หลายวันก่อนได้คุยกันว่าคนไข้ไข้หวัดใหญ่อาการจะหนักมากกว่าเดิม และมีหลายคนต้องนอนรักษาให้ห้อง ICU หลังจากตรวจไม่พบเชื้อ ไข้หวัดใหญ่ H1N1 แล้ว ยังมีผู้ป่วยที่มีภาวะปอดบวม ยังไม่ได้กลับบ้านอีก 2 คน คิดว่าเมื่อไหร่ สองคนนี้จะหายป่วย  ส่วนคนอื่นที่อาการหนักและเสียชีวิต กำลังอยู่ในระหว่างการวบรวมศึกษาประวัติและนำมาสรุป เพื่อไว้ศึกษาต่อไป

         เราได้นัดกลุ่มพยาบาลและผู้ปฏิบัติงาน มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเล่าสู่กันฟังถึงวิธีการเตรียมการรับมือการระบาด  การรักษา การดูแลผู้ป่วย รวมทั้งการประสานงาน การสอบสวนโรค และความรู้สึกขณะปฏิบัติงาน รอติดตามอ่านบันทึก นะคะ

        อ่านเจอบทความนี้แล้วน่าสนใจคงจะเป็นแนวทางให้รวบรวมข้อมูลได้ง่าย ขึ้น ขอนำแบ่งปันนะคะ เพราะตอนนี้ข่าวไข้หวัดใหญ่เริ่มจะห่าง ๆออก กลัวลืมนะคะ หนาวแล้ว ระวังสุขภาพนะคะ

http://beid.ddc.moph.go.th/th/images/clinicflu2009.doc

ลักษณะทางคลินิกของผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

ที่มีอาการรุนแรง

 แปลและเรียบเรียงโดยสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

                16 ตุลาคม 2552 กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ – เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางคลินิก และการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 องค์การอนามัยโลกได้จัดประชุมเป็นเวลา 3 วัน ณ องค์การอนามัยโลกภูมิภาคอเมริกา กรุงวอชิงตัน, ดี ซี ระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม 2552 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างแพทย์, นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข ประมาณ 100 ท่าน จากอเมริกา, ยุโรป, เอเชีย, แอฟริกา ตะวันออกกลาง และโอเชียเนีย

                การประชุมยืนยันว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ส่วนใหญ่ มีอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ที่ไม่มีอาการแทรกซ้อน และหายจากอาการป่วยได้เองภายใน 1 สัปดาห์ ถึงแม้จะไม่ได้รับการรักษา

ความต้องการการดูแลผู้ป่วยหนัก

                ถึงแม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง แต่ความกังวลต่างๆ ยังคงมีอยู่ในประเด็นการดูแลรักษาพยาบาลในผู้ป่วยจำนวนไม่มากที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรง และมีการดำเนินโรคอย่างรวดเร็ว ในบรรดาผู้ป่วยเหล่านี้ โรคปอดอักเสบรุนแรงมักเกี่ยวข้องกับอาการทำงานล้มเหลวของอวัยวะต่างๆ หรืออาการหอบหืดที่ทรุดลง หรือโรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง

                การรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ทำได้ยาก และต้องการความเอาใจใส่อย่างมาก ซึ่งประเด็นเหล่านี้บ่งชี้ว่า ห้องฉุกเฉิน และห้องผู้ป่วยหนัก (ห้องไอซียู) จะเป็นภาระในการดูแลผู้ป่วยอย่างมากในช่วงที่เกิดการระบาดใหญ่

                ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงนั้น จะพบภาวะปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัสได้บ่อยที่สุด และมักเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ส่วนการติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรียซ้ำ พบว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตประมาณ 30% ของผู้ป่วยที่เสียชีวิต ซึ่งมักเสียชีวิตจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และเกิดอาการช็อค

                การนำเสนอในที่ประชุมเปิดเผยว่าลักษณะอาการของการเกิดโรคที่รุนแรง กับข้อมูลสนับสนุนจากการศึกษาในสัตว์ทดลอง ยืนยันว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบรุนแรงโดยตรง

ลักษณะทางคลินิกแตกต่างจากโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

                ผู้เข้าร่วมประชุมที่ให้การรักษาผู้ป่วยแต่ละราย เห็นพ้องต้องกันว่าลักษณะทางคลินิกในผู้ป่วยอาการรุนแรงแตกต่างจากรูปแบบโรคที่เกิดในช่วงการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลอย่างมาก โดยผู้ป่วยอาการรุนแรงจำนวนมากอยู่ในช่วงอายุน้อยและสุขภาพดี ในขณะที่ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว หรือมีภาวะทางการแพทย์ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ได้จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรครุนแรงในผู้ป่วยเหล่านี้ ยังไม่เป็นที่เข้าใจนัก ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย

                ในผู้ป่วยอาการรุนแรง โดยทั่วไปอาการจะเริ่มแย่ลงราวๆ 3-5 วันหลังจากเริ่มป่วย อาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยหลายรายจะมีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลวภายใน 24 ชั่วโมง จนต้องเข้ารับการรักษาในห้องผู้ป่วยหนัก (ห้องไอซียู) และต้องให้เครื่องช่วยหายใจทันที อย่างไรก็ตามผู้ป่วยบางรายไม่ตอบสนองต่อเครื่องช่วยหายใจ ทำให้การรักษาทำได้ยาก

                ในเชิงบวก ที่ประชุมได้มีการเสนอหลักฐานทางวิชาการ เรื่อง ผลการรักษาด้วยยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ หรือซานามิเวียร์อย่างทันท่วงที จะช่วยลดอาการป่วยรุนแรงและเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต ซึ่งสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่การรักษาในระยะต้นด้วยยาเหล่านี้ในผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ โดยไม่ต้องรอผลตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ

                นอกจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนของไวรัสโดยตรงแล้ว จากหลักฐานแสดงให้เห็นว่า โรคปอดอักเสบที่เกิดการการติดเชื้อร่วมของแบคทีเรียทำให้อาการป่วยรุนแรง และทรุดลงอย่างรวดเร็ว แบคทีเรียที่พบว่ามักเป็นสาเหตุดังกล่าว ได้แก่ Streptococcus pneumoniae และ Staphylococcus aureus รวมถึงสายพันธุ์ที่ดื้อต่อ methicillin เมื่อพบการติดเชื้อร่วมกับแบคทีเรียบ่อยขึ้น แพทย์จึงเน้นย้ำในการพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมสำหรับการรักษาโรคปอดอักเสบที่ติดเชื้อในชุมชน

กลุ่มคนที่เสี่ยงมากที่สุด

                ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นพ้องกันว่า กลุ่มเสี่ยง 3 กลุ่มที่มีความเสี่ยงที่สุดต่อการเจ็บป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิต ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนสุดท้าย, เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และผู้ป่วยที่มีโรคปอดเรื้อรัง รวมถึงโรคหอบหืด ส่วนความผิดปกติทางระบบประสาทสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรคในเด็กได้

                มีหลักฐานเพิ่มเติมอีกว่ากลุ่มประชากร เช่น ชนกลุ่มน้อย และคนพื้นเมืองเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโรครุนแรงด้วย แม้ว่าจะยังไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่ทำให้ความเสี่ยงในกลุ่มนี้สูงขึ้นก็ตาม แต่จากทฤษฎีบ่งชี้ว่า อาจเกิดจากการเจ็บป่วยที่พบบ่อยในประชากรกลุ่มนี้ ได้แก่ เบาหวาน และหอบหืด รวมทั้งการขาดการเข้าถึงการดูแลทางสาธารณสุข

                แม้ว่าในปัจจุบันความเสี่ยงในเรื่องของภาวะอ้วนจะยังไม่เป็นที่เข้าใจ แต่ประชากรที่อ้วนโดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นโรคอ้วน เป็นประชากรกลุ่มหลักของผู้ป่วยอาการรุนแรง และเสียชีวิต ความอ้วนไม่ได้ถือว่าเป็นปัจจัยความเสี่ยงทั้งในเหตุการณ์การระบาดใหญ่ในอดีต หรือโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล องค์การอนามัยโลกและภาคีเครือข่ายได้จัดทำแนวทางด้านวิชาการ และการสนับสนุนด้านการปฏิบัติ เพื่อช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาให้มีการตรวจสอบ และการรักษาการเจ็บป่วยที่มีสาเหตุจากไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ให้ดีขึ้น คำแนะนำการดูแลผู้ป่วยดังกล่าวสามารถปรับใช้ได้ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด

 

ที่มา: World Health Organization. Clinical features of severe cases of pandemic influenza. 2009 Oct 16 [cited 2009 Oct 19]; Available from: http://www.who.int/csr/disease/swineflu/notes/h1n1_clinical_features_20091016/en/index.html