ความเห็น


รายงานภาพ นิทรรศการศิลปะและเวทีเสวนาชุมชน : สื่อและศิลปะสานสุขภาวะสาธารณะชีวเกษม

เมื่อวานนี้งานได้เปิดและเริ่มแสดงแล้วครับ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐-๒๑.๐๐ น. เลยขอนำภาพกิจกรรมมารายงานเพิ่มอีกครับ

                     

งานนี้เหมือนกับจะเป็นการพัฒนาการเผยแพร่ผลการวิจัยและการจัดเวทีวิชาการในเชิงปฏิบัติการสังคม แนวคิดและเนื้อหาหลักของเวทีเป็นเรื่องสุขภาวะสาธารณะแบบชีวเกษม และประเด็นที่นำมาจัดกิจกรรมกันก็คือ สื่อและศิลปะเพื่อวิจัยและพัฒนาสุขภาวะสาธารณะ

สุขภาวะสาธารณะเป็นทั้งเป้าหมายและมรรควิถีดำเนินชีวิตทั้งของปัจเจกและของชุมชนระดับต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาเพื่อยกระดับให้มีความละเอียดประณีตให้มากยิ่งๆขึ้นได้ นับแต่จากความสุขที่ขึ้นต่อวัตถุ สิ่งกระตุ้น และปัจจัยภายนอกสู่ความสุขทางปัญญาและความสุขทางจิตใจระดับต่างๆ  ซึ่งจุดหมายสูงสุดทางสังคมก็คือ ความสุขอันสมบูรณ์ที่ปราศจากทุกข์ ในทางพุทธศาสนาก็มีแนวคิดดังกล่าวที่เรียกว่าภาวะนิพพาน และถ้าหากเชื่อมโยงสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ก็สามารถเรียกการดำเนินชีวิตดังกล่าวได้ว่าการมีวิถีชีวิตอันเกษม ซึ่งเป็นภาวะสูงสุดในวิธีคิดที่เป็นวิถีแห่งปัญญาเกี่ยวกับ มงคลชีวิต ๓๘ ประการ

สภาพแวดล้อมปัจจุบัน สุขภาวะสาธารณะดังกล่าว ควรให้ความสำคัญต่อการที่ปัจเจก กลุ่มก้อน และชุมชนระดับต่างๆ จะมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะแบบปัจเจก ให้มุ่งสู่ความเป็นสุขภาวะสาธารณะให้มากยิ่งๆขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากการที่สังคมในกระแสหลักของการพัฒนานั้น มักถูกแรงกดดันให้มุ่งเอาตัวรอด เห็นแก่ตัว มุ่งได้ความสุขอย่างหยาบ ฉาบฉวย และมีขอบเขตอยู่เพียงตนเอง มุ่งความเป็นตัวกูของกูที่เหนือกว่าผู้อื่น และสร้างสังคมให้แข่งขันกันแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา

วิถีสังคมดังกล่าวจะทำให้คนส่วนน้อยเอาตัวรอดได้ แต่สุขภาวะของส่วนรวมจะขาดการดูแล สังคมเต็มไปด้วยความทุกข์ร้อน อีกทั้งคนส่วนน้อยที่เอาตัวรอดได้ ก็ได้ความสุขที่กอปรด้วยทุกข์ที่ต่อตนเองและต่อผู้อื่น ซึ่งเป็นสุขภาวะที่ไม่ยั่งยืน

วิธีการและกระบวนการที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาความสุขอย่างหยาบของปัจเจกให้เพิ่มพูนความเป็นสุขภาวะสาธารณะและมีความละเอียดประณีต ลดเบียดเบียนและก่อทุกข์ ลดการสร้างผลกระทบต่อทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และสังคม แต่เพิ่มพูนการให้คุณค่าทางด้านจิตใจและเพิ่มพูนสุขภาวะในวิถีแห่งปัญญาให้มากยิ่งๆขึ้นเป็นลำดับนั้น มีอยู่หลายแนวคิดและหลากหลายวิถีปฏิบัติ สื่อและศิลปะเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะสาธารณะก็เป็นแนวทางหนึ่ง

หากเราพัฒนาและสร้างความรู้เพื่อชี้นำ ขยายผลให้แก่การพัฒนาภาคสาธารณะของสังคมโดยกระบวนการและวิธีการอย่างนี้ให้ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองทั้งในกรุงเทพมหานครและในเมืองต่างๆของชนบททั้งในประเทศไทย หมู่ประเทศกำลังพัฒนา ตลอดจนประเทศที่อิ่มตัวหรือล้นเกินทางวัตถุมากแล้ว ก็จะทำให้สังคมสามารถจัดการภาวะกดดันจากความเปลี่ยนแปลงและการพัฒาตนเองอันซับซ้อน ให้ปัจเจกและความเป็นส่วนรวม มีสุขภาวะสาธารณะที่ยกระดับที่มีความงดงาม ดีงาม ศานติ และสงบเย็น ปราศจากทุกขภาวะได้ดีกว่าการขึ้นต่อวัตถุและปัจจัยกำหนดจากภายนอกอย่างเดียว ได้มากขึ้นเรื่อยๆ

การพัฒนาทางสังคมและการสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีจะยิ่งมีทางเลือกที่ดีๆมากยิ่งๆขึ้น บทบาททางศิลปะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และศาสตร์การพัฒนาทางสังคม ก็จะเห็นความลงตัว สมดุล บูรณาการกันได้ ไม่แยกส่วน พอเพียง ได้ดีมากยิ่งๆขึ้น

การนำมาจัดแสดงและเผยแพร่นี้ เป็นการบูรณาการเข้ากับการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมของกลุ่มคนที่ทำงานเชิงสังคมและเรียนรู้ไปด้วยกันโดยโครงสร้างแนวราบ เข้าไปศึกษาแนวคิดและบทเรียนกรณีต่างๆจากหัวข้อวิถีประชาศึกษาของผมได้ครับ

                     

                    

                    

                    

ช่วยกันทำอย่างพึ่งแนวคิดและการลงมือของตนเองให้มากที่สุดครับ ติดและทำงานทางความรู้อย่างมากมายที่สุดเพื่อสะท้อนลงสู่การลงมือทำเล็กๆให้พอเพียงกับกำลังของทุกคนที่จะทำและเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง

                    

                    

ผลงานมีความหลากหลายอย่างทุ่มทุนสร้างครับ โดยไม่สนใจว่าจะมีคนมาดูและร่วมกิจกรรมมากน้อยเพียงใด เราคำนึงถึงแต่ทำอย่างที่สุดที่เราทำได้ภายใต้เหตุปัจจัยที่เอื้อให้ทำ มีงานจิตรกรรมของท่านเขมานันทะ หรือท่านโกวิท เอนกชัย ศิษย์สวนโมกข์และศิลปินแห่งชาติ  งานประติมากรรมดินเผาของนายดี ช่างหม้อ การจัดวางดอกไม้ ของคณะครูและเจ้าของโรงเรียนอนุบาลพลอยภูมิ โรงเรียนวิถีพุทธของเอกชนในแนวผสมผสานการศึกษาทางเลือกแห่งหนึ่ง ผลงานจิตรกรรมสีน้ำของคุณแหม่ม นัฏนันท์ สุวรรณรัตน์ ศิลปินหญิง

                    

                    

                    

                    

ในส่วนผลงานของผมนั้น เป็นผลงานจิตรกรรมทั้งหมดกว่า ๕๐ ชิ้น ประกอบด้วยงาน ๓ ชุดในปี ๒๕๔๑ ซึ่งเป็นงานสีน้ำบันทึกข้อมูลและสภาพความเปลี่ยนแปลงของชุมชน ปี ๒๕๕๐-๒๕๕๑ ซึ่งเป็นผลงานศิลปะนำเสนอและเผยแพร่ผลการวิจัยขับเคลื่อนกลุ่มประชาคมในชุดวิถีสังคมชาวนาบัว ซึ่งทำขึ้นและจัดแสดงที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มมหาวิทยาลัย ไปครั้งหนึ่งแล้ว และผลงานในช่วงปลายปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ซึ่งเป็นงานเขียนบันทึกข้อมูลและเผยแพร่งานวิชาการในบล๊อกโอเคเนชั่นกับบล๊อก GotoKnow

                    

งานนี้เชิญคุณแม่งึ้น เทียมปฐม อายุ ๙๓ ปี มาเป็นประธานเปิด คุณแม่งึ้นเป็นคุณแม่ของนายแพทย์วัฒนา เทียมปฐม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอพุทธมณฑล ซึ่งเป็นเครือข่ายนักวิจัยชุมชนของเราด้วย คุณแม่งึ้นเคาะระฆังรัวสามรา ด้านข้างซ้ายคือ รองศาสตราจารย์จิตรประภา ศรีอ่อน อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล 

                     

                    

กิจกรรมวันเปิดนี้ เริ่มต้นจากกราบอาราธนาพระเดชพระคุณท่านพระครูปิฎกวัฒน์ แห่งวัดญาณเวศกวัน มาเป็นกำลังใจและเสริมกำลังสติปัญญาแก่เวทีโดยแสดงปาฐกถานำ เรื่อง สุขภาวะสาธารณะชีวเกษม จากนั้น ก็นิมนต์ท่านได้เมตตาชื่นชมดูความคืบหน้าของการทำงานเชิงสังคมแนวนี้ในระยะ ๑๑ ปีที่ผ่านมาโดยดูงานนิทรรศการรูปเขียนร่วมกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม พระคุณเจ้าเป็นวิทยากรแก่เวทีอย่างนี้ให้แก่กลุ่มประชาคมและเครือข่ายที่ทำงานในแนวนี้มาตลอด ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา

                     

                    

ศิลปะก็เหมือนอาหารใจและสิ่งหล่อเลี้ยงทางมโนปัญญา ในอีกมิติหนึ่งเลยมีอาหารกาย คือ ข้าวห่อใบบัว เพื่อเรียนรู้และเจริญสุขภาวะสาธารณะจากการบริโภคที่มีการเรียนรู้และมีองค์ประกอบแห่งสติปัญญา

จากนั้นก็นั่งสนทนาสร้างความคุ้นเคยและความเป็นญาติ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแบ่งปันสิ่งดีในชีวิตให้แก่กัน บรรยากาศเหมือนกับการนั่งกินข้าวด้วยกันบนศาลาวัดในวิถีชนบท เพื่อสานพลังทุนทางสังคมที่มีอยู่แต่เดิมของสังคมชนบทไทยในกลมกลืนเข้ากับวิถีสังคมเมืองอย่างไม่แยกส่วนขาดตอนจากกัน

จนถึงสามทุ่ม นอกจากเป็นวัฒนธรรมของกลุ่มและเวทีเรียนรู้อย่างนี้ที่จะต้องมีการตกผลึก หาบทเรียน และสังเคราะห์ให้ได้หลักคิดและบทเรียนดีติดตัวกลับออกไปใช้ในชีวิตและการงานสักระยะหนึ่งแล้ว ฝนก็กลับตกลงมาอีก

                     

เลยมีคนเหลืออยู่กลุ่มหนึ่งที่นั่งคุยกัน ร้องเพลง และให้ผมสาธิตเป่าขลุ่ยไทยให้ฟัง ผมเป่าเพลงลาวดำเนินทราย | ทานตะวัน ของ ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี  | และบางท่อนที่มีระดับเปลี่ยนเป็น ๓ ชั้นของ เพลงแขกวรเชิด ซึ่งมีเค้ามาจากเพลงแตรวงบางเพลงของวังบ้านหม้อ เป็นที่ถูกอกถูกใจของหมู่มิตร แต่ก็ดูทำหน้าประหลาดใจที่ผมเล่นเพลงไปก็ให้การเรียนรู้ไปด้วยว่า ที่ผมเป่าอยู่นี้ไม่ใช่เพลงขลุ่ยแต่เป็นทางเดินของคลาลิเน็ตและแซกโซโฟน ผมไม่เคยหัดขลุ่ยและไม่รู้นิ้วมือของขลุ่ยเลย แต่มีพื้นฐานจากการเล่นแตรวง และสามรถเป่าเพลงขลุ่ยแบบทดระดับคีย์ไปทั้งหมดในเพลงต่างๆได้ เพราะผมเล่นคลาลิเน็ต แซกโซโฟนทั้งเทอนเนอร์ อัลโต้ และแซกโซโฟนได้ หากเป็นงานเชิงสังคมก็เรียกว่าในแต่ละเรื่อง แต่ละเงื่อนไขนั้น เราสามารถเปลี่ยนทั้งชุดเหมือนเปลี่ยนกระบวนทรรศน์หรือเปลี่ยนองค์ประกอบต่างๆไปทั้งกระบิได้นั่นเอง 

                     

เมื่อกลับออกไปทำงาน เครือข่ายจากเวทีของเราก็จะมีโอกาสสะท้อนสิ่งต่างๆไปสู่การทำงานและการดำเนินชีวิต เพื่อพัฒนาและพึ่งตนเองในการนำการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งทางด้านสุขภาพ การศึกษา การทำธุรกิจและประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก รวมทั้งการเป็นจิตรกรและนักวิชาการอิสระ ต่อเนื่องและคู่ขนานกับการดำเนินชีวิตตลอดไป

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี