อ ยุ ธ ย า บุ รี เ ท วี


เมื่อวาน ๓ พย. ๕๒ หลังจากเสร็จภารกิจงาน "ถอดบทเรียนกับกลุ่มทันตแพทย์" จากโรงเเรมกรุงศรีริเวอร์ อยุธยาแล้ว...

เป็นโชคดีของผมที่มีโอกาสไปชม "บุรีเทวี" ที่อยุธยา ในขณะที่กำลังสร้างยังไม่เเล้วเสร็จ แต่ก็งดงามสมกับอลังการงานศิลป์สร้างเมือง

ผมมีข้อมูลเกี่ยวกับ "บุรีเทวี" น้อยมากครับ ทราบเพียงเเต่ว่า อ.ดุลยพิชัย (คนข้างกาย ดร.ยุวนุช) ท่านปรารถนาให้ บุรีเทวี เป็นแหล่งเรียนรู้ "งานศิลป์สมบัติเมืองอยุธยา"

พลังความคิด และจินตนาการ ผสมผสานออกมาเป็นงานศิลป์ที่สื่อถึงความงดงามของศิลปะไทยที่งดงามและทรงคุณค่า

ผมได้เเต่เก็บภาพมาฝากกันชม เช่นเคยครับ...

มีบทกวีงามจากคุณธรรมทิพย์ มาประดับบันทึกเสริมเพิ่มความงาม คุณค่าของบุรีเทวีให้ชัดขึ้นในจินตนาการ

งามสืบศิลป์ศาสตร์ไซร้                    งามเมือง

สมบัติอยุธยาเรือง                           รุ่งฟ้า

สตรีอาจประเทือง                           สันติ    ไว้นอ

แม่แห่งธรรมชาติห้า                        โอบอุ้มวิญญาณ 

 

ดอกไผ่

๖ พย.๕๒

(และผมต้องขออภัย...ภาพชุดนี้ ถ่ายในบรรยากาศที่แสงน้อยมาก ทำให้ไม่คมชัดเท่าที่ควรครับ)

เพิ่มเติมความเห็นจาก ดร. ยุวนุช ทินนะลักษณ์

เรื่องราวของอยุธยาบุรีเทวี นั้นคุณเอกไม่ได้ฟังเพราะเรานั่งรถออกไปคนละคัน สั้นๆก็คือ เป็นแนวคิดเรื่องการมีพื้นที่ หรือเมืองของตัวเองในการดำเนินชีวิตในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ คือเชื่อในความดี ความอ่อนหวาน มิตรไมตรี สันติธรรม การหล่อเลี้ยงให้เจริญ ที่ผู้หญิงมี เมืองในยุคที่ผ่านๆมามีผู้ชายเป็นผู้ครองเมือง มีการสู้รบ มีความรุนแรง เขาจึงปรารถนาพื้นที่ที่มีความอ่อนโยน ยกให้ผู้หญิง หรือ "แม่ธรรมชาติ" เป็นผู้ปกป้องครองชีวิตทุกชีวิตในพื้นที่แห่งนี้ นี่คือที่มาแห่งชื่อ อยุธยาบุรีเทวี

แม่ธรรมชาติ ที่ อยู่ ณที่แห่งนี้ มี ๕ องค์...  พี่ขอนำความคิดของคุณดุลย์พิชัยที่พี่เรียบเรียงไว้นานแล้วมาฝาก

สังคมสยามมีเหตุ-ปัจจัย จากธรรมชาติ อำนวยให้เกิดความอุดมแก่ประเทศ มายาวนาน ๕ ประการ

  • เหตุข้อแรก ประเทศสยามมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ และชนชาวสยามก็เห็นความสำคัญของน้ำดั่งแม่ผู้หล่อเลี้ยงชีวิต ความตระหนักและสำนึกข้อนี้ การดูแลรักษาแม่น้ำ-สายน้ำจึงมีความเคารพประดุจแม่ ระมัดระวัง มิได้ล่วงเกิน อีกทั้งเมื่อถึงยาม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ของทุกปี ก็ได้จัดพิธีขอขมาต่อสายน้ำนั้น และเชื่อว่ามีเทวี นามว่า คงคาเทวี เป็นผู้ดูแลรักษาสายน้ำอันเป็นคุณแก่มวลมนุษย์ เรียกขานกันว่า พระแม่คงคา
  • เหตุข้อสอง ประเทศสยามมีวัฒนธรรมแห่งพื้นดิน ดินมีความสำคัญ ดินประดุจแม่ที่สิ่งมีชีวิตทั้งปวงถือกำเนิดและอาศัยอยู่ จึงมีความเชื่อและขนานนามดินว่า พระแม่ธรณี มีความเคารพว่า พระแม่ธรณีเป็นทรัพย์หลักในการดำรงชีพของชนชาวสยาม ทุกครั้งที่ย่างก้าว หรือเหยียบย่ำพื้นดิน จิตของทุกคนต่างให้ความสำนึกแห่งคุณในข้อนี้
  • เหตุข้อสาม ประเทศสยาม มีความเชื่อในคุณของอากาศ เชื่อว่าในอากาศมีเทพเทวีรักษาอยู่มากมาย หนึ่งในเทวีที่รู้จักกันดี คือ มณีเมขลาเทวี ซึ่งเป็นนางฟ้า เทวีแห่งท้องฟ้าอันกว้างใหญ่และสายฝน
  • เหตุที่สี่ เหตุอันอุดมสมบูรณ์น้ำ อุดมดิน และการที่มีอากาศธาตุอำนวยตามฤดูกาล เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดเทวีแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร เคียงคู่ชนชาวสยามอย่างยาวนาน ความสำนึกคุณข้อนี้ จึงขนานนามเทวีแห่งพืชทั้งปวงว่า โพสพเทวี หรือ พระแม่โพสพ ซึ่งมีทั้งพิธีหลวงบำรุงขวัญก่อนการเพาะปลูก ตลอดจนพิธีทำขวัญข้าวโดยชาวนาเมื่อรวงข้าวเข้าสู่ระยะตั้งท้อง เป็นประเพณีสืบทอดต่อเนื่องมาตั้งแต่โบราณกาล
  • เมื่ออุดมด้วย ๔ เหตุอันเป็นคุณูปการแก่มวลมนุษย์ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์พูนสุข จึงกำเนิดเทวีองค์สุดท้ายขึ้น คือ สุรัสวดีเทวี ซึ่งดูแลสติปัญญา จิตใจ อันมีองค์ประกอบของศิลปวิทยาในสายเลือด

ความสวยงามของภูมิปัญญาไทย

คอนเทมโพรารี่...ที่ลงตัว

ห้องนอน...

 

ดร.ยุวนุช ทินนะลักษณ์

ห้องโถงใหญ่ บุรีเทวี

ดร.ยุวนุช

คุณศิลาภูชยา

คุณธันยพร วณิชฤทธา

เกียรติศักดิ์ ม่วงมิตร : หนานเกียรติ

คุณศิลาภูชยา และ คุณเกียรติศักดิ์ (หนานเกียรติ)

ขอพื้นที่ของผมสัดนิดหนึ่ง "ถ่ายบนเรือล่องน้ำเจ้าพระยา"

items are from between 01 Nov 2009 & 03 Nov 2009.

IMG_4223IMG_4228IMG_4232IMG_4236IMG_4070IMG_4071
IMG_4233IMG_4234IMG_4235IMG_4238IMG_4023IMG_4047
IMG_4218IMG_4221IMG_4219IMG_4215IMG_4217IMG_4125

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๔ พย.๕๒

 

ถือโอกาสขอบคุณทีมงาน "ถอดบทเรียน" ทุกท่านที่ช่วยกันทำงานให้สำเร็จและน่าประทับใจครับ
 (ดร.ยุวนุช,คุณศิลาภูชยา,คุณธันยพร,คุณเกียรติศักดิ์)

 

 

หมายเลขบันทึก: 310971เขียนเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2009 22:16 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 21:50 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (32)

*** ภาพสวยทุกภาพเลยค่ะ คุณเอก ชอบจัง

*** ขอบคุณค่ะ

"ขลัง" กันทุกคนเลยครับ อิ อิ โดยเฉพาะอาจารย์นพลักษณ์ ๙ ;)

พี่เอกคะ

ระหว่างชมภาพ กำลังมีคิดเหมือนอ.Wasawat Deemarn เป๊ะ พอเลื่อนลงมาดูความคิดเห็น แหม...เจอความคิดเห็นอ.วัต แบบว่าใช่เลย

ภาพนี้ พี่นุช เหมือนสาวในตำนาน งามค่ะ ^_^

 

สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณเอก

เห็นภาพแล้วมีความสุขค่ะ

รู้สึกเหมือน 3 ท่านข้างบน

 ภาพสวย คนในภาพสวยสดใส ...อิ่มใจ

ฝากคิดถึงคุณศิลาภูชยาด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ..^_^

 

  • อยากไปด้วยจัง
  • ขอบคุณนะคะ สำหรับทีมถอดบทเรียนที่สุดยอดซึ่งความสามารถค่ะ

ทุกภาพและทุกคนสวยหมดเลย

สงสัยจังถ้าน้องเอก ถ่ายรูปพี่จะสวยบ้างไหม

ฝีมือช่างภาพ..จะช่วยไหวมั๊ย??

สวัสดีเจ้า..น้องเอก

งามแต้ๆเจ้า..กุ๊ฮูป

คนถูกบันทึกงาม..คนบันทึกหล่อ..ก่อเลยเป๋นความลงตั๋วตี้สมดุลตี้สุด..นะเจ้า

ฝากกำกึ๊ดเติงหา..ท่านอาจารย์นุช  น้องศิลา  น้องหนาน  กัลยาณมิตรตี้ฮักของปี้อ้วนตวยเน่อเจ้า

โดยเฉพาะน้องเอก..อากาศหนาวแล้ว บ่ดีลืมผ่อกอยสุขภาพนะเจ้า

กึ๊ดเติงหาเสมอเจ้า..ปี้อ้วน

ครู กิติยา เตชะวรรณวุฒิ จ่านกร้อง ครับ

ภาพชุดนี้ ถ่ายโดยบังเอิญจริงๆหลังจากเลิกงาน ก็ย่ำค่ำเเล้ว เราเดินทางไปบุรีเทวี แสงไม่มี อาศัยมือนิ่งๆถ่ายครับ

ขอบคุณครับสำหรับคำชมครับ

อ.Wasawat Deemarn

 theme เมืองเก่า ทำออกมาให้ขลังตามสถานที่ บรรยากาศครับ

ขลังแต่ขอหวยไม่ได้นะครับ ;)

ขอบคุณครับ น้อง มะปรางเปรี้ยว บรรยากาศพาไปครับ

ผมชอบภาพเซตเมืองโบราณที่อยุธยาครับ หากมีโอกาสแสงดีๆก็อยากถ่ายเก็บรายละเอียด

ภาพด้านบนมีการถ่ายภาพบ้านริมน้ำป่าสักปนมาสองสามภาพครับ

พี่สีตะวัน

ต้องบอกเลยว่าทีมงานที่พวกเราทำงานด้วยกัน เราทำงานขับเคลื่อนด้วยความสุขที่อยู่ข้างใน ดังนั้นเราเลยเอาความสุขมาเผื่อแผ่

ภาพหลายภาพล้วนแต่เป็นภาพหลังเลิกงานครับ แต่ดูทุกท่านไม่เหนื่อย และยังสู้ได้อีก :)

อาจารย์หมอนนท์เพื่อนร่วมทาง

เสียดายที่หมอนนท์กลับก่อนครับ เลยไม่ได่ล่องเรือทานอาหารไปด้วยกัน เสร็จเเล้วช่วงเย็นวันที่ ๒ เราเดินทางไปต่อที่บุรีเทวี ไม่ไกลจากกรุงศรีริเวอร์ (ประมาณ ๔ กม. )

ส่วนเรื่องการถอดบทเรียนกลุ่มทันตแพทย์  หมอบุญเอื้อ ท่านคงมีความสุขกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนะครับ :) อยากบอกว่า ทันตแพทย์ น่ารักทุกท่านเลยครับ

ฝากความระลึกถึง ทุกท่านด้วยครับ

ครู ป.1

ทุกคนที่ถ่าย สวยอยู่ในตัวเอง และเป็นความสวยจากข้างในด้วยครับ ...

หากเจอครู ป.๑ ผมจะช่วยถ่ายให้ ก็รับรองสวย เพียงเเต่มีข้อเเม้ว่า ครูต้องยิ้ม นะครับ ส่วนผมเองเวลาถ่ายภาพผมก็ยิ้มไปด้วยครับ

สวัสดีครับ ปี้ ศน.อ้วน

ขอบคุณสำหรับคำชมครับ

สำหรับทีมงานของผมทุกท่าน มารวมตัวกันทำงานหลายประเด็นครับ พิสูจน์ฝีมือกันมาในหลายเวที และมีความสุขกับงานที่เราทำด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นทีมงานที่ลงตัวครับ

ต้องขอบคุณ พี่ อ.ดร.นุช,พี่ศิลา,พี่หนานและน้องน้ำฝน ทุกท่านสุดยอดครับ

เยี่ยมมากครับคุณเอกทุกภาพสื่อความหมายในตัวเองดีกว่าคำบอกเล่า ยิ่งภาพมุมส่วนตัว อิสระและดูเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดีครับ(คนดี กับ บรรยากาศดี)

ขอบคุณมากครับ ครู โต   นานพอสมควรทีเดียวนะครับ ที่ไม่ค่อยเห็นครูโตใน gotoknow คงสบายดีนะครับ

ภาพทั้งหมดใน theme เมืองเก่า และทีมงานทำงานของผมที่ทุกคนมีเเสงสว่างในตัวเองครับ

สวยงาม น่าประทับใจอีกแล้ว ^_^

ขอบคุณครับ อ.กมลวัลย์

เป็นช่วงเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงหลังทำงานเสร็จ ในค่ำของวันครับ ไปเยี่ยม บุรีเทวี แบบฉุกละหุก เหลือเกิน ฝนตกและมืดค่ำ แต่ก็ได้ภาพสวยจาก บุรีเทวีมาบ้างพอได้กลิ่นอาย

ต้องขออนุญาตนำภาพ นายแบบนางแบบ มาโชว์ ทั้งหมดคือทีมงานที่น่ารักครับ

  • แวะมาขอบพระคุณหนุ่มหล่อ (เรื่อย ๆ ไม่เมื่อย ไม่เหนื่อย อิอิอิ) ที่พาไปพบพานแต่สิ่งดีงามมากกกกก (จริง ๆนะ) รวมทั้งบทเรียนทรงคุณค่าที่ได้เรียนรู้ร่วมกันกับทีมงาน ทำให้รู้ตัวเองว่า "เราก็ทำได้ แก้ปัญหาเป็น" ทั้งนี้ ทั้งนั้น เพราะนักพัฒนาคน อย่างคุณเอกนี่เอง
  • คราวหน้าขอเรียนรู้บทเรียนใหม่ ๆ ไม่ซ้ำแบบอีกนะคะ
  • พักผ่อนเยอะ ๆ นะคะ โดยเฉพาะส้นเท้าที่กรำศึกมาเป็นเวลานาน

สวัสดีครับ อ.Sila Phu-Chaya

ปกติก็ไม่เหนื่อย ไม่เมื่อย เพราะมีทีมงานที่น่ารักครับ ต้องขอบคุณทีมงานเเละเรื่องราวที่ดีงาม ผมคิดว่ากระบวนการทำงานของพวกเราได้เปลี่ยนบางอย่างทั้งตัวเอง และผู้ที่เราทำงานด้วย ตรงนี้วิเศษสุดๆเลยครับ

เมื่อวันก่อน มี พอช. มาคุยเรื่อง การถอดบทเรียนและ KM กำลังวางแผนอยู่ครับ ว่าจะเอาอย่างไรดี เบื้องต้นผมมีประสานงานวิทยากรเข้ามาร่วมบางส่วนเเล้วครับ งานนี้เจอครูใหม่ วิมลศรี โรงเรียนเพลินพัฒนาด้วยอีกท่าน (ดูตามตารางปรึกษาหารือ)

ผมคงจะโทรศัพท์ไปปรึกษากับ อ.ศิลา ก่อนนะครับ ว่าควรทำอย่างไร

ภาพนี้เป็น Set ขอบคุณทีมงานด้วยครับ นำเสนอแบบ relex

"ขอบคุณจากใจ" ครับ

ถ่ายภาพได้สวยมากทุกครั้งจนเบื่อให้คำชมกันแล้วค่ะ^___^

แหม ภาพที่ถ่ายคู่กันphotoshop ซะสวยและหล่อเริด

เรื่องราวของอยุธยาบุรีเทวี นั้นคุณเอกไม่ได้ฟังเพราะเรานั่งรถออกไปคนละคัน สั้นๆก็คือ เป็นแนวคิดเรื่องการมีพื้นที่ หรือเมืองของตัวเองในการดำเนินชีวิตในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ คือเชื่อในความดี ความอ่อนหวาน มิตรไมตรี สันติธรรม การหล่อเลี้ยงให้เจริญ ที่ผู้หญิงมี เมืองในยุคที่ผ่านๆมามีผู้ชายเป็นผู้ครองเมือง มีการสู้รบ มีความรุนแรง เขาจึงปรารถนาพื้นที่ที่มีความอ่อนโยน ยกให้ผู้หญิง หรือ "แม่ธรรมชาติ" เป็นผู้ปกป้องครองชีวิตทุกชีวิตในพื้นที่แห่งนี้ นี่คือที่มาแห่งชื่อ อยุธยาบุรีเทวี

แม่ธรรมชาติ ที่ อยู่ ณที่แห่งนี้ มี ๕ องค์...  พี่ขอนำความคิดของคุณดุลย์พิชัยที่พี่เรียบเรียงไว้นานแล้วมาฝาก

สังคมสยามมีเหตุ-ปัจจัย จากธรรมชาติ อำนวยให้เกิดความอุดมแก่ประเทศ มายาวนาน ๕ ประการ

  • เหตุข้อแรก ประเทศสยามมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ และชนชาวสยามก็เห็นความสำคัญของน้ำดั่งแม่ผู้หล่อเลี้ยงชีวิต ความตระหนักและสำนึกข้อนี้ การดูแลรักษาแม่น้ำ-สายน้ำจึงมีความเคารพประดุจแม่ ระมัดระวัง มิได้ล่วงเกิน อีกทั้งเมื่อถึงยาม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ของทุกปี ก็ได้จัดพิธีขอขมาต่อสายน้ำนั้น และเชื่อว่ามีเทวี นามว่า คงคาเทวี เป็นผู้ดูแลรักษาสายน้ำอันเป็นคุณแก่มวลมนุษย์ เรียกขานกันว่า พระแม่คงคา
  • เหตุข้อสอง ประเทศสยามมีวัฒนธรรมแห่งพื้นดิน ดินมีความสำคัญ ดินประดุจแม่ที่สิ่งมีชีวิตทั้งปวงถือกำเนิดและอาศัยอยู่ จึงมีความเชื่อและขนานนามดินว่า พระแม่ธรณี มีความเคารพว่า พระแม่ธรณีเป็นทรัพย์หลักในการดำรงชีพของชนชาวสยาม ทุกครั้งที่ย่างก้าว หรือเหยียบย่ำพื้นดิน จิตของทุกคนต่างให้ความสำนึกแห่งคุณในข้อนี้
  • เหตุข้อสาม ประเทศสยาม มีความเชื่อในคุณของอากาศ เชื่อว่าในอากาศมีเทพเทวีรักษาอยู่มากมาย หนึ่งในเทวีที่รู้จักกันดี คือ มณีเมขลาเทวี ซึ่งเป็นนางฟ้า เทวีแห่งท้องฟ้าอันกว้างใหญ่และสายฝน
  • เหตุที่สี่ เหตุอันอุดมสมบูรณ์น้ำ อุดมดิน และการที่มีอากาศธาตุอำนวยตามฤดูกาล เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดเทวีแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร เคียงคู่ชนชาวสยามอย่างยาวนาน ความสำนึกคุณข้อนี้ จึงขนานนามเทวีแห่งพืชทั้งปวงว่า โพสพเทวี หรือ พระแม่โพสพ ซึ่งมีทั้งพิธีหลวงบำรุงขวัญก่อนการเพาะปลูก ตลอดจนพิธีทำขวัญข้าวโดยชาวนาเมื่อรวงข้าวเข้าสู่ระยะตั้งท้อง เป็นประเพณีสืบทอดต่อเนื่องมาตั้งแต่โบราณกาล
  • เมื่ออุดมด้วย ๔ เหตุอันเป็นคุณูปการแก่มวลมนุษย์ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์พูนสุข จึงกำเนิดเทวีองค์สุดท้ายขึ้น คือ สุรัสวดีเทวี ซึ่งดูแลสติปัญญา จิตใจ อันมีองค์ประกอบของศิลปวิทยาในสายเลือด

ขอบคุณมากครับ อ.ดร.ยุวนุช ข้อมูลที่อาจารย์นำเสนอ เติมบันทึกให้ชัดมากขึ้นครับ

                          @ งามสืบศิลป์ศาสตร์ไซร้          งามเมือง
                   สมบัติอยุธยาเรือง                           รุ่งฟ้า
                   สตรีอาจประเทือง                           สันติ    ไว้นอ
                   แม่แห่งธรรมชาติห้า                        โอบอุ้มวิญญาณ    
                                           ......................

                                                                       ดอกไผ่
                                                                ๖  พฤศจิกายน ๒๕๕๒

 

                  

 

ขอบพระคุณ คุณ ธรรมทิพย์   มากครับ ผมขออนุญาตนำกวีงามประดับบันทึกด้วยนะครับ

  • ขอบคุณที่ให้เกียรติค่ะ...
    โปรดกลับไปแก้นามปากกาใหม่ด้วยค่ะ...
    "ดอกไผ่"  ไม่ใช่  "กิ่งไผ่" ค่ะ  
    ขอบคุณที่ช่วยเปลี่ยนนามปากกาให้ใหม่ค่ะ.. ของเก่าดีแล้ว  อิอิ...
    (แก้เสร็จลบความคิดเห็นนี้ทิ้งได้เลยค่ะ)

แก้ไขเเล้วครับ

ต้องขออภัยมากๆครับ...

เอ..ทำไมผมถึงคิดว่าเป็น "กิ่งไผ่"

คิดว่า เมื่อเย็นโทรคุยกับคนชื่อ "กิ่ง" ครับ

หวัดดีครับผม

  • พี่เข้ามารายงานตัวครับ
  • หลังจากหายไปพักใหญ่
  • "งานศิลป์สมบัติเมืองอยุธยา"  นี่ล่ะนะ....ที่เค้าว่ามันคือความงามแห่งมรดกไทยที่เค้าหลงเหลือไว้ให้พวกเราได้ยลในงานศิลป์นั่นเอง
  • เข้าใจเขียนน่ะเอก..."อยุธยาบุรีเทวี"....เหมาะมากๆ เลยคำๆ นี้กับท่านพี่ ดร.ยุวนุช
  • เธองามได้ใจพี่ไปนานแล้วล่ะครับเอก...ตั้งกะงานโกทูโนฟอรัมโน่นเลย
  • คำๆ นี้  พี่เล็งเห็นเป็นเธอเลยจริงๆ...
  • เอกสบายดีนะครับน้อง...ขอบคุณครับผม 

พี่ Lioness_ann

พรุ่งนี้เช้าผมจะเจอพี่ อ.ดร.นุช จะบอกว่ามีคนปลื้มนะครับ :)

มาอวยพรให้เดินทาง ไปงานแต่งงานน้องเดย์โดยปลอดภัยค่ะ

ผมยังไม่ได้บอกเอกว่า

วันที่ผมฟังอาจารย์ดุลยพิชัย เรื่อง ภูมินิเวศน์/ภูมิวัฒนธรรม และได้อ่านบันทึกนี้

ทำให้ปิ้งแว๊ปเรื่องการทำที่พักที่ตาก ซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นแนวคิดสำคัญของ de' Musoi

คล้าย ๆ กับจะบอกกับเอกไปแล้วว่าผมจะทำเป็นพิพิธภัณฑ์ลาหู่ นั่นคือความคิด

แต่ที่ไปที่มาจริง ๆ ที่ทำให้ฉุกคิดคือที่ผมเอ่ยข้างต้น

ตอนนี้ผมตื่นเต้นกับการทำงานที่ตากมากครับ...

ขอบคุณมากครับพี่ครูใหม่ ครูใหม่ บ้านน้ำจุน  ผมปลอดภัยและหายห่วงครับผม

พี่หนานเกียรติครับ

ความหวัง พลังใจที่เเรงกล้า ทำให้งานข้างหน้าสนุกและท้าทาย ผมเป้นกำลังใจให้นะครับ ผมเชื่อว่า เดอมูซอย จะมีจุดเด่นที่ยากที่ใครจะเหมือน ที่ดอยมูเซอมีทุนที่ทุกที่ไม่มี

หากไม่มีงานที่ กทม. คงจะขอตามไป แอ่วด้วยนะครับ แต่ผมมีภาระกิจที่ กทม. คงต้องกลับมาก่อนครับผม

พรุ่งนี้เจอกันนะครับ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี