เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ - พ.ศ. ๒๕๓๕
เมื่อพระสุรินทร์ จนฺทโชโต ต่อมาเป็นพระใบฎีกาสุรินทร์ จนฺทโชโต และต่อมาคือพระครูนภเขตคณารักษ์ ได้พัฒนาวัดตากฟ้าจากสำนักสงฆ์ ให้มีความเจริญก้าวหน้า จนได้รับประกาศให้ตั้งเป็น “วัดตากฟ้า”
เมื่อเป็นวัดตากฟ้าแล้ว หลวงพ่อพระครูนภเขตคณารักษ์ร่วมกับพระภิกษุ-สามเณรและทายกทายิกา คณะกรรมการ และประชาชนชาวตากฟ้า ก็ได้บริหารและร่วมกันพัฒนาวัดตากฟ้าให้มีความเจริญรุ่งเรื่องเป็นลำดับๆ มา โดยได้รับการสนับสนุนจากประชาชนชาวอำเภอตากฟ้าและใกล้เคียง ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายเป็นอย่างดี ทำให้วัดตากฟ้า มีถาวรวัตถุต่างๆ ครบถ้วนสมบูรณ์ตามลำดับ ดังต่อไปนี้
ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ที่หลวงพ่อพระครูนภเขตคณารักษ์ (สุรินทร์ จนฺทโชโต) เดินทางจากวัดจันเสนมาถึงสำนักสงฆ์ตากฟ้านิยมธรรมนั้น มีถาวรวัตถุที่ก่อสร้างไว้แล้วคือ ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารไม้ทั้งหลัง ยกพื้น หลังคามุงด้วยสังกะสี จำนวน ๑ หลัง กุฏิจำนวน ๓ หลัง เป็นอาคารไม้ทั้งหลัง ยกพื้น กั้นห้องขนาดกว้าง ๕ เมตร ยาว ๖ เมตร สำหรับเป็นที่อยู่ของพระภิกษุ สร้างเรียงกันอยู่ตรงใกล้กับสถานที่ก่อสร้างอาคารกองอำนวยการในโอกาสต่อมา เพราะบริเวณด้านหลัง (แนวหลังศาลาการเปรียญหลังปัจจุบัน กับแนวกำแพงด้านหลังอุโบสถ)ไปนั้น เป็นเขตที่เรียกกันว่า ป่าช้า สำหรับฝังและเผาศพคนตายทั้งหมด เพราะเดิมทีนั้น ที่ดินของวัดทางด้านทิศตะวันออกนั้นไปจรดกับลำคลองห้วยตะแคง แต่เมื่อมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ขึ้น ศูนย์นั้นตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เรียกกันว่าพื้นที่ตาบอด คือไม่มีทางออก จึงขอแบ่งพื้นที่ทางด้านตะวันออกของวัดไปเป็นของศูนย์วิจัยเพื่อทำทางเข้า-ออก ตามที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ต่อมามีการรังวัดที่ดินของวัดและบริเวณใกล้เคียง ยังมีที่ว่างเหลืออยู่บริเวณด้านหลังของวัด ทางคณะกรรมการจึงได้ ดำเนินการขออนุมัติที่ดินเพื่อสร้างวัดเพิ่มเติม จากนิคมสร้างตนเองอำเภอตาคลี กรมประชาสังเคราะห์ และได้รับอนุมัติให้ขยายเขตที่ดินเพื่อสร้างวัดตากฟ้านิยมธรรม เพิ่มเติมออกไปทางด้านหลังอีก ๑๑ ไร ๖๖ ตารางวา รวมเป็นเนื้อที่เพื่อการสร้างวัดตากฟ้านิยมธรรมทั้งสิ้น ๓๔ ไร่ ๓ งาน ๔๘ ตารางวา (จากการสัมภาษณ์หลวงพ่อพระครูนภเขตคณารักษ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗)
พ.ศ. ๒๕๐๙ - ๒๕๑๑ ดำเนินการก่อสร้างพระอุโบสถวัดตากฟ้า ลักษณะเป็นทรงไทยหลังคาลด ๒ ชั้น สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๘ เมตร หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบอย่างดี (กระเบื้องเกล็ดปลา) สิ้นค่าก่อนสร้าง ๖๕๐,๐๐๐ บาทเศษ เจ้าภาพอุปถัมภ์หลักคือพ่อถุงเงิน แม่สายทอง ปิยะชน ร่วมด้วยตระกูลทวีแสง ตระกูลสิงห์ทอง ตระกูล - และตระกูล -

อุโบสถด้านหน้า (เหนือ)
อุโบสถด้านข้าง (ตะวันตก)
พ.ศ. ๒๕๑๐ ๏ ดำเนินการขออนุมัติที่ดินเพื่อสร้างวัดเพิ่มเติม จากนิคมสร้างตนเองอำเภอตาคลี กรมประชาสังเคราะห์ ตามหลักฐานหนังสือนิคมที่ มท. ๐๗๑๒/๑๒/๒๐๘ ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๑๐ กรมประชาสงเคราะห์ได้พิจารณาแล้ว อนุมัติให้ขยายเขตที่ดินเพื่อสร้างวัดตากฟ้านิยมธรรม เพิ่มเติมออกไปทางด้านหลังอีก ๑๑ ไร ๖๖ ตารางวา รวมเป็นเนื้อที่เพื่อการสร้างวัดตากฟ้านิยมธรรมทั้งสิ้น ๓๔ ไร่ ๓ งาน ๔๘ ตารางวา ตามหนังสือที่ มท. ๐๗๑๑ ๗๗๔ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๑๐ ลงนามโดย นายอร่าม สุทธะพินธุ อธิบดี รักษาการแทนอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ นายสนิท คล้ายมงคล นายบุญทวน ขันติสิทธิ์ ผู้รังวัด.
๏ ได้รับอนุญาตแต่งตั้งให้เป็นวัด ชื่อว่า “วัดตากฟ้า” โดยกระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งเป็นวัดขึ้นในพระพุทธศาสนา มีนามว่า วัดตากฟ้า ณ วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๑๐ ลงนามโดย พลตรี นราธิป (กรมหมื่นนราธิปพงค์ประพันธ์) รองนายกรัฐมนตรี รักษาการแทนรัฐมนตรว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. ๒๕๑๑ ดำเนินการก่อสร้างอาคารโรงครัว สำหรับเป็นที่ปรุงอาหารและเป็นสถานที่ฉันภัตตาหารของพระภิกษุ-สามเณร ลักษณะเป็นโรงไม้ยกพื้น สร้างด้วยไม้เนื้อแข็งอย่างดี กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๑ เมตร มีห้องสำหรับเป็นที่อยู่ของพระภิกษุ ๒ ห้อง ด้านล่างเป็นห้องสำหรับเก็บอุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ
๏ ดำเนินการก่อสร้างกุฏิไม้หลังที่ ๑ - ๘ สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ยกพื้น หลังคามุงด้วยสังกะสี ขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๖ เมตรกั้นเป็น ๒ ห้องนอน สำหรับเป็นที่อยู่ของพระภิกษุ กุฏิละ ๒ - ๔ รูป
พ.ศ. ๒๕๑๒ ๏ ดำเนินการก่อสร้างซุ้มประตูและกำแพงด้านหน้าวัด สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง ๒ เมตร ยาว ๓๐๐ เมตร เจ้าภาพหลักคือ พ่อถุงเงิน แม่สายทอง ปิยะชน
๏ ดำเนินการก่อสร้างหอระฆัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนบนทำเป็นยอดมณฑป ขนาดกว้าง ๒๖๐ เซนติเมตร ยาว ๒๘๐ เช็นติเมตร สูง ๑๖ เมตร เจ้าภาพคือ พ่อถุงเงิน แม่สายทอง ปิยะชน (บนยอดซุ้มหอระฆังบรรจุพระสมเด็จหลังเสือ หลวงพ่อสุรินทร์ รุ่นที่ ๑)
หอระฆัง ตระกูลปิยะชน เจ้าภาพ
๏ จัดงานผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตอุโบสถ ซึ่งถือว่าเป็นอุโบสถหลังแรกของอำเภอตากฟ้า (มหานิกาย) (บนช่อฟ้าพระอุโบสถบรรจุพระสมเด็จหลังเสือ หลวงพ่อสุรินทร์ รุ่นที่ ๑)
พ.ศ. ๒๕๑๓ ดำเนินการก่อสร้างกุฏิทรงไทยประยุกต์ ๒ ชั้น กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๑ เมตร ด้านล่างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก (๑ ห้องเอนกประสงค์ ใช้เป็นห้องเรียนนักธรรม และอื่นๆ ๔ ห้องน้ำ) เสา-พื้นและโครงสร้างด้านบนเป็นไม้เนื้อแข็งอย่างดี (๗ ห้องนอน) เหตุเพราะหลังคาด้านหน้ามีมุขเล็กๆ ๓ มุข จึงนิยมเรียกกุฏิหลังนี้ว่า กุฏิตรีมุข เดิมเป็นกุฏิที่อยู่ของท่านเจ้าอาวาส (พระครูนภเขตคณารักษ์) (ห้องที่ ๓) ส่วนห้องที่ ๔ - ๕ เป็นห้องพระ สำหรับการทำวัตรสวดมนต์เช้า (๐๔.๐๐ น.) ทุกวัน ของพระภิกษุสามเณร, ด้านหน้าชั้นบนเป็นห้องรับแขกของท่านเจ้าอาวาส จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ท่านเจ้าอาวาสย้ายออกไปอยู่กุฏิด้านหน้า ห้องพระจึงถูกกั้นสำหรับใช้เป็นห้องพักของพระภิกษุต่อไป (กุฏิหลังนี้ถูกรื้อถอนไปเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕)
กุฏิตรีมุข
พ.ศ. ๒๕๑๔ ๏ ดำเนินการก่อสร้างสระลอยกระทง (สระที่ ๑) สำหรับเป็นสถานที่ลอยกระทงในงานประจำปีของวัด มีลักษณะเป็นรูปวงกลม กว้าง/ยาว ๑๒ เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตรงกลางเป็นรูปดอกบัว มีน้ำพุโดยรอบ
๏ ดำเนินการก่อสร้างอาคารกองอำนวยการ พื้นเทด้วยคอนกรีต โครงสร้างเป็นไม้ทั้งหลัง กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๘ เมตร หลังคามุงด้วยสังกระสี มีห้องสำหรับเก็บวัสดุ-อุปกรณ์ต่างๆ ๑ ห้อง มีอาสน์สงฆ์ สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา สำหรับใช้เป็นอาคารกองอำนวยการรับบริจาคทานต่างๆ ในงานเทศกาลงานประจำปีของวัด ซึ่งจะจัดขึ้นในทุกๆ ปี ปีละ ๒ ครั้งคือ เทศกาลลอยกระทง และส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และใช้เป็นอาคารเอนกประสงค์อื่นๆ คือ การเรียนการสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม, การประชุมพระสังฆาธิการ, การประชุมอบรมพระนวกะ การประชุมพระนวกะของวัดตากฟ้าในทุกๆ วันโกน เป็นต้น
๏ ดำเนินการวางศิลาฤกษ์ศาลาการเปรียญ ตามหลักฐานคือแผ่นศิลาฤกษ์ที่ติดอยู่กับผนังศาลา คือ วันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ จ.ศ. ๑๓๓๒ ตรงกับวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ ลัคนาสถิตราศี เมถุน เสวยอารทา ประกอบด้วย เทวีฤกษ์ พระราชพรหมาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อเวลา ๐๘.๒๙ น. พระใบฎีกาสุรินทร์ จนฺทโชโต เป็นเจ้าอาวาสวัดตากฟ้า แม่สายทอง ปิยะชน ผู้อุปถัมภ์
พ.ศ. ๒๕๑๔ ดำเนินการก่อสร้างศาลาการเปรียญวัดตากฟ้า (ศาลารวมใจ) ลักษณะเป็นทรงไทยหลังคาลด ๒ ชั้น มีมุขหน้า ๓ มุข สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น กว้าง ๕๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ (กระเบื้องกาบกล้วย) บนเนื้อที่จำนวน ๑ ไร่ ๑ งานเศษ
ศาลารวมใจวัดตากฟ้า
๏ เปิดใช้ศาลาการเปรียญชั้นล้างเป็นสถานที่บำเพ็ญกุศล เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นสถานที่ในการบำเพ็ญกุศลในวันธัมมัสสวนะ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การประชุมคณะสงฆ์ การประชุมคณะกรรมการ เป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของญาติโยมที่เสียชีวิต ตลอดถึงกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ มีการเกณฑ์ทหารประจำปี เป็นต้น
๏ ทำพิธียกช่อฟ้าศาลาการเปรียญเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๓ (บน ช่อฟ้าศาลาการเปรียญ บรรจุพระสมเด็จหลังเสือหลวงพ่อสุรินทร์ รุ่นที่ ๒)
๏ และในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ นี้ ก็ได้เปิดใช้ศาลาการเปรียญชั้นบนเป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลด้วย เป็นสถานที่ในการบำเพ็ญกุศลในวันธัมมัสสวนะ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การประชุมคณะสงฆ์ การประชุมคณะกรรมการ (งานมงคล) แยกใช้ศาลาการเปรียญชั้นล่างสำหรับเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของญาติโยมที่เสียชีวิต และจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องการตายเท่านั้น (งานอวมงคล)
๏ ศาลารวมใจ ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๔ สรุปรวมแล้วใช้เวลาในการก่อสร้างศาลาการเปรียญ ๑๐ ปี สิ้นค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ
พ.ศ. ๒๕๑๕ ดำเนินการก่อสร้างกุฏิทรงไทยประยุกต์ ๒ ชั้น กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๑ เมตร ด้านล่างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก (๑ ห้องเอนกประสงค์ ใช้เป็นเก็บไม้ , โต๊ะ เก้าอี้ต่างๆ, ๒ ห้องเก็บของ, ๔ ห้องน้ำ) เสา-พื้นและโครงสร้างด้านบนเป็นไม้เนื้อแข็งอย่างดี (๗ ห้องนอน) เจ้าภาพหลักคือนายบุญโชค นางบัวงาม อร่ากุล จึงนิยมเรียกกุฏิหลังนี้ว่า กุฏิโชคงาม ตามชื่อของท่านเจ้าภาพ (กุฏิโชคงามถูกรื้อถอนไปเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘)
กุฏิแถวโชคงาม ๑ - ๒ และกุฏิโชคงาม (หลังในสุด)
พ.ศ. ๒๕๑๖ ดำเนินการก่อสร้างกุฏิทรงไทยประยุกต์ ๒ ชั้น จำนวน ๒ หลัง กว้าง ๘ เมตร ยาว ๙ เมตร ด้านล่างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก (๓ ห้องเก็บของ ใช้เก็บอุปกรณ์ต่างๆ มีไฟฟ้าเป็นต้น, ๒ ห้องน้ำ) เสา-พื้นและโครงสร้างด้านบนเป็นไม้เนื้อแข็งอย่างดี (๓ ห้องนอน) เนื่องจากสร้างต่อมาจากกุฏิโชคงาม จึงนิยมเรียกกันว่า กุฏิแถวโชคงามหลังที่ ๑ และกุฏิแถวโชคงามหลังที่ ๒ กุฏิแถวโชคงามหลังที่ ๑ และหลังที่ ๒ ถูกรื้อถอนไปเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘)
พ.ศ. ๒๕๑๗ ดำเนินการก่อสร้างโรงเลี้ยงทาน สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ยกพื้นลอย๑ เมตร เฉพาะห้องสุดท้าย ๒ ห้อง เพื่อใช้เป็นที่วางหมอ และอาหารต่างๆ เป็นส่วนสำหรับแม่ครัว หลังคามุงด้วยสังกะสี ขนาดกว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๑ เมตร เสาทุกต้นมีที่วางอาหาร และม้านั่งโดยรอบทุกต้น ใช้สำหรับเป็นสถานที่เลี้ยงทานให้กับคนที่มาเที่ยวในงานบุญและงานเทศกาลต่างๆ






สวัสดีครับพี่น้องศิษย์เก่าวัดตากฟ้าทุกรุ่นครับ กระผมก็เป็นศิษย์เก่าวัดตากฟ้าคนหนึ่งครับ ได้รับกาอบรมถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งทางโลก และทางธรรมมากก็พอสมควร วัดตากฟ้าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่กระผมให้ความเคารพศรัทธามาก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้สร้างขุดบัวที่อยู่ใต้โคลนตมให้ขึ้นมาดูแสงสว่างบนโลกผืนนี้ ให้ชีวิต ให้วิชาความรู้ กระผมพูดได้เลยว่าไม่มีที่อื่นใดจะให้ทุกสิ่งอย่างกับความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และคุณธรรม นอกจากที่วัดตากฟ้าแห่งนี้