สวัสดีลูกศิษย์และชาว Blog ทุกท่าน
ผมได้รับเกียรติให้ไปบริหารหลักสูตร “พัฒนาทุนทางความรู้ ทักษะและทัศนคติสำหรับบุคลากรของสำนักข่าวกรองแห่งชาติระดับ 6-7” ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 5 – 27 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งผมได้เข้าไปเป็นครั้งที่ 3 แล้ว หลังจากที่ได้เข้าไปทำหลักสูตร HR for Non-HR ให้แก่ผู้บริหารจำนวน 2 รุ่นแล้ว
ครั้งนี้เป็นหลักสูตร 10 วัน ที่ผมได้จัดทำขึ้นเพื่อให้เข้าอบรมได้มีการ Share ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์มากทีเดียว
และยังได้รับเกียรติจากวิทยากรฯที่จะมาบรรยาย ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์มากมาย เช่น อาจารย์สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ บรรยายเรื่อง Blue Ocean Strategy , คุณไวฑูรย์ โภคาชัยพัฒน์ จาก TRIS เรื่องการบริหารเชิงคุณภาพ , Mind Mapping ที่จะทำให้เราฝึกสมองด้านการคิดอย่างเป็นระบบ หรือแม้กระทั่ง IQ , EQและอีกมากมาย ซึ่งสามารถนำมารวมไว้ในหลักสูตรฯดังกล่าว เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด
ผมจะสามารถให้เรามาแลกเปลี่ยนความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันผ่าน Blog นี้
จีระ หงส์ลดารมภ์
ภาพบรรยากาศพิธีเปิด วันที่ 5 พฤศจิกายน 2552
ภาพบรรยากาศ Morning Brief
บรรยากาศการบรรยายของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
อ.ตรีดาวอภัยวงศ์ บรรยายเรื่องการสร้างทีม
บรรยากาศงานเลี้ยงต้อนรับ เย็นวันที่ 6 พฤศจิกายน 2552
ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (ผขช) กล่าวถึงบรรยากาศและโครงการฯ
บรรยากาศ Morning Walking


คำถามทำหลักสูตร training ให้เป็น learning ได้อย่างไรครับ
สรุปการบรรยายพิเศษของผู้อำนวยสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
ความจำเป็นในการเรียนหลัดสูตรนี้
1. ผมและผู้บริหารให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แบบต่อเนื่องเป็นการพัฒนาในส่วนที่เกี่ยวกับความเป็นคนที่ต้องทำงานด้วยกันและจะต้องเดินไปในทิศทางเดียวกันที่เรียกว่า Triple T Excellent ในองค์กร
2. สิ่งที่นำมาหลังจากเรียนจบต้องเอาความรู้ข้อคิดในการทำงาน เราต้องมีการวางแผนว่าเราได้อะไรมาและจะกลับไปใช้อย่างไร? แต่อย่าพึ่งคิดว่าใช้ไม่ได้เพราะไม่มีปัจจัยรองรับ ไม่ต้องเปลี่ยนความคิดคนอื่น แต่เปลี่ยนในส่วนของตัวเอง ทำให้สุดเขตอำนาจของตัวเอง
3. สำนักงานข่าวกรองฯจะบริหารบนพื้นฐานของวิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ ยุทธศาสตร์แห่งชาติ เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจประเด็นเรื่องกลยุทธ์ต่างๆ จะได้เปลี่ยนแปลงไปตามหลักวิชาการ เพื่อให้เป็นกรอบคิดในการทำงานที่รับผิดชอบ การประเมินในยุคปัจจุบัน จะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการทำงาน การทำงานต้องมีตัววัดที่ชัดเจน สิ่งที่เกิดในระดับประเทศในองค์กร เปลี่ยนแปลงไปมีผลกระทบต่อทุนมนุษย์ สิ่งที่เรารับรู้ในวันนี้เราจะต้องปรับเพื่อรับกับสิ่งที่เราเผชิญ เราต้องมีปัญญา เพื่อแก้ปัญหาต้องเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทำให้เรามีปัญญา และมีความคิด
สรุป Workshop
การปฐมนิเทศในวันนี้ได้อะไรบ้าง
สวัสดีครับ.....ผมมาสายครับต้องขอโทษด้วยครับ
รายงานตัวคะ!
555 อย่างน้อยก็ได้เจอเพื่อนเก่า ได้พบเพื่อนใหม่ในห้อง ล่ะคร๊าบ แค่เริ่มต้นก้อเห็นปลายอุโมงค์แล้ว
เมื่อเช้าได้ฟังอาจารย์ให้ความรู้จากประสบการณ์รู้สึกประทับใจอาจารย์มากค่ะ
8 K's เพื่อการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ซึ่งประกอบด้วย
* Human Capital (ทุนมนุษย์)
* Intellectual Capital (ทุนทางปัญญา)
* Ethical Capital (ทุนทางจริยธรรม)
* Happiness Capital (ทุนแห่งความสุข)
* Social Capital (ทุนทางสังคม)
* Sustainability Capital (ทุนแห่งความยั่งยืน)
* Digital Capital (ทุนทาง IT)
* Talented Capital (ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ)
สขช.จะต้องสร้างแรงจูงใจให้เกิดความรักองค์กร และกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง
รายงานตัวครับและจะนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้และกระจายความรู้ให้กับเพื่อนร่วมรุ่นอย่างต่อเนื่อง..ต่อเนื่อง..และต่อเนื่อง
ปฏิญญาเพิร์ธ”หนุนบทบาทผู้นำรุ่นใหม่ สร้างเครือข่ายลด “ขัดแย้งทางศาสนา”
ารประชุม Interfaith Dialogue มีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งที่เกิดจากความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้าใจและสันติภาพให้เกิดขึ้นในที่สุด โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ “ผู้นำรุ่นใหม่” ซึ่งจะมีศักยภาพในการสร้างเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงกลุ่มชนที่มีความแตกต่าง หลากหลายในภูมิภาคให้ก้าวเดินไปพร้อมกันและในทิศทางเดียวกันอย่างเป็น รูปธรรมต่อไป
เราจำเป็นต้องมีผู้นำในองค์กรอย่างไร
- ผู้นำที่มองว่าคนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด มองเห็นคุณค่าของคน
- ผู้นำที่สามารถสร้างศรัทธาและความเชื่อม้นให้กับผู้ตาม
- มีวิสัยท้ศน์ มองทุกสิ่งในระยะยาว
- มีการตัดสินใจที่ดี
- มีพลังและความสุขในงานที่ทำ
- มีความอดทนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
ฯลฯ
ข้อคิดจากบทความ 8 บทเรียนผู้นำของ Mandela ที่ได้รับประการแรกคือ การเรียนรู้ประสบการณ์ของคนคนหนึ่งว่า คนเราไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในสภาวะใดก็สามารถพัฒนาคนและเรียนรู้ได้ หรือช่วยจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจกลายเป็นพลังขับเคลื่อน หรือทำให้ผู้อื่นเรียนรู้ในสิ่งที่เขาได้กระทำ โดย 8 ประเด็นของความเป็นผู้นำของ Mandela นั้น ในเรื่อง 1) ความกล้าหาญของ Mandela อยากกล่าวรวมถึงการเสียสละด้วย เพราะการที่ Mandela ยอมติดคุก 27 ปี เพื่อสร้างหรือจุดประกายนั้น กระทำได้ยาก น้อยคนนักจะยอมพลีตนให้ แต่เมื่อกล้าหาญก็จะได้รับผลสำเร็จกลายเป็น Role Model ต่อคนรุ่นหลัง 2) การเป็นผู้นำต้องรู้จังหวะวิธีจะอยู่เบื้องหน้าหรือหลังอย่างไร ดูสภาวะไหน 3) การจัดการบริหารศัตรูก็เป็นแนวคิดที่ล้ำเลิศ เหมือนคำกล่าวที่ว่า “รู้เขารู้เรา” คือต้องศึกษาให้รู้ซึ้งถึงแก่นแท้ของเขา เพื่อให้รู้ว่าควรจะจัดการอย่างไร 4) คล้ายคลึงกับข้อ 3 การจะอยู่อย่างผู้นำควรใกล้ชิดกับศัตรูให้มากกว่า การมีมิตรที่ใกล้ชิดรู้จักรู้ใจกันเป็นเรื่องที่ดี แต่การรู้จักศัตรูยิ่งดีกว่า 5) ผู้นำต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี ภาพลักษณ์คือ ภาพที่คนมอง ที่คนจะจดจำเรา ภาพลักษณ์ที่ไม่ดีมักจำได้มากกว่าที่ดี โดยเฉพาะในหมู่คนไทย ดังนั้น การเป็นผู้นำต้องรู้จักเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในทุกๆ ด้าน เหล่านี้สร้างกันได้ 6) แนวคิดที่ว่าไม่มีอะไรถูกหรือผิด 100% ข้อนี้ก็สำคัญ หากเราไป assumption สิ่งนั้นสิ่งนี้ไปแล้วว่าถูกหรือผิด จะทำให้ทัศนคติต่อสิ่งนั้น อาจผิดหรือเกินเลยไป การทำอะไรกลางๆ หรืออยู่บนความพอดีไว้ก่อนไว้ก่อน จะเป็นแนวทางให้เราสามารถประนีประนอม หรือต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย 7) คนเราต้องเรียนรู้ก้าวย่างของตน รู้จังหวะเวลา รู้สถานการณ์ว่าแค่ไหนถึงจะพอ แค่ไหนถึงจะออกห่าง ไม่เชื่อความคิดของตนเองเป็นใหญ่ ขณะเดียวกันก็ไม่เชื่อคนใกล้ชิดแวดล้อมเกินไป ไม่ใช่เชื่อ แต่รับฟังเมื่อฟังแล้วต้องคิด คิดอย่างไม่เข้าข้างตนเอง เมื่อคิดได้แล้วก็ต้องทบทวนดูอีกครั้ง การจะเป็นผู้นำที่ดีมีความสามารถคือ ต้องคิดวิเคราะห์ให้เป็น คิดวิเคราะห์ให้รอบด้าน เพื่อปรับวิธีคิดในการทำงาน ซึ่งตรงกับหลักการทำงานของ สขช. คือ ต้องคิดวิเคราะห์รอบด้าน ต้องแยกแยะเป็น งานที่ทำจึงจะประสบผลสำเร็จ
บทเรียนของ Nelson Mandela กับการเป็นผู้นำ สขช.
การเป็นผู้นำ สขช.ยุคใหม่ในทุกระดับ ที่ต้องนำพา สขช.สู่จุดหมายปลายทางอย่างมั่นคง และ ถูกทิศทาง ผู้นำยุคใหม่ ต้องมีความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง และรับสิ่งใหม่ ที่ต่างไปจากแบบเดิมๆ เพื่อจุดประกายสมาชิกในองค์กร สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น และ นำพาองค์กรรุกไปข้างหน้าอย่างมีทิศทาง โดยแรงผลักดันของผู้นำการเปลี่ยนแปลง ต้องจริงจัง จริงใจ มีความไว้วางใจ และ เชื่อมั่นในศักยภาพของผู้ตาม รู้งาน รู้คน แล้วใช้ศักยภาพของคนเหล่านั้นอย่างเต็มที่ ผู้นำยุคใหม่ของ สขช.ต้องไม่ใช่การสื่อสาร และ สั่งการ แต่ต้องเปิดกว้างรับฟัง รู้จักการประนีประนอมบนพื้นฐานความถูกต้อง รู้จังหวะเวลารุก หรือ ถอย นอกจากนี้ที่สำคัญ คือ ผู้นำ สขช.ยุคใหม่ ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี สร้างความเชื่อมั่น ศรัทธา (Trust) เพื่อนำพาสมาชิกในองค์กรก้าวไปด้วยกัน (Team) อย่างมีจุดหมายเพื่อความสำเร็จในวันพรุ่งนี้ (Tomorrow)
ทั้งหมดนี้ คือ การนำแนวคิดจากบทเรียนของ Nelson Mandela มาปรับใช้กับการพัฒนา สขช. สู่ความเป็นเลิศในทุกด้าน
------------------------------------------
นายสุวิมล มานะการ
ผู้เข้าอบรม
6/11/52
8 บทเรียนผู้นำของ Mandela
1. ความกล้าหาญ ผู้นำต้องมีความสามารถในการจุดประกายให้คนอื่นสามารถไปสู่ความเป็นเลิศ และสามารถเป็น Role model ได้
2. ผู้นำต้องเป็นผู้นำที่อยู่ข้างหน้า ต้องรู้จักรุกและรับ โดยไม่ประมาท
3. ผู้นำจะต้องทำให้คนที่เรายอมรับให้มีบทบาทนำ รู้สึกภูมิใจในความเป็นผู้นำอย่างสมศักดิ์ศรี และเป็นผู้นำอย่างแท้จริงไม่ใช่ตัวแทนของใคร
4. ผู้นำต้องรู้จักจัดการบริหารศัตรู ต้องรู้จักและศึกษาศัตรู เพื่อจะได้รับมือได้
5. ผู้นำควรให้ความใกล้ชิดทั้งกับคู่แข่งและมิตร
6. ผู้นำต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี ต้องเป็นผู้มีเกียรติและความสง่างามในทุกสถานการณ์ และทุกเวลา เป็นผู้นำแบบ Charismatic Leadership
7. ผู้นำไม่ควรตัดสินอะไรแบบเน้นถูกหรือผิดแบบ 100% ควรจะใช้การประนีประนอมอย่างเหมาะสม ตกลงกันบนพื้นฐานแบบ win-win แต่ต้องรักษาหลักการไว้ด้วย
8. ผู้นำต้องรู้จัก “พอ” และ “ถอย” รู้จังหวะหรือห้วงเวลาที่เหมาะสม โดยต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน เพื่อปรับวิธีคิดและการทำงาน
การเป็นผู้นำจากกรณีของ Mandela แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะหรือสถานการณ์ใด ผู้นำต้องมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย และแสวงหาสติและปัญญา พร้อมที่จะเรียนรู้ในทุกสถานการณ์ ทุกสถานที่ ซึ่งจะทำให้สามารถริเริ่มแนวคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพื่อสร้างคุณค่าให้ตัวเอง และเป็นพลังหรือต้นแบบให้คนในองค์กรทั้งหมด เพื่อร่วมกันผลักดันให้องค์กรขับเคลื่อนต่อไป
1. คุณลักษณะที่ดีของผู้นำตามแนวทางของ Mr.Nelson Mandela อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาแอฟริกาใต้
8 ข้อดังนี้.
1.1 มีความกล้าหาญ กล้าตัดสินใจ เพื่อนำองค์กรไปสู่เป้าหมาย แม้บางครั้งจะพบกับความผิดพลาดหรือล้มเหลว นั่นคือบทเรียน ที่ผู้นำต้องนำมาเป็นแบบอย่างหรือประสบการณ์ในการนำไปกำหนดทิศทางการทำงานให้กับตนเอง องค์กร และผู้ใต้บังคับบัญชา ต่อไป
1.2 มีภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ มนุษยสัมพันธ์ และมารยาททางสังคมที่ดี จะทำให้ได้รับการยอมรับ ศรัทธา ความไว้ใจ ทั้งจากคนในองค์กรและนอกองค์กร และพร้อมจะร่วมงานหรือให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มใจในทุกโอกาส
1.3 รู้จักบทบาท รู้จังหวะเวลาในการรุกหรือถอย เพื่อเพิ่มคุณค่าของตนเองในสายตาสาธารณชนและผู้ใต้บังคับบัญชา อย่าประมาท
1.5 การประนีประนอม อย่าคิดว่าความคิดของตนเองถูกต้องที่สุด ต้องยอมรับและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น นำส่วนที่ดีมาปรับใช้กับตนเองและงาน
1.6 นำอยู่ข้างหน้าอย่างสมศักดิ์ศรีและภาคภูมิใจโดยการเป็นผู้นำอย่างแท้จริง จะได้รับการยอมรับและยกย่องจากทุกคน
1.7 สัมพันธภาพกับเพื่อนทั้งมิตรแท้และมิตรทางการเมือง/ธุรกิจ เพื่อวางเครือข่ายการทำงานหรือขอความร่วมมือในอนาคต
1.8 การรู้เขารู้เราอย่างครอบคลุมและรอบด้าน ความผิดพลาดจะลดน้อย หรือแก้ไขได้ทันเวลา
2. ข้อคิดและการนำมาปรับใช้กับ สขช.ในฐานะเป็นองค์กรข่าวกรองด้านความมั่นคง ต้องรู้เขารู้เรา ข่าวต้องรวดเร็วและทันเวลาต่อการใช้ประโยชน์ ผู้นำต้องรอบรู้ รอบคอบ และมีวิสัยทัศน์ ในการนำความรู้และข้อมูลมาวิเคราะห์อย่างรอบด้าน แยกแยะส่วนที่ดีที่มาใช้ประโยชน์และตรงประเด็น เพื่อใช้กำหนดแผนการทำงานและเตรียมมาตรการป้องกันยับยั้งอย่างทันเวลา
สรุปบทเรียนของ Mandela
- ความกล้าหาญ คือความสามารถที่จะเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่น ๆ ประสบความสำเร็จสู่ความเป็นเลิศ
- การเป็นผู้นำที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง คือต้องเป็นทั้งผู้รุกผู้รับที่อยู่บนความไม่ประมาท และควรทำให้ผู้นำที่อยู่เบื้องหลังรู้สึกภาคภูมิใจและมีศักดิ์ศรี
- ต้องรู้จักคู่แข่ง หรือการบริหารจัดการคู่แข่ง ศึกษาว่าเขาชอบไม่ชอบอะไร
- ผู้นำควรทำความรู้จักและมีความใกล้ชิดกับคนทุกประเภท แม้แต่คู่แข่ง หรือคนที่ไม่สนิทสนม
- ผู้นำควรมีภาพลักษณ์ที่ดี ทำตัวให้มีเกียรติและสง่างาม อัธยาศัยดี
- มีการประนีประนอม พบกันครึ่งทาง
- ผู้นำควรรู้จักพอเพียงและถอยในบางโอกาส
การนำมาปรับใช้ใน สขช.
สขช.ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง ผู้นำต้องมีความกล้าที่จะเผชิญกับความเสี่ยงและเป็นตัวอย่างให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา กล้าที่จะเผชิญปัญหา เผชิญกับความจ็บปวด และต้องเป็นทั้งผู้รุกและผู้รับที่อยู่บนความไม่ประมาท ต้องรู้จักศัตรูและบริหารจัดการให้ดีเพื่อความอยู่รอดของประเทศ และควรมีมนุษยสัมพันธ์กับคนทุกระดับมีทั้งพี่ เพื่อน และน้อง เพื่อให้การบริหารงานในลักษณะบูรณาการก้าวไปอย่างมั่นคง รวมถึงการมีภาพลักษณ์ บุคลิกที่ดี มีอัธยาศัย รู้จักประนีประนอม ยอมถอยในบางโอกาส และควรมีความพอเพียงหรือรู้จักถอยในบางโอกาส
ข้อคิดจากกรณีศึกษา 8 บทเรียนผู้นำของ Mandela
สิ่งที่สำคัญที่สุดของการป็นผู้นำรุ่นใหม่ ต้องมีแนวคิดแบบสมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องรู้สึกว่าสูญเสีย แต่ก็จะต้องไม่ได้รับครบทุกความต้องการ หรืออยู่ในจุดที่ร่วมที่พอใจทั้งสองฝ่าย จึงจะสามารถนำพาองค์กรไปสู่จุดม่งหมายหรือภารกิจหลักได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ทั้งผู้นำและคนในองค์กรจะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดในการทำงานในอยู่ในลักษณะของการยอมรับ/รับฟังความคิดอื่นมากกว่าการใช้แนวคิดแบบบังคับบัญชาและสั่งการตามรูปแบบเดิม
8 ประเด็นของความเป็นผู้นำของ Nelson Mandela
ในมุมมองทางการข่าวใน 8 ประเด็นหรือหลักคิดของ Mandela จะไม่เกิดขึ้นได้หากไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้ความต้องการตัวเอง
ไม่ประมาณประเมินตัวเอง ขาดความมุ่งมั่น ท้อแท้และย่อท้อต่อปัญหาอุปสรรคที่ประสบ แต่กลับมีความเชื่อในสิ่งที่ตนทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ประโยชน์ของคนในชาติเป็นส่วนรวมโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนาหรือชาติพันธุ์
ความมุ่งมั่นตั้งใจทำในสิ่งที่เห็นว่าถูกต้อง แม้จะใช้เวลามากมายในการฟันฝ่า เป็นความกล้าหาญอย่างยิ่งที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ตนเอง ในขณะเดียวกันยังเพียรพยายามศึกษาตัวเอง ศึกษาเป้าหมายให้ถ่องแท้ ถึงการเอาชนะเป้าหมาย ปัญหาอุปสรรค ในกรณี Mandela ใช้การบริการจัดการศัตรู โดยเน้นการศึกษาศัตรู ภายหลังเรียนรู้และรู้จักตัวเอง ในทางการข่าว
เป็นกลยุทธิ์ในตำราพิชัยสงครามของซุนวูที่ว่า "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ไม่รู้เขาแต่รู้เรา ชนะหนึ่งพ่ายหนึ่ง ไม่รู้เขาไม่รู้เรา ทุกรบจักพ่ายแพ้"
เช่นเดียวกันในหลักการทางการข่าวหากไม่มีความมุ่งมั่น ไม่ศึกษาตัวเอง ไม่รู้จักตัวเองเสียก่อน ไม่รู้จักเรียนรู้จากประสบการณ์ความสำเร็จความพ่ายแพ้ และไม่ศึกษาเป้าหมายให้แจ้งชัด ย่อมตกเป็นเบี้ยล่าง และนำพาประชาชน ประเทศชาติไปสู่
ความเสี่ยง
การเป็นผู้นำที่ดีมีความคิดที่รอบคอบ มีจุดยืนที่แน่วแน้ไม่ทำอะไรบนความประมาท และในบางครั้งการเป็นผู้นำก็ต้องมีความภาคภูมิใจในตัวเอง พร้อมทั้งกล้าที่จะจัดการกับทุกสิ่งที่จะต้องเผชิญ และต้องรู้จักสังเกตคู่ต่อสู้ของเราด้วย ว่าเขาชอบอะไร คือการรู้เขารู้เรา มีการสร้างความใกล้ชิดรู้จักคู่แข่งเป็นอย่างดี มีความยือหยุ่น รู้จักการยอมรับในเรื่องแพ้หรือชนะ ประนีประนอม รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นแล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อนำมาปรับใชในการทำงาน แต่อย่างหนึ่งที่ผู้นำจะขาดไม่ได้คืนการเสริมสร้างบุคลิกที่ดูน่าเชื่อถือ และดูดี เพราะบุคลิกเป็นการสิ่งที่เห็นเป็นอันดับแรกจากภายนอก รวมทั้งการมีมนุษยสัมพันธ์ทีดี และมารยาททางสังคมที่ดีก็ถือได้ว่าเป็นการเสริมสร้างบุคลิกที่ดีของการเป็นผู้นำด้วย