ต่อเติมเรื่องราวชีวิตตอนสุดท้าย...ให้สมบูรณ์
ได้มีโอกาสเขียนเรื่องราวของผู้ป่วยรายหนึ่ง เป็นเรื่องเล่าชิ้นแรกลงใน blog SHA โรงพยาบาลพะโต๊ะ เป็นเรื่องที่เมื่อเล่าหรืออ่านคราใด สะท้อนในใจทุกครั้ง เรื่องราวชีวิตของ น้องน้ำใส เด็กน้อยที่เกิดมาอาภัพ ......ยิ่งนัก
…………………………………………………………………………………………………………………………….
"ไม่ต้องไปรักษาที่ไหนหรอก ยังไงก็ตาย"
เสียงที่เปล่งออกมาเบาๆ ราวกระซิบของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีสีหน้าแววตาสลดหดหู่นั้น ทำให้หลายคนในห้องหยุดชะงัก นิ่งอยู่กับที่ ความรู้สึกยะเยือกเย็นเข้ามาเกาะกุมหัวใจ น่าแปลก....อากาศในยามพลบค่ำนี้ช่างร้อนอบอ้าวมากกว่าทุกวัน ราวกับดวงอาทิตย์ยังสาดแสงแรงกล้าทั้งๆที่ลับขอบฟ้าไปชั่วครู่แล้ว ณ เวลานี้ ไม่มีไครอนาทรต่อเหงื่อร้อนที่ผุดพรายเต็มใบหน้า มากกว่าหัวใจที่วูบไหว เล็กลง...เล็กลง เมื่อรับรู้และซึมซับเรื่องราวของเธอ
ไม่กี่นาทีที่แล้ว..มะติน.. หญิงสาวอายุราว 25 ปี ร่างบาง ผิวขาว เจ้าของเสื้อยืดสีหม่นที่มีร่องรอยของคราบเปื้อนกระดำกระด่างปรากฏอยู่เป็นหย่อมๆ ตะเข็บชายเสื้อหลุดร่อนไม่เป็นแนว คีบรองเท้าแตะสีน้ำตาลที่มีคราบโคลนติดอยู่ กระจัดกระจายลามมาถึงน่องและชายผ้าถุง เดินเข้ามาในห้อง ER อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ สองแขนโอบตวัดรอบสิ่งหนึ่งที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูสีชมพูซีด
"พาลูกมาหาหมอค่ะ"
เธอพูดขึ้น เมื่อสังเกตได้ว่าทุกสายตากำลังมองไปที่เธออย่างสนใจ น้องพยาบาลคนหนึ่งเดินเข้าไปยืนใกล้ ๆ พร้อมกับชะโงกหน้าเข้าไปดูสิ่งที่อยู่ในห่อผ้านั้น เธอก้มหน้าลงไปใกล้อีกนิด ก่อนจะทะลึ่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและละล่ำละลักพูดราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาขณะนั้น
"เอ๊ะ ! ทำไมตัวเล็กมาก?"
"............"
"อายุเท่าไหร่? น้ำหนักเท่าไหร่? แล้วเป็นอะไรมา?"
มะติน ตอบคำถามที่ระรัวมานั้น กระท่อนกระแท่นอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก นอกจากสิ่งที่พยายามจะบอกว่าวันนี้ลูกของเธอสำลักนมมาประมาณ 4 ครั้ง เธอตอบปฏิเสธเมื่อคุณหมอบอกว่าจะส่งตัวลูกเธอไปยังโรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางหลังจากที่ได้ตรวจร่างกายและปะติดปะต่อเรื่องราวของผู้ป่วยแล้ว
"น้ำใส" คือชื่อของหนูน้อยคนนี้ เธอนอนหลับตานิ่งอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นแม่ สะดุ้งตัวเล็กน้อย เมื่อหมอหนุ่มยื่นมือเข้าไปคลายห่อผ้าออกเบาๆ เมื่อเธอลืมตาขึ้น ภาพของเด็กน้อยยิ่งปรากฏชัดแก่สายตา ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่ง แววตาเหม่อลอย มีศีรษะที่ขนาดโตไม่รับกับแขนและขาที่ลีบเล็กซึ่งเกร็งเหยียดออกไปอย่างไม่ตั้งใจทั้งสองข้าง ผิวหนังแห้ง มีรอยย่นทั้งร่าง ช่างแตกต่างกับวัยของเธอเหลือเกิน มะตินบอกว่า น้องน้ำใสอายุประมาณ 2 เดือน มีน้ำหนัก 1 กิโลครึ่ง
เราคลายความสงสัยว่า ทำไม? มะติน ถึงไม่ยอมพาลูกไปรักษากับแพทย์เฉพาะทางที่ทางโรงพยาบาลจะส่งต่อ เมื่อรู้ว่า เธอและครอบครัวเป็นชาวพม่า มีสัญชาติมอญ น้องน้ำใสไม่ได้ขึ้นทะเบียนต่างด้าวจึงไม่มีสิทธิการรักษาใดๆ ทั้งสิ้น ครอบครัวมะตินเดินทางลักลอบเข้าประเทศไทยมาตั้งแต่รุ่นแม่ มาปักหลักและทำงานรับจ้างที่อำเภอพะโต๊ะ เมื่อมะตินแต่งงานกับสามีชาวพม่าก็โยกย้ายไปทำงานรับจ้างเป็นคนงานก่อสร้างในอำเภอใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ตอนล่าง และเป็นที่ที่ชีวิตน้อยๆของน้องน้ำใสได้ลืมตามองโลกใบนี้
ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้..... มะตินเป็นชาวต่างชาติที่ทำงานโดยไร้กฎหมายรองรับ ไม่กล้าไปฝากท้องกับโรงพยาบาลของรัฐ
"กลัวถูกตำรวจจับ"
น้ำเสียงสลดกอปรกับ หยดน้ำตาที่เอ่อท้นฉาบทับแววตาเศร้าหมอง
ทำให้เธอเลือกที่จะฝากความหวัง จิตวิญญาณของคนเป็นแม่และชีวิตลูกของเธอ กับสถานพยาบาลใกล้บ้านแห่งหนึ่ง และ..เธอได้คลอดน้องน้ำใสที่สถานพยาบาลแห่งนั้น ขณะที่ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 8 เดือนกว่าๆ ด้วยน้ำหนัก เพียง 500 กรัม พร้อมกับสภาพแรกคลอดที่ไม่ต้องบอกก็สามารถทราบได้ถึงความผิดปกติของร่างกาย หลังคลอดมะตินได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สถานพยาบาลแห่งนั้นสั้นๆ เพียงว่า
"ไม่ต้องไปรักษาที่ไหนหรอก ยังไงก็ตาย"
มโนภาพวูบไปถึงเจ้าตัวเล็กที่บ้าน นึกเทียบเคียงขึ้นในใจถึงความรู้สึกของมะติน อา..........คำพิพากษาชีวิตน้อยๆชีวิตหนึ่งกับดวงใจที่แหลกสลายของคนเป็นแม่ ความคิดของฉันในวูบแรกที่เห็นน้องน้ำใส ฉันรู้สึกว่าเธอตัวเล็กเหลือเกิน แต่ ณ ตอนนี้ กลับรู้สึกตรงกันข้าม และฉงนว่า มะตินดูแลลูกได้อย่างไร ? จากเด็กน้ำหนัก 500 กรัม สามารถเพิ่มเป็นหนึ่งกิโลครึ่งได้ภายในเวลาสองเดือน และลูกของเธอยังมีลมหายใจอยู่ ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลย ที่หมอและพยาบาลอย่างเราๆจะเลี้ยงเด็ก preterm 500 กรัม ให้รอด โดยปราศจากตู้อบ ยา และหมอเด็ก ...ช่างมหัศจรรย์
"แล้วทำไม ถึงกลับมาอยู่ที่พะโต๊ะ ?"
"อยู่ที่โน่น ไม่มีใครช่วยเลี้ยงลูก เลี้ยงคนเดียว ไม่ได้ทำงาน ไม่มีเงิน"
"แล้วอยู่ที่นี่ ใครช่วยเลี้ยงลูกให้ ? "
"ให้ป้าเขาช่วยดูตอนไปตัดยาง "
"จะไม่ได้ตัดยาง ถ้าคืนนี้ ต้องนอนที่นี่ "
มะตินพูดพลางยกมือข้างหนึ่งคลายตัวหนีบผมสีเขียวทึมๆออก ก่อนจะรวบเส้นผมสีดำและหนีบมันกลับไปใหม่ให้แน่นขึ้น นี่คือ อีกหนึ่งเหตุผลที่มะตินยกขึ้นมาอ้างเมื่อหมอจะให้น้องน้ำใสนอนดูอาการที่โรงพยาบาล เพื่อที่จะหมายว่า เธอแร้นแค้นและไม่พร้อมที่จะให้น้องน้ำใสนอน Admit ที่โรงพยาบาลในวันนี้ ภาระที่บ้านอีกมากมาย และคืนนี้เธอต้องไปช่วยสามีรับจ้างกรีดยางหาเลี้ยงชีพอีกด้วย
คุณหมอเกลี้ยกล่อมมะตินพักครู่ เพราะยังไม่วางใจที่จะให้ น้องน้ำใสกลับบ้าน จนมะตินยอมรับในเหตุและผล ตัดสินใจให้ลูกนอนสังเกตอาการสักหนึ่งคืน
ก่อนที่ชายเสื้อกาวน์สีขาวจะสะบัดพ้นขอบประตูห้อง ER และผู้เป็นเจ้าของได้ก้าวเท้ายาวๆจากไป ก่อนที่ภายในกระเป๋ากางเกงสแล็คสีดำจะว่างเปล่า เขาหยุดชะงักและหันกลับมามองหน้ามะติน อดที่จะถามไม่ได้ว่า
" วันนี้....กินอะไรมาหรือยัง"
แบงค์สีแดงสองใบถูกยื่นมาตรงหน้าเมื่อมะตินสั่นศีรษะแทนคำตอบ ไม่มีคำพูดใดนอกจากแววตาที่แสดงถึงความซาบซึ้งและตื้นตัน ในความเห็นอกเห็นใจและการช่วยเหลือที่หมอผู้ใจดีได้หยิบยื่นให้
"เอาไว้ใช้นะครับ"
"น้อง.. บอกโรงครัวให้ทำข้าวเผื่อแม่ทุกมื้อด้วยนะครับ"
เป็นที่รู้กันดีว่า..... นอกจากโรงครัวของโรงพยาบาลแล้ว ที่พึ่งอื่นสำหรับที่ผู้ป่วยหรือญาติจะหาซื้ออาหารมาทานหากันไม่ได้ง่ายเลย หรือเกือบจะไม่มีให้ซื้อเลยทีเดียวในยามค่ำของที่นี่
เรื่องของน้องน้ำใสกลายเป็นประเด็นส่งต่อในเช้าวันต่อมา เมื่อเธออาการดีขึ้น ไม่มีการสำลักนมซ้ำ มะตินขอกลับบ้านและคุณหมอก็อนุญาต มีการประสานงานต่อไปถึงทีมเยี่ยมบ้านเพื่อการวางแผนดูแลต่อเนื่อง รวมทั้งการให้น้องน้ำใสได้รับวัคซีนแรกคลอดด้วย
"ไม่ต้องไปรักษาที่ไหนหรอก ยังไงก็ตาย"
ประโยคสั้น ๆ ง่าย ๆ ที่ฉันคาดว่าคนพูดอาจจะไม่ตั้งใจหรือพูดไปตามการคาดเดา แต่มันรุนแรงและบาดลึกเข้าไปในหัวใจของคนฟังทุกครั้งที่ได้ยิน มันทำให้ฉันปรับมุมมองของตัวเองและถอยออกมายืนนอกจุดนอก บทบาทที่เป็นพยาบาลมารับฟัง อนึ่งเป็นคนไข้หรือญาติ มาซึมซับประโยคสั้น ๆ ง่าย ๆ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ผู้ให้บริการอย่างเรา ๆ ได้ส่งมอบออกไป มันอาจเป็นสายลมแผ่วเบาที่อบอุ่น คลายความทุกข์ร้อน หรืออาจเป็นพายุที่โหมกระหน่ำ ซ้ำเติมความโหดร้าย เคราะห์กรรมของชีวิต ส่วนหนึ่งฉันคิดว่าอยู่ที่เราจะกำหนดให้มันเป็นไป และสุดท้าย คือ อนุภาพแห่งความรัก เหมือนกับที่มะตินได้ทุ่มเทการดูแลเอาใจใส่เลี้ยงดูน้องน้ำใสเป็นอย่างดี จนสามารถผ่านพ้นคืนวันเหล่านั้นมาได้ ฉันจึงไม่อาจปฏิเสธและพร้อมจะยึดมั่นในแนวทางการดูแลผู้รับบริการด้วยหัวใจและความรัก......ต่อไป
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
เพราะหลายวันก่อน ได้รับข่าวจากพี่นุช หัวหน้า PCU ถึงเรื่องราวของ เธอ ว่าตอนนี้ น้องน้ำใส ได้จากโลกนี้ไปแล้ว เธอผ่านพ้นความทุกข์ระทมกับเรื่องราวชีวิตที่แสนเศร้าไปท่ามกลางความรัก ความอาลัยของคนเป็นแม่ ...สุดท้าย..เธอได้จากไปเพราะ..ตัวเธอเอง..ไม่ใช่ด้วย...คำพิพากษาของใคร... เด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ ทั้งการเกิดมาและจากไป จึงเจตนานำมาเล่าต่ออีกครั้ง ให้ผู้ที่เคยได้อ่าน..หรือให้น้องน้ำใส ได้รับรู้ว่า เรื่องราวชีวิตของเธอได้บันทึกตอนจบไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว…..
สวัสดี ครับ
กระแส ...ร.พ.คุณภาพ แห่งนี้ กำลังมาแรงนะครับ
ชื่นชม บุคลากร ที่นี่...
รวมทั้งบันทึกนี้ ครับ...เห็นด้วย กับ คำพูดที่...คุณ AJ รู้สึก... เช่นกัน
ความสิ้นหวัง ในชีวิต...กับคำพูดที่ฆ่ากันก่อนตาย....ผมเองก็รู้สึก
....
แต่สิ่งที่สามารถ ซึบซับแทนหัวใจของผู้ป่วยได้ คือ อนุภาพแห่งความรัก....
ปรบมือให้ และเป็นกำลังใจ ให้ ครับ...บันทึกนี้
ขอบพระคุณ ครับ
สวัสดีค่ะ
อ่านบันทึกจบด้วยหัวใจที่...บอกไม่ถูกค่ะ
คนไม่มีรากเคยเป็นพยาบาลห้องเด็กอ่อนค่ะ เด็ก นน. 500 กรัมที่อยู่รอดมาได้จนมี นน.1,500 กรัม โดยไม่มีตู้อบ ไม่มีเครื่องมืออื่น ๆ ต้องนับว่าแม่เก่งมาก ๆ ค่ะ
ชื่นชมเจ้าหน้าที่และคุณหมอ...อย่างยิ่ง
ขอบคุณนะคะสำหรับเรื่องราวเช่นนี้ ที่ได้กระตุ้นให้คิดต่อไปว่า... เราทำบุญกันมากมายเหลือเกิน แต่เราลืมทำบุญกับมนุษย์ด้วยกันไปบ้างหรือเปล่า...
กฏหมายคนงานต่างด้าวควรจะแก้ไขปรับปรุงหรือไม่ แม้เป็นแรงงานไม่ถูกกฎหมาย แต่ก็เป็น มนุษย์เหมือนกัน ควรทำอย่างไรกับกรณีเช่นนี้...
น้อง *AJ* คะ พี่อ่านหลายรอบ อ่านแล้วอ่านอีก.... หลากหลายความรู้สึกมาก ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และมะตินผู้เป็นแม่... น้องน้ำใสผู้น่าสงสาร.... คงมีความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน คือ สงสาร ห่วงใย อยากช่วยเหลือ อ่านแล้วน้ำตาเจ้ากรรมก็รื้อขึ้นมา แถมสะอื้นไห้.... ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป.... เวลารับรู้เรื่องราวแบบนี้ มักจะเป็นอย่างนี้เสมอ.....
- พี่มีประสบการณ์ การคลอดก่อนกำหนด ท้องแรกที่เป็นฝาแผด... ปากมดลูกไม่เปิด อายุครรภ์ไม่ครบ... เพราะทำงานหนัก เดินทางไปโรงเรียนที่แสนทุระกันดาร ท้องก็ใหญ่ ย้อยต่อมาก... ความดันขึ้นสูงจนอาเจียน....
- คุณหมอฉีดยายับยั้งไม่ให้ปวดท้อง เกรงว่าเด็กจะไม่รอด.... แต่หมอพูดอย่างถนอมน้ำใจว่า "อยากรอให้ปวดของเด็กทำงานให้สมบูรณ์กว่านี้ พี่ต้องนอนที่โรงพยาบาลเป็นเดือน อยู่ห้องพิเศษก็ไม่ได้.....หมอกำชับให้พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด ทรมานใจมาก นอนร้องไห้เกือบทุกวัน.... กลัวลูกในท้องจะเป็นอะไรไป... พออายุครรภ์ครบ คุณหมอจึงผ่าตัดคลอด... เพราะไม่สามารถคลอดเองได้...ปากมดลูกไม่ยอมเปิดเลย...ลูกตัวเล็กนิดเดียว... แค่น่าแปลก เขาแข็งแรง ไม่ต้องเข้าตู้อบ... เหมือนตัวเองได้ขึ้นสวรรค์ที่ไม่ต้องเสียลูกไป....
- พี่พูดมากอีกแล้ว.... ขออภัยนะคะ
- คืนนี้น้อง *AJ* อย่าลืมแหงนหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้านะ พระจันทร์เต็มดวง ส่องแสงเรืองรอง งดงามอร่ามตา เก็บความทรงจำที่งดงามของธรรมชาติไว้..... ก่อนที่เราจะไม่มีโอกาสได้เห็น เพราะความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกใบนี้.....
- มีความสุขในวันลอยกระทงนะคะ.... อย่าให้กระทงหลงทางล่ะ...
- ระลึกถึงค่ะ.... ไปละ
กำลังใจดีเยี่ยมเสมอค่ะ
แอบไปอ่านบันทึกเก่าๆปีก่อนๆ ได้เรียนรู้เพียบ
ขอบคุณค่ะ
เขียนเล่าเรื่องได้ดีมากค่ะ ตามมาอ่านและให้กำลังใจกับบันทึกดีดีค่ะ
สะเทือนใจนะครับ
สวัสดีค่ะ
มาทักทายด้วยความระลึกถึง
งานเยอะหรือเปล่าคะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
(^___^)
ขอบคุณค่ะ ป๊ะเบ
มิน่าละคะ ถึงไม่เหงาเลยระหว่างทาง
สบายดีนะคะ
ขอบคุณค่ะ คนไม่มีราก
ระลึกถึงเช่นกันค่ะ
ช่วงนี้ต้องเร่งงานด่วนจี๋เลยค่ะ
ไม่ค่อยว่างเท่าไรนัก
แต่ระลึกถึงเสมอค่ะ
ขอบคุณนะคะที่มาทักทายกัน
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่าน
เรื่องราวซึ้งๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะ
* มาส่งรอยยิ้มและความคิดถึงก่อนกลับบ้านค่ะ
* วันนี้น้อง*AJ* อย่าลืมดูฝนดาวตกนะคะ ดูเผื่อพี่ด้วยเพราะที่อุตรดิตถ์ฝนตกคงไม่ได้เห็นค่ะ
* รักเช่นกันค่ะ
สวัสดีครับ
การดูแลผู้ป่วยดุจญาติมิตร ด้วยใจความเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ต้องคำนึง ใครทำดี ขอชื่นชม ใครยังไม่ทำ ก็รบกวนขอให้ช่วยพิจารณาดำเนินการ ทำดี ทำด้วยกายและใจ ขอบคุณครับ