Lean คือความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนความสูญเปล่า (waste) ในระบบมาเป็นคุณค่า (value) ในมุมมองของผู้ปวย และทำอย่างต่อเนื่อง

 

ด้วยภาระกิจที่ต้องมีการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพ แก่โรงพยาบาลทุกแห่งในประเทศไทยที่สมัครใจ สรพ.(สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล) ได้นำเครื่องมือและแนวคิดที่เป็นสากล และเป็นที่ยอมรับ มาให้รพ.ต่างๆ ได้เรียนรู้ ที่คุ้นๆ ตา และรพ.ต่างๆ ได้เรียนรู้มาแล้ว เช่น Trigger tools ,Clinical tracer, CQI เป็นต้น  มีเครื่องมืออีกชนิดหนึ่งซึ่ง สรพ.ร่วมกับ Asian Productivity Organization (APO) ผ่านสถาบันเพิ่มผลผลิต นำ LEAN  มาใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล

 

Lean คือความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนความสูญเปล่า (waste) ในระบบมาเป็นคุณค่า (value) ในมุมมองของผู้ปวย และทำอย่างต่อเนื่อง เดิมได้นำไปใช้ในอุตสาหกรรม แต่สำหรับประเทศไทย เป็นประเทศที่นำร่องนำ LEAN มาใช้ใน Healthcare

เมื่อรพ.หลายๆ แห่งได้เรียนรู้ LEAN และนำไปใช้จริงแล้ว สรพ.ก็ต้องไม่น้อยหน้ารพ. เรานำสิ่งที่เราแบ่งปันให้รพ.ได้เห็นประโยชน์ นำมาบอกเล่า บอกกล่าวและเรียนรู้ร่วมกันในสถาบันฯ ที่ปรึกษาและน้องๆ เกือบจะทุกฝ่ายได้เรียนรู้ เครื่องมือนี้อย่างสนุกสนาน

ดังนั้น สรพ.ที่มีแนวคิด ...

”เรามาช่วยกันเพิ่มความหมายให้กับชีวิตผ่านการทำงานร่วมกัน”

เราจึงจัดกระบวนการเรียนรู้ เรื่อง Lean กันขึ้นมา นำโดย อ.จักษณา ผู้เชี่ยวชาญ ด้าน LEAN โดยเฉพาะ ค่ะ พร้อมกับทีมงาน

 

เริ่มเช้าวันที่ 29 ตค  52 นัดกัน 0900 แต่ด้วยทุกคนมีภาระกิจ การงานที่มากมาย ทำให้การปลีกเวลามาร่วมประชุมอาจจะไม่พร้อมเพรียง เอาละ ไม่เป็นไร มีมาเท่าไหน เราเริ่มไปก่อน อ.จักษณา อธิบาย ที่มา ที่ไป ความหมายของ LEAN ให้น้องๆ สรพ. ฟัง แล้วเราก็เริ่มไปปฏิบัติการ LEAN กันเป็นขั้นเป็นตอนเลยค่ะ

  

ขั้นแรก เรียนรู้เรื่องกระบวนการตรวจรักษาคนไข้ที่ห้องฉุกเฉิน ใช้เลโก้มาต่อเป็นคนไข้ กำหนดให้มีผู้เล่นเกมส์ เป็นเวรเปล เจ้าหน้าที่ลงทะเบียน แพทย์ พนักงานทำความสะอาด LAB, X ray และ เจ้าหน้าที่รับ จำหน่ายผู้ป่วย เราจำลองรพ.มาไว้ที่สำนักงานเราเลยค่ะ แล้วเราก็ให้แต่ละคนเลือกว่าจะนั่งที่ตำแหน่งใด แบ่งเป็นสองกลุ่ม(1 และ2) พอลล่าให้โอกาสน้องๆ ได้เลือกก่อน พอลล่ารอนั่งที่เหลือไม่มีใครเลือก อิอิ เคยแต่ดูรพ.เขาเล่น วันนี้มาเล่นเอง คงได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากกลุ่มด้วยค่ะ

     

รอบแรก ต่างคนก็ไม่รู้ว่าตำแหน่งที่ตนนั่งนั้น คือใคร ทำหน้าที่อะไร บางคนไม่ทราบมาก่อนว่าจะได้เป็นแพทย์ ก็ดีใจมากๆ ที่ได้นั่งตำแหน่งของแพทย์ ตั้งใจอ่านแนวทางการทำงานของตนเอง  บางคนบอกว่าจับสลากมาได้แพทย์ เลยไม่อยากทำงาน ซะงั้น อิอิ

ในกลุ่มมีคำถามบ้าง โวยบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ไม่เข้าใจคำศัพ์บ้าง แต่ไม่เป็นไร เพราะมันเป็นกระบวนการเรียนรู้ เราให้รพ.เล่นเกมส์ เราไม่บอกอะไรเขาเลยนะ อ.จักษณา ว่างั้น อิอิ แต่สำหรับพอลล่า ได้เป็น Porter มีหน้าที่ส่งหัวกับเท้า คนไข้(ปลอม)ไปตรวจ แลป และส่งตัวไปเอกซเรย์ และต้องทำความสะอาดห้องตรวจเมื่อแพทย์ตรวจเสร็จ ซึ่งงานนี้หมูจังเลย......สบายกว่าเพื่อน

    

คนที่ไม่หมู เห็นจะเป็นแพทย์ เพราะต้องรักษาคนไข้ ตามแนวทางการตรวจรักษา การคัดแยกผู้ป่วย ตามสีต่างๆ ของเลโก้ แพทย์ต้องถอดชิ้นส่วนและประกอบให้ถูกต้อง แล้วส่งไปจำหน่ายกลับบ้านหลังจากนั้นก็เรียกพนักงานมาทำความสะอาดห้องก่อนที่จะตรวจรักษาคนต่อไป อันนี้จบหนึ่งราย... แรกๆ แพทย์รู้สึกว่าไม่ยาก แต่พอสักระยะหนึ่งแล้ว คนไข้เริ่มมามากขึ้น แพทย์ตรวจไม่ทัน เครียด ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด ต่อตัว หัวผิดบ้าง ถูกบ้าง คนไข้กลับมาใหม่บ้าง แพทย์เริ่ม งง และสับสน CPG ที่มีอยู่บนโต๊ะ ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย สุดท้ายแพทย์ขอลาออก เรียกเสียงฮา....ได้มากเลยค่ะ อิอิ

 

พอหมดเวลา สิบนาที คนไข้ 15 ราย เราก็มาดูว่า แต่ละทีมรักษาคนไข้ได้กี่ราย ผิดพลาดที่กระบวนการตรวจรักษากี่ครั้ง....โอ้ว...รักษาได้แค่หกคน คนไข้ยังรออีกเพียบ เราผิดพลาดมากกว่า 10 กำไรไม่มี อิอิ ขาดทุนแน่นอน รพ.นี้  อิอิ

แล้วเราก็มาสรุปบทเรียนในการเรียนรู้รอบแรกกันค่ะ

  1. การที่มีแนวทางการปฏิบัติ อาจจะช่วยไม่ได้หากไม่มีความชำนาญ ไม่มีทักษะ ไม่ได้ฝึกฝน

  2. การทำงานแทนผู้อื่น โดยเราไม่มีความรู้ทักษะพอ อาจจะทำให้ผิดพลาดได้

  3. ควรมีการพัฒนาความรู้ ทักษะบุคลากรทั้งก่อน ระหว่างการทำงานอยู่เสมอ

  4. การจัดระบบงานที่ไม่ชัดเจน จะทำให้งานล่าช้าได้

  5. แพทย์เป็นคนสำคัญในกระบวนการดูแลรักษา ต้องมีสติและมีความชำนาญ

  6. กระบวนการมาตรฐานที่มีอยู่ ควรปฏิบัติให้ครบถ้วน เช่น การทำความสะอาดห้องตรวจ เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัย (ชอบลืมทำค่ะ)

  7. การบริการด้วยหัวใจ ไม่สามารถนำมาใช้ได้เพราะมีภาระงานมาก ทำไม่ทัน ไม่มีเวลาคุยกับคนไข้เลย ...

สิ่งที่เราช่วยกันสรุป รอบแรกนะคะ บรรยากาศ เรียนรู้ผสมกับสนุกสนาน เป็นอะไรที่น่าจดจำมากๆ ค่ะ

 

หลังจากนั้นเรามาเรียนรู้ ตัวช่วยตัวแรกที่ทำให้งานเราง่ายขึ้น เรียกว่าการใช้  “Visual Management” ทีมงานมีกระดาษสีโพสอิฐ ให้เราสามสี เราจะนำมาใช้ในการทำงานของเราอย่างไรเพื่อให้สะดวกขึ้น

 

เราประชุมทีมกัน แพทย์บอกว่า ใช้สีมาช่วย Identify สีตัวของคนไข้ จะได้นำมาต่อได้ถูกต้อง เราก็เชื่อแพทย์ เพราะท่านคือคนสำคัญ.... อะไรที่ช่วยท่านได้เราก็ยินยอม ตามนั้น นอกจากนั้นเรายังได้นำมาปิดแสดงช่องทางการรับผู้ป่วย การส่งผู้ป่วย ช่องส่งและรับ LAB เพื่อเป็นการแสดงว่าตรวจเสร็จแล้วสามารถนำกลับไปพบแพทย์ได้เลย เราใช้ สีเป็นตัวบ้งบอกเพิ่มจากการเรียก Porter ......เรามาดูผลการปรับปรุงกันดีกว่า....

 

ไม่น่าเชื่อ...รอบสอง แพทย์ยิ่ง...งง จากสีที่ปิดกับตัวผู้ป่วยเอง เพราะว่าสีที่ปิด กับตัวคนไข้ที่จะนำมาประกอบ คนละสีกันทำให้ส่งคนไข้ผิดสีไป แย่แล้ว....ทำไงดี ...ฮ่าๆๆๆ ต่อใหม่ ต่อใหม่ อิอิ ...

รอบสอง ความผิดพลาดน้อยลง เล็กน้อย แต่ยังมีปัญหาที่ทักษะของแพทย์ เราต้องแก้ไข ต่อไป บางคนแซวว่า แพทย์มือสั่น เพราะอายุมากแล้ว  แพทย์ไม่มีประสบการณ์บ้าง ให้เอา porter มาเป็นแพทย์แทนซะงั้น  ฮ่าๆๆๆ

 

หลังจากนั้นเราก็ไปเรียนรู้วิธีปรับระบบงานเราให้ LEAN ต่อไป เราเรียนรู้คำว่าลด BATCHING ,Cell Concept ,Workload และ waste ซึ่งแต่ละขั้นตอนคือกระบวนการที่เราจะปรับลด waste ในกระบวนการทำงานของเรา เพื่อเพิ่มคุณค่าในมุมมองผู้ป่วยให้มากขึ้นค่ะ

Waste ได้แก่

 

  • Defects rework: ลดความคลาดเคลื่อนของการทำงาน การทำซ้ำจากความผิดพลาด

•    Overproduction: การรักษาเกินจริง ทำมากเกินความจำเป็น

 •    Waiting: การรอคอย

•    Not using staff talents: การใช้คนไม่ตรงกับความสามารถ ไม่ตรงกับงาน ไม่ไว้วางใจกันและกัน

•    Transportation:  การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น

•    Inventory: การค้างสต๊อก สินค้า ผู้ป่วยรอคิวนาน

•    Motion: ท่าทางที่ไม่สะดวก การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น การจัดวางของ สถานที่ (ส สะดวก)

•    Excessive processing: กระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อน การให้ข้อมูลที่มากไป ผป.กรอกข้อมูลมากเกินไป  เรื่องใจสำคัญกว่า ถ้าคนไข้ยินดีไม่ต้องไปกำจัด

 

หลังจากนั้น เราก็มาร่วมกันหา waste ในสรพ.กันค่ะ คุณคิดว่ามีเยอะไหมคะ อิอิ แล้วจะมาเล่าต่อค่ะ ไปทานข้าวก่อนนะคะ