ดอกปีบ

มนต์รัก...ดอกปีบ

       สองสามวันมานี่ลมหนาวพัดแรงจนต้องปิดประตู ไม่ให้ลมพัดเข้าเพราะโรงเรียนหันหน้าสู้ลมหนาวซึ่งปกติทุกปีจะไม่หนาวมากมายนัก แต่วันนี้"หนาวแรงจัง"

         เด็กๆหายไปทางห้องน้ำหลังโรงเรียนเป็นครู่ใหญ่แล้วกลับมาพร้อมดอกไม้ในมือ ที่มีกลิ่นหอม..มาก

        ดอกปีบ ซึ่งพากันร่วงหล่นจากลมแรง และถึงวาระของมันกระจายเต็มพื้นไปหมด เด็กๆผู้หญิงจะชอบเก็บมาให้คุณครู(คงนึกว่าครูเหมาะสมกับดอกไม้โบราณ)

       

         หนูเมอรี่ก็มี                       ไข่มุกก็มี           น้องมิ้นก็มี

 

สาว สาว สาว ก็เก็บมา

คนละเท่านี้                  ก็กลายเป็นเท่านี้

จากหอม..กลายเป็นฉุน มันเยอะเกินไปแล้วจ้า..พอแล้ว!!

ปีบ (Millingtonia hortensis Linn.f.)
          ไม้ต้นชนิดนี้ขึ้นง่ายและโตเร็ว พบขึ้นทั่วไปตามป่าผลัดใบ เป็นพันธุ์ไม้ในวงศ์ Bignoniaceaeวงศ์เดียวกับศรีตรัง และชมพูพันธุ์ทิพย์ มีชื่อเรียกในภาคเหนือว่า กาซะลอง และกาดสะลอง ทางกาญจนบุรี ชาวกะเหรี่ยงเรียก เต็กตองโพ่ ปีบเป็นไม้ต้นขนาดกลาง ลำต้นตรง ผิวแตกเป็นเหลี่ยมตื้น เรือนยอดเป็นพุ่มรี ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก แยก ๒-๓ ครั้ง เรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปไข่ปลายแหลม ขอบใบเรียบหรือหยักเล็กน้อยใบสีเขียวเข้ม ผิวใบมัน ช่อดอกเกิดที่ปลายกิ่ง มีขนาดใหญ่ แตกแขนงค่อนข้างโปร่ง ดอกสีขาวขาวนวล หรืออมชมพูอ่อน ส่วนที่เป็นหลอดเรียวยาว ๖-๗ ซม. ปลายแยกเป็น ๕ แฉก สามแฉกกางออกจากกัน อีก ๒ แฉกโคนชิดกัน ปลายเว้าลง ดอกบานกลางคืน มีกลิ่นหอมเย็น ตอนสาย
ดอกร่วง ดอกในช่อทยอยบานเรื่อยๆ ราว ๑ เดือนออกดอกตั้งแต่เดือนตุลาคม-มีนาคม ผลเป็นฝักแบนยาว ๒๐-๒๕ ซม. เมล็ด แบนเป็นปีก ปลิวไปได้ไกล
         ปีบเป็นพันธุ์ไม้ที่มีทรงต้นสวย ดอกหอมดอกแห้งนำมาปนกับยาเส้นใช้มวนบุหรี่สูบ รากใช้เป็นสมุนไพร เนื้อไม้ใช้ทำเครื่องเรือน เป็นพันธุ์ไม้ที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ และเป็นไม้ริมถนน ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด หรือตอนกิ่งหรือจากไหล


ขอบคุณ เกร็ดความรู้

 จาก ปีบ (Millingtonia hortensis Linn.f.)