฟน ผมไม่เคยหัดขลุ่ยและไม่รู้นิ้วมือของขลุ่ยเลย แต่มีพื้นฐานจากการเล่นแตรวง และสามรถเป่าเพลงขลุ่ยแบบทดระดับคีย์ไปทั้งหมดในเพลงต่างๆได้ เพราะผมเล่นคลาลิเน็ต แซกโซโฟนทั้งเทอนเนอร์ อัลโต้ และแซกโซโฟนได้ หากเป็นงานเชิงสังคมก็เรียกว่าในแต่ละเรื่อง แต่ละเงื่อนไขนั้น เราสามารถเปลี่ยนทั้งชุดเหมือนเปลี่ยนกระบวนทรรศน์หรือเปลี่ยนองค์ประกอบต่างๆไปทั้งกระบิได้นั่นเอง
เมื่อกลับออกไปทำงาน เครือข่ายจากเวทีของเราก็จะมีโอกาสสะท้อนสิ่งต่างๆไปสู่การทำงานและการดำเนินชีวิต เพื่อพัฒนาและพึ่งตนเองในการนำการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งทางด้านสุขภาพ การศึกษา การทำธุรกิจและประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก รวมทั้งการเป็นจิตรกรและนักวิชาการอิสระ ต่อเนื่องและคู่ขนานกับการดำเนินชีวิตตลอดไป
สวัสดีครับน้องคุณครูจุฑารัตน์
ผมแก้ไขรูปภาพและข้อความอยู่พอดี พอโพสต์กลับเข้ามาใหม่ก็เจอของคุณครูจุฑารัตน์น่ะครับ อันที่จริงงานนี้ต้องให้คุณครูจุฑารัตน์และลูกศิษย์ รวมทั้งชาวหนองบัวได้มาดูด้วยกัน หรือต้องไปจัดที่หนองบัว เพราะบรรยากาศเป็นเรื่องเกี่ยวกับบัว ชุมชนชาวนาบัว ปรัชญาและภูมิปัญญาเกี่ยวกับบัว รวมทั้งงานศิลปะที่เชื่อมโยงกับระบบคิดที่สื่อผ่านเรื่องราวเกี่ยวกับบัวและวิถีชีวิตชุมชนได้ แต่ไม่เป็นไร กำลังคิดและเตรียมการอยู่ว่าจะไปจัดที่หนองบัวและบ้านเกิดที่ห้วยถั่วด้วยครับ
ระยะนี้คงต้องฝืนตนเองไม่ให้รีบเร่งไปทำงานที่ต้องเคลื่อนไหวแรงๆที่จะทำให้กระดูกเชื่อมต่อกันไม่ดีนะครับ ขอให้สุขภาพดีวันดีคืนนะครับ คนทำงานเก่ง ดี และอยู่กับการงานเพื่อเด็กๆ มีเทวดาและคุณพระคุ้มครองอยู่แล้วเนาะ
เห็นภาพกิจกรรมนี้แล้วรู้สึกปลื้มปีตีสุขใจ
สงสัยชื่อสมณศักดิ์ของท่านพระครูปิฏกวัฒน์ ไม่ทราบพิมพ์ตกหล่นไปหรืออย่างไร
อาตมาคิดว่าชื่อเต็มๆ น่าจะเป็นพระครูปลัดปิฏกวัฒน์
ท่านเป็นพระฐานานุกรมของท่านเจ้าคุณอาจารย์พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ. ปยุตฺโต)
ถ้าได้เลื่อนสมณศักดิ์ก็เป็นพระครูปลัดสุวัฒนพรหมคุณ(ชื่อหลังนี้มีชื่ออยู่ในวัดญาณเวศกวัน)
ท่านคงไม่ถือสาอะไร ถ้าถูกต้องแล้ว ก็ขออภัยด้วย
เจริญพร
ตั้งใจจะเขียนบันทึกเรื่องนี้ อยู่ครับ
เอาภาพข้าวห่อใบบัวมามาประเดิม
กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแลครับ
ถูกต้องอย่างที่พระคุณเจ้าตั้งข้อสังเกตและให้ข้อมูลมานี้แหละครับ
ต้องขอกล่าวถึงคนสำคัญอีกท่านหนึ่งสักหน่อย คือ คุณเอก จตุพร วิศิษฎ์โชติอังกูร
งานนี้มีคุณเอกบล๊อกเกอร์ขวัญใจของชุมชนบล๊อกเกอร์ GotoKnow นี้ไปช่วยกันด้วย เห็นความเป็นผู้มีพลัง ทำงานได้เร็วและยืดหยุ่นสูงได้ดีมากจริงๆ แทบจะเรียกได้ว่าการจัดกลุ่มติดตั้งงานให้มีความหมาย การวางแนวคิดเพื่อกุมองค์ประกอบทั้งหมดให้อยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว รวมทั้งการแขวนรูปทั้งหมด เป็นผลงานจากแรงคิดและแรงมือของคุณเอก
หากสังเกตดูดีๆแล้ว จะเห็นรูปเขียนเกือบทั้งหมดไม่มีบอร์ดและผนังติดครับ ต้องใช้เอ็นแขวนคานให้ลอยอยู่กลางอากาศแทบทุกรูปเเกือบ ๘๐ รูป รูปที่ติดตามเสาและคาน ด็เดินตอกตะปู
ทั้งหมดนี้เป็นคอนเซ็ปและฝีมือแรงกายแรงใจของคุณเอก จตุพรมากกว่าครึ่งหนึ่งครับ ช่วยทำกับชาวมหาวิทยาลัยมหิดลและชาวพุทธมณฑลอย่างกับรู้มือกันสัก ๑๐ ปี พอวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันเปิดก็ได้แวะไปร่วมกิจกรรมอีกทั้งวัน พลังชีวิตเยอะจริงๆ